ชื่อนั้นสำคัญไฉน?
แน่นอนว่าชื่อหรือนามมีความสำคัญในแง่ที่ว่าเป็นสิ่งบ่งบอกตัวตนของคน สัตว์ สิ่งของ ตลอดไปจนถึงสถานที่ใดที่หนึ่ง
และสำหรับชื่อหรือนามของสถานที่ นอกจากมีไว้เพื่อทำให้รับรู้ถึงตำแหน่งแห่งที่ของมันแล้ว ยังมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง คือการทำให้เห็นถึงลักษณะอันโดดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งของที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาษาของผู้คน พืชพันธุ์ สัตว์ สิ่งปลูกสร้าง ทรัพยากร รวมไปถึง ลักษณะภูมิประเทศที่ถิ่นฐานนั้นตั้งอยู่
แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่าบรรดาชื่อเรียกบ้าน ย่าน เมือง ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือสถานที่ต่างๆ ภายในภาคตะวันออกนั้น ตั้งขึ้นโดยมีที่มาจากอะไร?
ทำไมบางชื่อจึงฟังดูแปลกหู เช่น แกลง ตาพระยา พนมสารคาม ประจันตคาม กบินทร์บุรี ศรีมโหสถ พนัสนิคม พัทยา อ่างศิลา ทุ้งไก่เตี้ย ฯลฯ
ทำไมบางชื่อก็ดูเหมือนจะประกอบไปด้วยคำที่เราไม่อาจรู้ความหมายได้แน่ชัด เช่น คำว่า มาบ ชาก โขด แหลม ละหาร จำรุง และพลง
และทำไมบางชื่อจึงได้ฟังดูคลับคล้ายว่าจะเป็นชื่อคน เช่น เขายายดา แหลมแม่พิมพ์ มาบตาพุด
ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่สงสัยเกี่ยวกับที่มาที่ไป ความหมาย ประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของบรรดาชื่อบ้านย่านเมืองภายในภาคตะวันออก
เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘นามเมืองเบื้องตะวันออก’ คอลัมน์ที่จะนำเสนอเรื่องราวที่มาที่ไปของชื่อเรียกบ้าน ย่าน เมือง ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือสถานที่ต่างๆ ในภาคตะวันออก พร้อมกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ตำนาน ลักษณะภูมิประเทศ ความเชื่อของสถานที่นั้นๆ

.
โดยทั่วไปแล้ว ชื่อบ้านนามเมืองต่างๆ ภายในภาคตะวันออก มักสะท้อนให้เห็นการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนและชุมชนในลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ด้วยเพราะเป็นภูมิภาคที่มีทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ตลอดไปจนที่ราบสูงสลับกับภูเขาเตี้ยๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป แม้ว่าในปัจจุบันพื้นที่จะถูกปรับเปลี่ยนการใช้งานจนห่างไกลไปจากความหมายของชื่อเรียกแล้วก็ตาม
เป็นต้นว่า ชื่อที่สะท้อนให้เห็นการตั้งชุมชนขึ้นในบริเวณที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ เช่น ถนนมาบมะยม (ชลุบรี) และอำเภอมาบตาพุด (ระยอง) เพราะคำว่า ‘มาบ’ หมายถึงบริเวณราบลุ่มที่กว้างใหญ่ซึ่งอาจมีน้ำขังหรือไม่มีก็ได้ หรือชื่อที่สะท้อนว่าสถานที่นั้นๆ ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ยื่นลงไปในทะเล เช่น แหลมฉบัง แหลมหญ้า แหลมเจริญ
ขณะเดียวกัน ก็ยังปรากฏว่ามีชื่อบ้านนามเมืองในภาคตะวันออกอีกจำนวนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของผู้คน ภาษา วัฒนธรรม ตลอดไปจนความรุ่มรวยทางด้านทรัพยากรในภาคตะวันออก
เช่น ตราด ชื่อจังหวัดที่ตั้งอยู่ปลายสุดเขตแดนบูรพา อันเป็นชื่อที่หลายคนก็เชื่อกันว่าผิดเพี้ยนมาจากคำว่า ‘กราด’ ซึ่งหมายถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้ทำไม้กวาดและขึ้นอยู่มากในแถบนั้น ขณะที่อีกหลายคนก็เชื่อว่ามาจากภาษาเขมรเก่าคือ ត្រាច៑ (ตฺราจฺ) ซึ่งก็แปลว่าต้นกราดเช่นกัน
หรือ แกลง ชื่ออำเภอหนึ่งในระยอง ที่คนกลุ่มหนึ่งบอกว่าเพี้ยนมาจากคำว่า นกแก-ลง คือมีฝูงนกกา ที่เรียกว่า ‘นกแก’ มาอยู่อาศัยในแถบนี้ ทำให้ผู็คนพากันเรียกติดปากกันว่าที่นกแกลง (อ่านว่า นก-แก-ลง) แต่ต่อมาคำว่านกได้หายไป หลงเหลือเพียง แก-ลง และกลายมาเป็นแกลงอย่างในทุกวันนี้ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าแกลงเป็นภาษาชอง ภาษาของกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมในแถบนี้ และในภาษาชองคำว่าแกลงหมายถึงแหวน และชื่ออำเภอแกลงนี้ก็ตั้งขึ้นตามลักษณะหนองน้ำในพื้นที่ที่มีรูปร่างเป็นวงแหวน
และในสถานที่บางแห่งก็มีชื่อเรียกที่อ้างอิงมาจากตำนาน ประวัติศาสตร์ ความเชื่อของชาวภาคตะวันออก เช่น เขาสามมุขและหาดบางแสน ชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของชลบุรี ที่ตั้งขึ้นตามตำนานความรักของ ‘มุกและแสน’ หญิงชายที่รักกันหากแต่ถูกทางบ้านกีดกันเพราะความแตกต่างของฐานะ จนวันหนึ่งมุกได้ได้ตัดสินใจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย และเมื่อแสนทราบข่าวก็ได้กระโดดตาม ชาวบ้านแถบนั้นจึงได้ตั้งชื่อหน้าผานั้นว่า ‘สามมุข’ และตั้งชื่อหาดด้านล่างว่า ‘บางแสน’ พร้อมกับสร้างศาลเจ้าแม่สามมุขแห่งนี้ขึ้นเป็นอนุสรณ์ และต่อมาศาลนี้ก็ได้กลายเป็นที่เคารพสักการะของผู้คน โดยเฉพาะชาวประมง พ่อค้าแม่ค้า ตลอดไปจนหนุ่มสาวที่ปรารถนาจะสมหวังในความรัก
หรือ แหลมแม่พิมพ์ ชื่อของชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของระยอง ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีชื่อที่บ่งชี้ว่ามีลักษณะภูมิประเทศยื่นแหลมในไปในทะเล ทั้งยังอ้างอิงมาจากตำนานของบุคคลที่เชื่อกันว่ามีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์ คือช่วงเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 นั่นก็คือ แม่พิมพ์ หรือเจ้าแม่พิมพ์

รูปปั้นแม่พิมพ์ หรือเจ้าแม่พิมพ์
โดยตำนานระบุว่าแม่พิมพ์เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าเมืองสุพรรณบุรี และในช่วงศึกสงครามระหว่างอยุธยากับพม่า พม่าได้เคลื่อนทัพมาจนถึงเมืองสุพรรณบุรี ตัวเจ้าเมืองเห็นดังนั้นก็คิดว่าคงไม่สามารถต้านรับกองทัพพม่าได้ และเกรงว่าเมื่อพม่ายึดเมืองแล้วก็อาจจะเป็นอันตรายต่อตนและบุตรสาว จึงได้พากันปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา โดยให้ทุกคนเรียกตนว่า ตาพัน และให้แม่พิมพ์ ซึ่งเป็นลูกสาวปลอมตัวเป็นผู้ชาย ก่อนจะรวบรวมคนใกล้ชิดและพากันลงเรือสำเภาหนีออกจากเมือง
เรือสำเภาของตาพันและแม่พิมพ์มุ่งหน้าไปยังตะวันออก ผ่านปากน้ำสมุทรปราการแล้วออกสู่ทะเล โดยแล่นเรือผ่านทางเขาสามมุข เลียบเลาะชายฝั่งไปเรื่อยๆ เพื่อหาทำเลที่เหมาะกับการตั้งหลักปักฐาน แต่เมื่อแล่นมาถึงช่องแสมสารได้เกิดพายุ มีคลื่นลมแรงและพัดเรือจนกระแทกหินโสโครกแตก ทั้งหมดจึงได้หยุดพักซ่อมแซมเรือกันที่อู่ตะเภา ก่อนจะแล่นเรือต่อมาที่บริเวณแหลมแม่พิมพ์ในปัจจุบัน แต่เมื่อมาถึงได้ไม่นาน ปรากฎกว่าพ่อของแม่พิม์ได้หายตัวไป หาเท่าไรก็ไม่เจอ แม่พิมพ์จึงเข้าไปนั่งทำสมาธิในถ้ำจนกระทั่งได้เสียชีวิตลงในถ้ำนั้นเอง จากนั้นชาวบ้านก็ได้ช่วยกันตั้งศาลเจ้าแม่พิมพ์ไว้บริเวณแหลมแม่พิมพ์ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของแม่พิมพ์
นอกเหนือไปจากนี้ ยังมีชื่อบ้านนามเมืองที่พบได้เฉพาะในภาคตะวันออกเท่านั้นด้วย เป็นต้นว่า ชื่อบ้าน ย่าน ตำบล ที่มีคำว่า ‘ชาก’ ที่พบได้ในแถบระยอง ชลบุรี และจันทบุรี อาทิ ชากแง้ว, ชลบุรี ชากบก, ระยอง และชากใหญ่, จันทบุรี
และคำว่า ‘พลง’ เช่น พลงสไว และพลงช้างเผือก, ระยอง เป็นต้น ซึ่งคำว่าชากและพลงนี้ก็มีความหมายตามการอธิบายของคนในพื้นที่ว่าหมายถึงบริเวณป่าที่ยังหักร้างถางพงอย่างไม่เรียบร้อยดีนัก ยังคงมีตอไม้ต้นไม้อยู่มาก จำเป็นต้องมีการถางให้ราบเตียนมากขึ้นไปอีก เป็นต้น
.
จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของชื่อเรียกบ้าน ย่าน ถนน ตำบล เมือง อำเภอ จังหวัด และสถานที่ต่างๆ ในภาคตะวันออก ยังคงมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกมากที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ เรื่องราวที่จะทำให้คนในภาคตะวันออกได้รู้จักและผูกพันกับบ้านของตนมากยิ่งขึ้น
และต่อจากนี้คอลัมน์ นามเมืองเบื้องตะวันออก ก็จะทำหน้าที่สรรหาและรวบรวมเอาเรื่องราวเหล่านั้นมานำเสนอให้ได้รับรู้กันโดยทั่วกัน ก่อนที่วันและเวลาจะนำพาเอาภาพของบ้านเมืองแบบใหม่ๆ ภาพของถนนหนทาง สะพานข้ามแยก ท่าเรือแบบใหม่ๆ หรือภาพความยิ่งใหญ่ของนานาโรงงานอุตสาหกรรมมาบดบังภาพของบ้านย่านเมืองแบบเดิมที่เคยมีอยู่ในภาคตะวันออกไปจนหมด


