/

สร้างตำนานของตัวเองโดยการทำในสิ่งที่รัก : คุยกับ ภักดี ทับทิมทอง ชายผู้อยากให้ศิลปะเติบโตในเมืองระยอง

หากใครเคยได้มาเดินย่านเมืองเก่ายมจินดา จ.ระยอง เราอาจจะได้พบกับร้านร้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะบนเฟรมผ้าใบ พร้อมกับงานไม้แฮนด์เมดที่ถูกออกแบบมาหลายรูปทรง หลายฟังก์ชั่น ชวนซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

 

ภาพของร้านแห่งนี้ กลายเป็นอีกจุดแลนด์มาร์กในพื้นที่ย่านเมืองเก่า และแน่นอนว่าภายในบ้านหลังนี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวให้เล่าไม่รู้จบ ผ่านปากของ ภักดี ทับทิมทอง หรือ ลุงตุ๋ย ที่คนในพื้นที่รู้จักกันดี

ถ้าจะนิยามลุงตุ๋ยด้วยคำว่าอะไร คำว่า ‘คลาสสิก’ คงเป็นคำที่เหมาะสมที่สุด ที่จะอธิบายศิลปินรุ่นลายคราม ผู้ใส่เสื้อยืดสกรีนลายเพื่อชีวิตกับกางเกงขาก๋วยและหมวกใบเก่าพร้อมปั่นจักรยานคู่ใจ 

ในบรรยากาศของตึกแถวสองชั้นเก่าแก่ และถนนเส้นแคบมีบ้านไม้สองชั้นที่ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายงานศิลปะและงานไม้ของลุงตุ๋ยแทรกตัวอยู่ วันไหนที่ลุงตุ๋ยเปิดร้านทั้งซอยก็จะได้ยินเสียงเพลงคลาสสิกลอยมาตามลม ส่งเสริมให้บรรยากาศของตลาดเก่าอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นจนมีคำพูดที่ว่า 

“วันไหนร้านลุงตุ๋ยไม่เปิดน่ะแถวเนี้ยมันก็จะเงียบไปหมด คนผ่านไปผ่านมาก็จะบอกต่อกันว่า ลุงตุ๋ยไม่มาเว้ย วันนี้เงียบไม่มีเสียงเพลง แต่พอลุงตุ๋ยเปิดร้านพร้อมเสียงเพลงปั๊บก็จะสร้างบรรยากาศ คนแถวนี้ก็จะรู้ว่าลุงตุ๋ยมาแล้วกันทั้งตลาดเก่า”

ลุงตุ๋ย – ภักดี ทับทิมทอง เป็นทั้งศิลปินท้องถิ่นเก่าแก่ และคนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จังหวัดระยองมาตั้งแต่เด็กจนโตและเลือกจะถ่ายทอดความทรงจำนั้นผ่านงานศิลปะและงานไม้ที่รัก นอกจากนั้นเขายังตั้งใจจะใช้ประสบการณ์ในการเป็นศิลปินสอนและถ่ายทอดแก่เด็กๆ ในจังหวัดระยองหวังจะให้ศิลปะเป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเด็กๆ ได้อย่างที่ศิลปะเคยมอบให้ตัวเขาเอง

ถ้าให้แนะนำตัว ลุงตุ๋ย จะแนะนำตัวเองว่ายังไงดี

ลุงตุ๋ยเป็นศิลปินคนระยอง เกิดระยอง อยู่ระยอง อยู่ในเขตตลาดเก่านี่เลย ตอนนี้อายุก็ปาเข้าไป 72 ปีแล้ว (ณ วันสัมภาษณ์ กันยายน 2566) ตั้งแต่เด็กบ้านลุงตุ๋ยอยู่ตรอกตรงนี้เอง แล้วเส้นทางแถวนี้ก็เดินผ่านทุกวัน เย็นกลับจากโรงเรียนมาบ้าน ก็ต้องผ่านถนนชุมพล ถนนหลักเมือง ริมแม่น้ําระยอง เทศบาลก็อยู่ทางซ้ายมือ อยู่ในเขตตลาดเก่านี่ทั้งนั้นแหละ พอหลุดออกไปถึงจะเป็นเขตเชิงเนิน เขตบ้านดอน

ตลาดเก่ากินพื้นที่จากถนนสุขุมวิทเข้ามาถึงริมแม่น้ําระยอง แต่ก่อนก็เป็นตลาดขายป่า ขายหมาก กระเทียม หัวหอม หม้อดิน ขายของกินทุกอย่าง ลุงเลือกมาเปิดร้านศิลปะตรงนี้ก็น่าจะเพราะว่ามันเดินผ่านมาตลอด ก็มีความทรงจำกับมัน แล้วก็ประจวบกับเขามีให้เรามาเช่าได้พอดี 

ลุงตุ๋ยเริ่มมาทำงานศิลปะได้ยังไง

ในอดีตลุงเคยทําอู่พ่นสีรถ ส่วนงานศิลปะมันก็เริ่มมาจากที่ว่าพออายุมากขึ้น ลูกก็เรียนจบแล้ว เราก็อยากเป็นตัวของตัวเอง อยากสร้างตํานานของตัวเอง อยากทำสิ่งที่ตัวเองรัก ตัวเองชอบ ใช่ไหม? 

แล้วก็มีเพื่อนกลุ่มศิลปินบ้างที่คุ้นเคยรู้จักกัน อย่างกลุ่มของศิลปินเพื่อชีวิตที่ถนนราชดําเนินน่ะ ก็เลยเริ่มมาทําศิลปะของตัวเองนี่แหละ เพราะมันไม่ได้มีอะไรยากเย็นเลย และเพราะศิลปะก็ชอบอยู่แล้ว จับมันอยู่แล้ว ตอนที่อยู่โรงเรียนน่ะชอบวาดเขียนได้ไอ้ที่หนึ่งที่สองมาตลอด

ชอบวาดทะเล วาดท้องฟ้า วาดเกี่ยวกับต้นไม้ เกี่ยวกะหน้าฝน แล้วก็ทํามาเรื่อยๆ พอลุงเริ่มทําศิลปะปั๊บ ลุงคิดทําเป็นผ้าใบเอง พอทําผ้าใบออกมาได้เป็นผลสําเร็จปั๊บ ก็เลยอยากทำงานช่าง งานไม้อื่นๆ ด้วย

นอกจากวาดรูปแล้ว ยังทำงานไม้ด้วยเหรอ

ขาตั้งเฟรมสี่เหลี่ยม เฟรมวาดรูปแบบนี้ลุงทําเองหมดแหละ แล้วมันก็เขียนใช้ได้ด้วย ภาพทุกภาพที่วาดเนี่ยไม่ได้ไปซื้อเฟรมเลยน่ะ ทําเองหมด พอเริ่มทําศิลปะ ก็เริ่มทําเฟรม พอทําเฟรมเสร็จ ก็ทําขาตั้ง แล้วทีนี้ก็อยากว่าให้เด็กได้วาด  

ที่ทำงานไม้ได้ก็เพราะ สมัยก่อนลุงเนี่ยอยู่กับปู่เฒ่า แล้วก็จำแบบเขาไปหาพวกไม้ป่ากับเขา เขาสร้างบ้านทำไม้ต่อกันโครมครามๆ เราก็ดูเขา ช่วยเขายกนู่นยกนี่  เราก็มองเห็น เราก็ซึมซับมา 

ไม่มีอะไรจะสุดยอดเท่าไม้แล้ว ไม้ที่มาอยู่กับเรานี่น่ะกว่าเขาจะจะมาเป็นเก้าอี้ กล่องที่เราทำต้องผ่านเวลามาแล้วอย่างน้อยร้อยปี อย่างไม้ตะเคียนลายน้ําพวกนี้มันต้องอยู่ตรงระเบียงโดนฝนเซาะมากี่ปีถึงจะเป็นลายน้ํา มันถึงได้ลายสวยขนาดนี้ ไม้เก่าพวกนี้มันมีคุณค่า ดูแล้วมัน โอ้! คลาสสิกจะตายไป

งานศิลปะชิ้นไหนที่ลุงตุ๋ยอยากนำเสนอเป็นพิเศษ?

ก็มีงานที่วาดๆ ไว้เนี่ย กับพวกนี้ก็ภูมิใจทุกภาพ อย่างภาพนี้เป็นงานลอยกระทงแล้วมองทะลุไปเห็นปล่องไฟโรงงาน ตอนแรกยังคิดได้ว่าสีมันจะไหลสกปรก เอ้อ พอมันแห้งเสร็จปั๊บ มันดูมีมิติเหมือนมีวิญญาณ  

สมัยก่อนลุงวาดไว้เยอะ พวกภาพโรงงานในคราบปีศาจ ในคราบโรงงานนรก ปล่อยน้ำเสียเนี่ย ตอนนั้นเขาจะถมทะเล ตอนนั้นเราก็กลัว เพราะเราก็อยู่ท้ายทะเลไง ต้องมากองหิน กองเขื่อน กองอะไรที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทะเลสมัยก่อนของลุงไม่มีเขื่อนหิน ทะเลระยองสวยแบบนี้เลย สวยมาก น้ําใส ปลานี่พุ่งให้เห็นเป็นตัวๆ เลยก็แล้วกัน เสียดายแต่ลุงไม่ทันเห็นเรือสําเภา ลุงทันเห็นแต่พวกแพไม้ไผ่ที่เขาล่องมาจากบ้านค่ายมาแม่น้ําระยอง 

งานศิลปะเปรียบเสมือนอะไรสำหรับลุงตุ๋ย 

มันเป็นเหมือนหัวใจ เป็นเหมือนแขนขาของลุงเลย ทุกวันนี้ทําไมอายุถึงยืน ทําไมหมอไม่เคยนัด เพราะว่าอยู่กับความสุข ได้ทําไม้ ได้ขัดไม้ ได้ขูดไม้ ได้หยิบพู่กัน ได้เอาสีขึ้นมาระบาย มาวาดมาเราก็มีความสุขปั๊บ แล้วเราต้องฟังเพลงทุกวัน คนเราเนี่ยอยู่กับความสุขที่ตัวเองรัก ตัวเองทําน่ะโรคภัยไม่มีมาเยือน 

ลุงชอบทุกอย่างเกี่ยวกับศิลปะ ทํางานไม้ทุกอย่างเนี่ยมันก็เป็นศิลปะ ถึงมันไม่เป็นศิลปะมันก็เป็นศีลธรรมที่ตัวเอง ยึดเหนี่ยวตัวเองมาไม่ให้ไปวุ่นวายสับสนกับใคร ทุกวันนี้มีความสุข เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เช้าได้มาเปิดร้าน ได้มาหยิบของที่ตัวเองรัก ได้มาจัดให้คนดู

มันยิ่งกว่าความสุขอีก อีโก้ที่เราเป็นศิลปินมันหลุดไป แต่ก่อนถือดีถือเด่น กูเก่ง กูเป็น พอที่ตัวหลุดจากอีโก้ตรงนี้คือ เต็มพร้อมไปด้วยความสุข ความสบายใจ งานมีทำ ลูกขยัน ครอบครัวอบอุ่น กลับบ้าน อาบน้ํา หลับสบาย จะไปตรงไหนก็มีแต่คนเรียก มีแต่คนทัก

“อ้าว ลุงตุ๋ยไปไหนมา สวัสดีค่ะลุงตุ๋ย เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินเสียงลุงตุ๋ยเลย”

ตอนนี้อยากให้ร่างกายแข็งแรง อยากให้ทํางานอยู่ได้ทุกวัน บางวันเราก็คิดว่า เฮ้ย! นี่กูแก่นะ กูจะไหวไหม? บางทีมานั่งคิดบ้านเมืองจะทะเลาะ จะกัด จะตีกันก็ถอดถอนหายใจอยู่ 

แล้วลุงตุ๋ยมีมองเห็นความหวังอะไรในประเทศนี้บ้าง

ตอนนี้ที่เราห่วงที่สุดนะ เราไม่ได้ห่วงเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เราห่วงลูกหลานของเรา เราเห็นเด็กรถชนตาย เด็กสูบบุหรี่ ไขว่คว้าวัตถุ เด็กติดคุก นี่เยาวชนมันเป็นไปถึงขนาดนี้แล้วนะ เราก็เลยต้องไปช่วยเยาวชน ลุงไปสอนศิลปะเด็กๆ  ตอนนี้สอนมาสามสิบปีแล้ว 

เริ่มจากเพราะ ลุงตุ๋ยทําเฟรมเป็น ลุงตุ๋ยมีสีราคาถูก ลุงตู่ยังมีแรง มีกําลังดี มองทะลุไปเลยไม่เหมือนคนอื่นที่ไม่ได้มองแบบนี้ คือบางคนก็ไม่ได้มอง เด็กจะเป็นยังไงก็ช่าง ไอ้ฉิบหายวันๆ สามอาทิตย์ก่อนเนี่ย ลุงเห็นเด็กนักเรียนคนนึง มีทั้ง iPad ทั้งโทรศัพท์มือถือ มีทั้งบุหรี่ มีทั้งน้ํากระท่อมวางข้างหน้ารถ ไม่รู้จะคุยยังไงกับเด็กคนนี้ ไม่อยากให้เด็กๆ ไปในทางแบบนั้น

ลุงตุ๋ยรู้สึกยังไงกับการไปสอนศิลปะเด็ก

โอ๊ย สอนเด็กๆ สนุกจะตาย เด็กบางคนไม่เคยจับพู่กันเลย พอได้จับพู่กันน่ะ โอ้โห เป็นร้องกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ แล้วเด็กๆ ก็วาดออกมาสีสดใสสวยงาม

สอนศิลปะเด็กเนี่ยมันยิ่งใหญ่กว่าไปสอนคนโตนะ ลุงอยากจะไปทําอยู่เรื่อยๆ  เพราะศิลปะสอนให้เด็กนิ่งสงบ สมาธิจะนิ่งแล้วเด็กก็ละจากการเล่นเกม จากการดูอะไรของเขาพวกนี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งเขาก็จะได้อิสระจากงานศิลปะ จะใช้สีอะไรก็ได้ อยากวาดแบบไหนก็ได้ พระอาทิตย์จะใช้สีดําอย่างเดียวก็ได้ 

เราดูเด็กได้จากงานศิลปะ ถ้าใช้สีสะอาดสวย ๆ นี่ครอบครัวมีความสุข เด็กบางคนครอบครัวพ่อแม่ตบตีกันหรืออะไรแบบนี้ บางทีก็เปรอะทั้งแผ่นเลย เราก็ต้องเข้าใจถ้าเราเจอแบบนั้นจะทํายังไง จะช่วยเขาได้ยังไงบ้าง เราก็จะสอนให้เขาเล่นกับมันให้สนุกไปเลย เอาสีเทไปหมดเลย เอาสีเททับแล้ว ปาด ปาด ปาดเลย แล้วเดี๋ยวเอาสีแดงสะบัดไป สีนู่นสะบัดไป สีนี่สะบัดไป เออแล้วดูว่าเป็นยังไง ก็เหมือนดาวเลย พยายามบอกกับเขาว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ เราระบายขึ้นมาใหม่ได้ 

ตอนนี้สอนจบไปหลายรุ่น แล้วแต่ว่าโรงเรียนไหนเขาจะชวนไป ล่าสุดที่เราได้ไปสอนนี่ก็ โครงการเมาไม่ขับของ สสส. แต่ละชุมชนเขาเชิญเยาวชนมาเรียนรู้เรื่องของยาเสพติด มารณรงค์อยู่สองวันลุงไปจัดอยู่หนึ่งวันใช้เฟรมผ้าใบถึงห้าสิบแผ่น ทุกวันนี้จะได้หน่วยงานให้ลุงตุ๋ยไปสอนเดือนละครั้งไปโรงเรียนนี้ ไปมุมนู้น ไปมุมนั้น ไปมุมนี้บ้าง 

อยากบอกอะไรกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ 

กิจกรรมตรงนี้บางทีครูบาอาจารย์เอาไม่จริง เราไปจัดให้ครั้งสองครั้งแล้วก็ไม่ต่อเนื่อง เสียดายแทนเด็กที่อยากระบายสีอยากจะวาดแล้วระยองเนี่ยพัฒนาขนาดไหน แต่เรื่องการศึกษา การกีฬา ศิลปะไม่ได้เรื่อง มีแต่อุตสาหกรรม 2000 – 3000 แห่ง มันดูไม่มีพื้นที่ ไม่มีอะไรเลย สมมติถนนยมจินดา ถนนประวัติศาสตร์ ถนนเกิดเมือง พวกคุณเคยคิดไหมว่าบริษัทใหญ่คุณควรจะมาคืนกําไรกับถนนยมจินดาไหม? 

ชีวิตหลังจากนี้คาดหวังอะไรไหม

ก็ไม่ได้คาดหวัง คือว่าที่เปิดทําศิลปะเนี่ยลุงทําได้แล้ว ลูกเข้าใจ แม่บ้านเข้าใจ สังคมที่รักลุงนี่เขาเข้าใจว่า เฮ้ย! ตุ๋ยมันเจ๋งเว้ย มันทําได้แล้ว พอทําได้แล้วปั๊บ ทีนี้ก็ต้องให้แหละ ลุงให้เด็กๆ สอนเด็กๆ แล้ว อีกอย่างที่อยากทำก็คือ อยากให้คนแก่ระบายสี สูงอายุต้องระบายสี ต้องวาดรูป ต้องปลูกผัก ต้องเล่นดนตรีไทย 

ลุงคิดโครงการให้สูงอายุรวมตัวกัน เพราะเท่าที่เราเห็นก็มีแต่ร้องเพลง ร้องเพลงแล้วกินอาหาร ก็ต้องระวังเบาหวาน ไขมันนะ ระยองมันมีการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุอยู่แล้วแต่กิจกรรมที่ทํามันยังไม่ใช่

สุดท้ายลุงตุ๋ยอยากเห็นภาพระยองเป็นแบบไหน?

ตอนนี้ระยองเขาพอดีแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรมาแล้ว ถ้าคุณยิ่งเพิ่มยิ่งอะไรนะ ปัญหาเอย มลพิษเอยมันก็ยิ่งเกิด ส่วน EEC ที่จะเพิ่มเข้ามา ตามสัญญาก็ลงมาทางมาบตาพุดก็ขอให้มันอยู่แค่นี้ ตอนนี้พื้นที่ก็เต็มแล้ว นอกจากว่าจะถมทะเล 

เพราะฉะนั้นให้มันอยู่ได้เท่านี้แหละ ไม่ต้องไปขยายอะไรแล้ว ระยองมันตันแล้ว ทุกวันนี้น้ําไม่มี คุณเอามาจากประแส ประแสไม่มี คุณก็ต้องไปเอามาจากเขาชะเมา

 

พอแล้วเน๊อะ พอแล้ว มาเอาเรื่องการศึกษาให้ชัดเจน เอาระบบระเบียบข้าราชการให้ซื่อตรงชัดเจน เอาคนที่ทํางานอุทิศตนให้ชัดเจน ดูแลสนับสนุนให้โอกาสเขาดีกว่า

written by
photo by
Picture of Aom Supakorn

Aom Supakorn

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR