TW; suicide, การฆ่าตัวตาย
.
เพราะการที่คนคนหนึ่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่ได้เป็นเพราะคิดสั้น แต่นั่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดมหาศาลเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับไว้ แต่คงจะดีไม่น้อยถ้าในวินาทีที่ตัดสินใจ มีสิ่งที่ช่วยป้องกันหรือเหนี่ยวรั้งการสูญเสียไว้ได้ทัน
.
หากย้อนกลับไปดูข้อมูลขององค์กรอนามัยโลกจะพบว่าในทุกปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายกว่า 700,000 คนทั่วโลก หรืออาจบอกได้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วทุกๆ 40 วินาที จะมีคนจบชีวิตตัวเองลง 1 คน
.
สำหรับสถิติในไทยเอง กรมสุขภาพจิตได้แถลงว่า ปี ค.ศ. 2022 ถือว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 7.97 ต่อ 1 แสนประชากร
.
กลับมาที่ภาคตะวันออก มีข้อมูลของปี ค.ศ.2021 จากศูนย์เฝ้าระวังป้องกันคนฆ่าตัวตายที่พบว่าในภาคตะวันออก 8 จังหวัดนั้นมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 414 คน และในช่วงเวลาที่ผ่านมา หากใครอาศัยอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ก็อาจจะได้เห็นข่าวของผู้เสียชีวิตจากการจบชีวิตด้วยการโดดสะพานข้าแม่น้ำบางปะกงบ่อยๆ ซึ่งนับในปี ค.ศ. 2023 นี้เรียกว่าเกิดเคสมากว่า 10 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลย
.
แน่นอนว่า ‘สะพาน’ กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คนมักเลือกมาจบชีวิตลง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ในต่างประเทศเองก็เช่นกัน และนั่นทำให้หลายๆ พื้นที่เริ่มออกแบบสะพานให้เป็นมิตรกับคน และช่วยเตือนใจให้คนที่อยากจบชีวิตได้
.
ตัวอย่างแรกคือที่ สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge) ในเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการผลักดันให้ติดตั้งตาข่ายนิรภัยไว้ด้านใต้สะพาน ซึ่งกำลังจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยการติดตั้งตาข่ายนิรภัยนี้เกิดจากการผลักดันของผู้คนที่กังวลต่อการปลิดชีพบนสะพานแห่งนี้ที่สูงขึ้นทุกปี โดยหนึ่งในองค์กรที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือ Bridge Rail Fund ซึ่งได้เปิดเผยกับบีบีซีว่า โครงการติดตั้งตาข่ายนิรภัยที่สะพานโกลเดนเกตใช้แนวคิดการออกแบบเดียวกันกับที่ติดตั้งในกรุงเบิร์น ของสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งช่วยลดตัวเลขการฆ่าตัวตายลงได้อย่างมาก
.
อีกตัวอย่างการออกแบบเพื่อป้องกันคนกระโดสะพานฆ่าตัวตายคือที่ สะพานมาโป ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำฮัน ที่มักมีคนมาจบชีวิตเป็นจำนวนหลักร้อยคน ทางเทศบาลกรุงโซลได้ร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิตซัมซุง (Samsung Life Insurance) ออกแบบราวกั้นโดยใส่ข้อความที่ตั้งใจพูดกับคนที่เลือกมาจบชีวิตที่สะพานแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดว่า สบายดีไหม กินอะไรหรือยัง หรือสามารถคุยกับเราได้นะ โดยเพิ่มเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ ที่หากมีคนเข้ามาใกล้ราวกั้น ไฟและข้อความก็จะสว่างขึ้นพร้อมเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์ช่วยเหลือ
.
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่กำลังจะจบชีวิตได้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน และอาจช่วยให้หลุดจากความคิดการฆ่าตัวตายได้ ซึ่งจากสถิติเองก็พบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายลดลง 77% แม้ต่อมาจะเกิดปัญหาขึ้น และปรับเปลี่ยนวิธีเป็นการติดรั้วสูงแทน แต่ก็ทำให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมก็มีส่วนในการช่วยชีวิตใครสักคนไว้ได้
.
อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเครื่องป้องกันการฆ่าตัวตายบนสะพานอาจเป็นเพียงปลายเหตุของการแก้ไขปัญหา จะดีกว่าไหมหากเราสร้างสังคมที่ลดจำนวนผู้ป่วยซึมเศร้า หรือลดความกดดันที่ช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป โดยไม่มองภาวะทางใจเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่มองเป็นเรื่องของใครของมัน ไม่มองเป็นเรื่องของความไม่อดทน ความไม่เข้มแข็ง แต่คือปัญหาที่คนในสังคมทุกคนควรมีส่วนร่วมในการดูแลกันและกันให้ดีขึ้นได้
.
เพื่อสร้างให้โลกนี้ใจดีกับทุกคน เข้าใจทุกความเปราะบางและความแตกต่าง รวมไปถึงการให้พื้นที่ ให้โอกาสกับทุกความรู้สึกอย่างใจเย็น และมองไปยังปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรน กดดัน และมีภาวะเครียดกันมากขึ้น
.
เพราะเราต่างเป็นมนุษย์ที่ต้องเผชิญปัญหาแตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญคือการรับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจ (empathy) กัน
.
สำหรับผู้ที่พบเจอภาวะเครียด ซึมเศร้า หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย และต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่พร้อมให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ฟรี 24 ชั่วโมง หรือ Samaritans Thailand (สะมาริตันส์) 02-7136793 องค์กรไม่แสวงกำไรที่พร้อมเป็นเพื่อนฟังให้คลายทุกข์ฟรี ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น.
.
สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายซึมเศร้าหรือไม่ สามารถทำแบบทดสอบเช็คสุขภาพใจกันได้ที่ : https://dmh.go.th/test/thaihapnew/asheet.asp?qid=1
.
เพราะทุกคนคือคนสำคัญของโลกใบนี้นะ
.
อ้างอิงจาก
.


