/

โรงหนังภาคตะวันออกใครครอง? ชวนสำรวจำนวนโรงหนังในภาคตะวันออก

ในวันที่มีหนังที่เราอยากดู แต่แถวบ้านเรากลับไม่มีโรงหนัง นับเป็นเรื่องน่าปวดใจไม่น้อย แต่นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมยามว่างของเราหายไปหนึ่งอย่าง แต่ยังหมายถึงการเข้าถึงแหล่งบันเทิง ที่เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อสุขภาพจิตของเราด้วย

 

ในภาคตะวันออก แม้จะถูกมองเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นเหมือนแบตเตอรี่ของประเทศ แต่ถ้าย้อนกลับมาดูตัวชี้วัดความเจริญที่ควรเบ่งบานอย่างโรงหนัง ก็ต้องบอกว่าน่าตกใจทีเดียวที่โรงหนังกระจุกอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น

มากกว่านั้นคือมีเพียงโรงหนังจากเครือใหญ่ๆ ที่เข้าไปสร้างฐาน ในขณะที่โรงหนังท้องถิ่นได้ล้มหายตายจากไปเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น สามย่านรามา สระแก้วรามา หรือตะวันออกรามา

เราชวนไปสำรวจจำนวนโรงหนังในภาคตะวันออก และเข้าใจภาวะกึ่งผูกขาดของโรงภาพยนตร์ที่อาจส่งผลเสียต่อวงการภาพยนตร์ไทยไปด้วยกัน

ชลบุรี

จากการสำรวจพบว่าในจังหวัดชลบุรี ถือเป็นจังหวัดที่มีโรงภาพยนตร์อยู่มากที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งหมด 15 แห่ง แบ่งเป็น

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 8 แห่ง ได้แก่

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ บ่อวิน

สาขา แหลมทอง บางแสน

สาขา ฮาร์เบอร์มอลล์ แหลมฉบัง

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ชลบุรี

สาขา เซ็นทรัลมารีนา พัทยาเหนือ

สาขา เซ็นทรัล ชลบุรี

สาขา เทอร์มินอล 21 พัทยา

สาขา เซ็นทรัล พัทยา

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 7 แห่ง ได้แก่

สาขา โลตัส บ้านสวน

สาขา บิ๊กซี สัตหีบ

สาขา บิ๊กซี ชลบุรี

สาขา แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา

สาขา โลตัส อมตะนคร

สาขา เซ็นทรัล ศรีราชา

สาขา พัทยาอเวนิว

ซึ่งจากตำแหน่งจะเห็นความกระจุกตัวของโรงหนังที่เนืองแน่นอยู่ในเขตพัทยา แต่ในพื้นที่อำเภออื่นๆ บางแห่งอาจไม่มีโรงหนังเลย รวมไปถึงเห็นความกระจุกตัวของโรงหนังในพื้นที่ที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม มากกว่าจะเป็นแหล่งชุมชนทั่วไป หรือในเขตอื่นๆ

จันทบุรี

ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่กลายเป็นโลเคชั่นสำหรับถ่ายทำหนังบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Where we belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า (2019) หรือ 14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand (2023) แต่ทว่าจำนวนโรงหนังกลับไม่ได้เติบโตตามเท่าไหร่นัก โดยมีโรงหนังเพียง 3 แห่ง คือ

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 1 แห่ง ได้แก่

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ จันทบุรี

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 2 แห่ง ได้แก่

สาขา บิ๊กซี จันทบุรี

สาขา เซ็นทรัล จันทบุรี

สระแก้ว

สระแก้ว หนึ่งในพื้นที่อยู่ติดชายแดนประเทศไทย มีการค้าขายระหว่างพรมแดนอย่างคึกคัก และถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดในภาคตะวันออก แต่กลับมีโรงหนังอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 1 แห่ง ได้แก่

สาขา บิ๊กซี สระแก้ว

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 1 แห่ง ได้แก่

สาขา บิ๊กซี วังน้ำเย็น

ปราจีนบุรี

ปราจีนบุรีคืออีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ โดยถือเป็นหัวเมืองรองในด้านเศรษฐกิจตะวันออกมีรายได้ต่อปีต่อหัวของประชากรอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศไทย แต่กลับมีโรงหนังเพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 1 แห่ง ได้แก่

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 1 แห่ง ได้แก่

สาขา บิ๊กซี ศรีมหาโพธิ

ฉะเชิงเทรา

ฉะเชิงเทรา เมืองที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ และมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย มีการท่องเที่ยวที่เติบโตดึงดูดผู้คนมาได้หลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นจังหวัดที่มีอยู่ด้วยกันถึง 11 อำเภอ แต่ทว่าโรงหนังกลับกระจุกตัว มีเพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 1 แห่ง ได้แก่

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 1 แห่ง ได้แก่

สาขา บิ๊กซี เพลส ฉะเชิงเทรา

ระยอง

ระยองคือจังหวัดที่มี GDP สูงสุดของประเทศ เป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในประเทศ และเป็นแหล่งที่มีผู้คนมาอาศัยจำนวนมากตามแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม  แต่ทว่าจำนวนของโรงหนังกลับน้อยกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีเพียง 7 แห่งเท่านั้น คือ

เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น 2 แห่ง ได้แก่

สาขา โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ บ้านฉาง

สาขา แพชชั่น ช็อปปิ้ง เดสติเนชั่น ระยอง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 4 แห่ง ได้แก่

สาขา โลตัส มาบตาพุด

สาขา บิ๊กซี บ่อวิน (แต่อยู่ในอำเภอปลวกแดง)

สาขา โลตัส แกลง

สาขา เซ็นทรัล ระยอง

แต่ความน่าสนใจของระยองคือยังคงมีโรงหนังจากผู้ประกอบการท้องถิ่นเหลืออยู่หนึ่งแห่ง นั่นก็คือ CK Multiplex ที่เป็นโรงหนังภายในห้างซีเคพลาซ่า ปลวกแดง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีรอบฉายหนังกระแสหลักอยู่ด้วย

นครนายกและตราด

ในส่วนของ 2 จังหวัดในภาคตะวันออกที่ไม่มีโรงหนังเลยแม้เพียงโรงเดียวก็คือ จังหวัดตราด และจังหวัดนครนายก โดยโรงหนังที่ใกล้ที่สุดของจังหวัดตราดคือต้องเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองจันทบุรีไปยังเซ็นทรัล จันทบุรี ซึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง (นับการเดินทางจากที่ว่าการอำเภอเมืองตราด)

ในส่วนของจังหวัดนครนายกนั้น แม้จะเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพมาก แต่กลับกลายเป็นจังหวัดที่ถูกลืมไม่น้อย ซึ่งแม้ทางเมเจอร์จะเคยมีแผนสร้างโรงหนังที่โลตัส นครนายก ซึ่งมีข่าวตั้งแต่ปี 2019 หรือกว่า 5 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังไร้วี่แววที่คนนครนายกจะได้ดูหนังในจังหวัดตัวเอง โดยหากคนนครนายกต้องการไปดูหนัง จะต้องไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที (นับการเดินทางจากที่ว่าการอำเภอเมืองนครนายก)

ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมขนส่งสาธารณะต่างจังหวัดที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งบันเทิงและพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย

จากข้อมูลด้านบนอาจจะช่วยทำให้เห็นภาพกันมากขึ้นว่าพื้นที่ไหนที่มีการกระจุกตัวของโรงภาพยนตร์ และใครที่ครองโรงภาพยนตร์ในภาคตะวันออกกันบ้าง

 

โรงภาพยนตร์กับหนึ่งในตัวสะท้อนการผูกขาดของทุน

หากให้ลองนึกถึงชื่อโรงหนังในไทย ก็คงนึกออกอยู่ไม่กี่เจ้า และนี่คือหนึ่งในสิ่งที่สะท้อน ภาวะกึ่งผูกขาด (oligopoly) โดยในรายงานเรื่อง ‘ภาวะกึ่งผูกขาดในธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยกับบทบาทของพื้นที่ทางเลือกเพื่อเสริมความหลากหลาย’ จากวารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน ประจำปี 2561 ได้เล่าถึงภาวะกึ่งผูกขาด ไว้ว่า “ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะกึ่งผูกขาด (oligopoly) โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงน้อยรายในตลาด หรือกล่าวอย่าง เจาะจงคือ มีบริษัทเจ้าของเครือโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ขนาดใหญ่ 2 บริษัท ที่ครอบงำตลาดโรงภาพยนตร์ของไทย อันส่งผลกระทบต่อความสมดุลใน ระบบภาพยนตร์ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และผู้ชม”

ทั้งนี้ในรายงานยังบอกอีกว่า สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยมีลักษณะกึ่งผูกขาด (oligopoly) หรือเป็นธุรกิจที่มีการกระจุกตัวสูง (concentration) โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายในตลาดที่ครอบครอง ส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้เกือบทั้งหมด คือ (สำนักการค้าบริการและการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, 2560) 1. บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานโดย ใช้เครื่องหมายการค้า “Major Cineplex”, “EGV”, “Paragon Cineplex” และ “Esplanade Cineplex” เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในตลาดโดยมีส่วน แบ่งการตลาดสูงถึงประมาณ 80% 2. บริษัท เอสเอฟ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานโดยใช้ เครื่องหมายการค้า “SF Cinema City”

โดยสิ่งที่ตามมาจากการอยู่ในภาวะกึ่งผูกขาดนี้ส่งผลต่อ การที่เครือโรงหนังใหญ่สองเครือเป็นผู้กำหนด ทิศทางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิด การสร้างอำนาจตลาดให้กับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ซึ่งตามมาด้วยการกำหนดราคาส่วนแบ่ง การเลือกตารางฉาย หรือแม้แต่การประชาสัมพันธ์หนังต่างๆ นอกจากนี้ในระยะยาวก็อาจส่งผลให้ความหลากหลายของหนังไทยหายไปด้วย

ในระยองเองเคยมีเหตุการณ์ที่หนังเรื่อง ‘เมมโมเรีย’ ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลกเข้าฉายในไทย แต่กลับไม่มีการนำเข้ามาฉายในจังหวัดระยอง ทำให้ผู้บริโภคต้องเข้าไปเรียกร้องให้นำมาฉาย จนกระทั่งได้รอบฉายมาในที่สุด แม้จะมีรอบฉายจำนวนน้อย และอยู่เพียงสัปดาห์เดียวก็ตาม

สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนภาพของการผูกขาดทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ส่งผลต่อการเข้าถึงแหล่งบันเทิงของคนต่างจังหวัดอีกด้วย

ไมโครซินีม่า และการสนับสนุนโรงหนังท้องถิ่น

หากลองสำรวจดูในภาคตะวันออก จะเห็นว่าโรงหนังที่เคยขึ้นชื่อของท้องถิ่นได้ล้มหายตายจากไป ไม่ว่าจะเป็น สามย่านรามา ในจ.ระยอง สระแก้วรามา ในจ.สระแก้ว หรือตะวันออกรามา ในจ.ชลบุรี สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพความหลากหลายของระบบนิเวศโรงหนังได้เป็นอย่างดี

ซึ่งในปัจจุบันโรงหนังท้องถิ่นที่เหลือในภาคตะวันออกก็คือ CK Multiplex ในอ.ปลวกแดง จ.ระยอง นอกจากนี้ก็อาจพบเจอการฉายหนังอิสระ ได้ตามพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ แต่มักจะมาในรูปแบบอีเวนต์ ที่ไม่ได้จัดฉายตามตาราง

สุภาพ หริมเทพาธิป เคยอธิบายว่า ความไม่หลากหลายของภาพยนตร์ทำให้วัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ในสังคมไทยไม่เข้มแข็ง กล่าวคือ เมื่อผู้ชมเปิดรับแต่ภาพยนตร์แนวเดียวหรือรูปแบบเดียวซึ่งเจ้าของ โรงภาพยนตร์ป้ อนให้ ผู้ชมก็จะมีมุมมองหรือความเข้าใจที่คับแคบเกี่ยวกับ การชมภาพยนตร์และศิลปะภาพยนตร์ โดยอาจมองเห็นภาพยนตร์แค่เพียง ฐานะการเป็นสื่อบันเทิงที่ฉาบฉวยเท่านั้น

ในขณะที่ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ เจ้าของ Doc Club & Pub. ในกรุงเทพฯ ได้เคยเอ่ยถึงความเป็นอิสระของโรงหนังไว้ว่า “การมีอิสระแปลว่า คุณจะมีอำนาจบริหารจัดการคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับคนที่คุณมองว่าเป็นลูกค้า มันไม่ได้แปลว่า ทุกครั้งที่มีการโปรโมตหนังใหญ่สักเรื่องขึ้นมา แล้วโรงภาพยนตร์ทุกแห่งจะต้องเล่นอยู่ในเกมเดียวกันจนผู้บริโภคเลือกอะไรไม่ได้ สังคมที่ทุกคนต้องดูหนังเรื่องเดียวกันหมดมันจะสนุกได้ยังไง อิสระคือความมีสีสัน ซึ่งเราคิดว่านั่นแหละคือวัฒนธรรมของการดูหนัง มันมีทางเลือก มีความสนุกหลากหลายแบบสำหรับคนหลายๆ คน”

 

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย แต่ในทางกลับกันเราก็ต้องเจอแต่เสียงสะท้อนและ echo chamber ในโลกของเรา การถูกผูกขาดด้านสื่ออาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ที่มากกว่าแค่การเข้าถึงแหล่งบันเทิง แต่คือการเข้าถึงโลกใบอื่นๆ และโอกาสความเป็นไปได้อื่นๆ อีกมากมายเช่นกัน

 

อ้างอิงจาก
ภาวะกึ่งผูกขาดในธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยกับบทบาทของพื้นที่ทางเลือกเพื่อเสริมความหลากหลายในระบบภาพยนตร์
วิมานหนัง: เมื่อหนทางสู่โรงหนังของคนต่างจังหวัดเต็มไปด้วยขวากหนาม
สาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
สาขาของเครือ เอสเอฟ ซีนีม่า
รายชื่อโรงหนังในประเทศไทย
ตั๋วหนังราคาแพง เพราะต้นทุนสูงหรือถูกผูกขาด?
ดูหนัง นั่งคุย นิ่งคิดกับ ‘ธิดา ผลิตผลการพิมพ์’ เรียนรู้ความแตกต่างหลากหลายผ่านโลกของภาพยนตร์และโรงหนัง
CK Multiplex
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR