หากช่วงนี้ใครตามข่าวก็อาจจะเจอกับเคสบุกรุกที่ดินในเขตป่า ซึ่งในภาคตะวันออกเองนับว่าต้องเผชิญกับเรื่องนี้มายาวนาน และดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
โดยการบุกรุกป่าที่พบในภาคตะวันออกมักเจอในลักษณะของนายทุนเข้าไปบุกรุกพื้นที่เพื่อทำธุรกิจประกอบกิจการ สร้างโรงงานอุตสาหกรรม ทำพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวไม่ว่าจะเป็น ยางพารา ยูคาลิปตัส หรือที่พบบ่อยในช่วงนี้คือทุเรียน นอกจากนี้ยังมีการลักลอบตัดไม้ ขุดดินนำไปขายต่อ โดยหลายครั้งมีรายงานถึงผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและนายทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งในการบุกรุกที่ดินเองก็มีการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น
- เขตป่าไม้ของรัฐ เช่น ป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าชายเลย
- ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน เช่น ที่ดินที่สงวนไว้ใช้ร่วมกัน (แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ทะเลสาบ) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ราชวัสดุ และสถานที่ราชการ
- โฉนดชุมชน คือ พื้นที่ที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลและบริหารจัดการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อรักษาพื้นที่เกษตรในการผลิตพืชอาหารที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ระบบภูมินิเวศน์และดูแลสิ่งแวดล้อม
- นิคมสร้างตัวเองและนิคมสหกรณ์ โดยนิคมสร้างตัวเองหมายถึง บริเวณที่ดินของรัฐที่ให้ประชาชนได้มีที่ตั้งเคหสถานและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งในที่ดิน ส่วนนิคมสหกรณ์หมายถึง พื้นที่ที่รัฐกำหนดขอบเขตพัฒนาให้เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย และทำการเกษตร แล้วจัดสรรให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือ มีน้อยรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
EPIGRAM ได้รวบรวมรายงานการบุกรุกที่ดินที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก ในรอบ 1 ปี (2567 – 2568) ความน่าตกใจคือแค่เพียงไม่ถึง 2 เดือนที่เปิดปี 2568 มานั้น ภาคตะวันออกเกิดเคสบุกรุกที่ดินไปแล้วทั้งสิ้น 5 เคส ได้แก่ ในพื้นที่จังหวัดตราด จันทบุรี และชลบุรี และหากดูรวมๆ แล้วมีการบุกรุกที่ดินป่าไม้ไปหลายพันไร่
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรายงานที่พบเจอเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการบุกรุกที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอีกจำนวนมากเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องจับตา และตรวจสอบให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการต่อไป
2 มกราคม 2567
บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเขาไผ่หรือป่าสงวนบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เคสที่หนึ่งเป็นการพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเขาไผ่หรือป่าสงวนบางละมุงในจังหวัดชลบุรี ในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567 กรมป่าไม้ฯ ร่วมกับชมรมป่าชุมชนโกรกหมาตาย เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังพบว่า มีนายทุนบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร
โดยชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ป่าสงวนเขาไผ่หรือป่าสงวนบางละมุงผืนนี้มีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของชุมชน โดยก่อนหน้านี้ราวปี พ.ศ. 2558 – 2559 ศาลมีคำพิพากษาให้ยึดคืนพื้นที่ป่าจากผู้บุกรุกทุกราย แต่ก็ยังพบการบุกรุกเรื่อยๆ ทั้งในปี พ.ศ. 2564 และ 2566
และในกรณีล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2567) จุดที่ชาวบ้านมีการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกอยู่บริเวณเขาไผ่ หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งชาวบ้านพบพื้นที่ป่าโหว่เป็นหย่อมๆ และพบการแผ้วถางพื้นที่เพื่อปลูกมันสำปะหลังประมาณ 68 ไร่ ขยายจากจุดเดิมรวมแล้วกว่า 200 ไร่ ซึ่งเป็นการบุกรุก แผ้วถางซ้ำโดยนายทุนรายเดิม นอกจากนั้นยังมีรายอื่น ๆ อีก 3 รายที่บุกรุกแปลงใหญ่ รวมกว่า 1,000 ไร่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า ผู้บุกรุกมีความผิดยึดถือและครอบครองป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
7 พฤษภาคม 2567
บุกรุกที่ดินเพื่อลักลอบขุดดินบนบนเขาอู่ทอง จังหวัดระยอง

มีรายงานบุกรุกพื้นที่เพื่อลักลอบขุดดินบนเขาอู่ทอง จังหวัดระยอง ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เทศบาลตำบลสุนทรภู่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2567
โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ไปตรวจสอบพื้นที่ พบว่า ภูเขาด้านหลังบ้านพักคนงาน ที่มีการล้อมรั้วแน่นหนาก่ออิฐบล็อกกั้นเป็นกำแพง มีสภาพเป็นดินขาวโพนเป็นหน้าผาสูงหลายเมตร จากการสังเกตเห็นว่ามีการขุดดินออกไปจากพื้นที่มานานแล้ว
อย่างไรก็ดี 29 ส.ค. 2567 ผู้ถูกเทศบาลแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการขุดดิน ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นที่ได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นที่มีโฉนดเลขที่ 92282 เล่ม 982 หน้า 82 ออก ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2563
ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2567 มีรายงานเพิ่มเติมว่าจนท.ป่าไม้ได้ติดต่อเทศบาลฯ ฝ่ายกองช่าง เรื่องเอกสารโฉนดที่ดินโดยบันทึกระบุว่า จากกาตรวจสอบพื้นที่ถูกบุกรุกมีพื้นที่ 38 ไร่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นพื้นที่สวนยาง ติดกับที่ดินมีเอกสารสิทธิ์โฉนดเลขที่ 92282 เลขที่ 76 ระบุพื้น 8 ไร่ 2 เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกหลักฐานไว้ พร้อมจับพิกัดพื้นที่ด้วยจีพีเอสพบว่าเป็นผืนป่าซึ่งอยู่ในเขตป่า 2484
เบื้องต้นได้มีการทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อกล่าวหาด้วยกัน โดยข้อกล่าวหาแรกว่าด้วยความผิดฐานร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือ ครอบครองพื้นที่ป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54, 55 และ 72 ตรี
ข้อหาที่สองคือ ความผิดฐานร่วมกันยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นการทำลายหรือเสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด ที่ทรายในบริเวณที่ดินซึ่งรัฐมนตรีประกาศหวงห้ามหรือผู้ที่กระทำประการใด ๆ อันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินหรือกระทำแก่ที่ดินของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ
และข้อหาสุดท้ายคือ ร่วมกันกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหายไปนั้น ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97
31 พฤษภาคม 2567
บุกรุก ทำลายพื้นที่ป่าชุมชนบ้านนาอิสาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม และป่าสียัด

ในจังหวัดฉะเชิงเทราเองก็พบการบุกรุกป่าบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมาที่ฉะเชิงเทราก็มีเคสการบุกรุกที่ดินเช่นกัน ซึ่งเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อตัดไม้ ก่อนที่จะมีการปลูกต้นยูคาลิปแทนที่ต้นไม้ป่าที่ถูกตัดไป โดยวันที่ 31พฤษภาคม 2567 มีร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่าพบ
การบุกรุกแผ้วถางทำลายป่าในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านนาอิสาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม และป่าสียัด ที่หมู่ที่ 16 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้หลังจากการตรวจสอบพบการบุกรุกแผ้วถางทำลายป่าจริง โดยมีการลักลอบตัดไม้กระจายทั่วบริเวณ รวมทั้งมีร่องรอยการเคลื่อนย้ายไม้ออกนอกพื้นที่ นอกจากนั้นยังมีการริบสุมเผาไม้ขนาดเล็ก โดยพบร่องรอยการเผาทั่วบริเวณ และมีกองไม้ขนาดใหญ่ที่ยังเหลือไว้ในที่เกิดเหตุ สำหรับไม้ที่ถูกแผ้วถางและตัดโค่นเป็นชนิดไม้ ปอสา ไม้ขี้หนู ไม้พลับ ไม้ตะแบก ไม้นนทรี ไม้มะค่าโมง ไม้เกว้า ไม้กระเบา และไม้ขนานตรวจสอบ
ยิ่งกว่านั้นในพื้นที่เกิดเหตุยังมีการปลูกไม้ยูคาลิปตัสแทนที่ไม้ป่าที่ถูกตัดไปแล้วเต็มพื้นที่ โดยใช้วิธีขุดหลุมปลูกพบว่าความสูงของต้นไม้ยูคาลิปตัสที่ปลูกมีตั้งแต่ 30-50 ซม. แสดงว่าปลูกมาแล้วประมาณ 1 เดือน คณะเจ้าหน้าที่ได้รังวัดขอบเขตรอบพื้นที่ที่มีการบุกรุก และจะดำเนินคดีตาม กฏหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป
4 กรกฎาคม 2567
บุกรุกป่าสงวน เขาน้อย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

ต่อมาเป็นการบุกรุกพื้นที่จังหวัดตราดในปี พศ. 2567 ซึ่งพบพื้นที่ป่าสงวนเขาน้อยถูกบุรุกจำนวน 86 ไร่ และมีการก่อสร้างบ้านพักอาศัย ไถป่าเตียนโล่ง พร้อมพบอุปกรณ์การเกษตรหลายชนิด
โดยในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวน ขณะใช้รถแบ็คโฮ ไถป่าตีป่าบริเวณป่าสงวนเขาน้อยได้อีก 1 ราย และเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมคนร้าย บุกรุกป่าสงวนเขาน้อยได้อีก 1 ราย รวมเป็นจับกุมคนร้ายได้ 2 คน
โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขบวนการรุกป่าสงวนเขาน้อย และพื้นที่ใกล้เคียง มีมานานหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นนายทุนจากต่างพื้นที่มากว้านซื้อที่ดิน ทั้งเขตชลประทาน และเขตป่าสงวน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกให้และเก็บเงินค่าเข้าทำ จนต่อมาเกิดความขัดแย้งกันระหว่างเจ้าของที่ที่เข้าทำจึงเกิดการร้องเรียนกันเอง
นอกจากนั้นแหล่งข่าวยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในพื้นที่ป่าสงวนยังมีพื้นที่บุกรุกอยู่อีกหลายแปลง ซึ่งเคสที่เรายกตัวอย่างมาเป็นตัวอย่างเคสการบุกรุกที่ดินที่เราค้นเจอและเกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น (2567-2568) แต่แท้จริงแล้วในภาคตะวันออกยังมีเคสการบุกรุกที่ดินที่เกิดก่อนหน้านี้หรือที่เราไม่ได้กล่าวถึง หรือยังไม่ถูกค้นพบอีก ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงปัญหาการบุกรุกป่าในภาคตะวันออกของประเทศไทยที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การติดตามข่าวสารและการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้
4 สิงหาคม 2567
บุกรุกพื้นที่บริเวณแปลงปลูกป่า ในป่าสงวนแห่งชาติเขาห้วยมะหาด เขานั่งยองและป่าเขาครอก อ.บ้านฉาง จังหวัดระยอง

ในอ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่มีพื้นที่ป่านั้น ได้มีการร้องเรียนว่าพบนายทุนนำเครื่องจักรเข้าไปบุกรุกพื้นที่บริเวณแปลงปลูกป่า โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ (FPT3/2) ที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาห้วยมะหาด เขานั่งยองและป่าเขาครอก หมู่ 7 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา
หลังจาก ผู้ว่าฯระยอง สั่งให้นายอำเภอบ้านฉาง พร้อมเจ้าหน้าที่ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ฐานป้องกันรักษาป่าเขายายดา เจ้าหน้าที่ป้องกันรักษาป่า รย.2 นายก อบต.สำนักท้อน กำนัน ต.สำนักท้อน และเจ้าหน้าที่ประจำแปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เข้าตรวจสอบพื้นที่
พบเป็นการรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ จริง โดยพบรอยรถแบ๊กโฮปรับพื้นที่เป็นทางยาวทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่น แต่ไม่พบผู้กระทำผิดและรถแบ๊กโฮในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกส่ง พ.ต.ต.เอกรัตน์ โลหะ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉางดำเนินคดีอาญาต่อไป
22 ตุลาคม 2567
บุกรุกพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติฯ พบการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 11 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา ในบริเวณพื้นที่บ้านสะพานหินบน หมู่ 3 ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางเป็นรถแบ็คโฮ 200 จำนวน 2 คัน
หลังจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบันทึกเป็นคดีอาญาที่ 150/2567 และคดียึดทรัพย์ที่ 29/2567 ความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (2) และมาตรา 99 ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางป่าหรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72, และตามพระราชบัญญัติป่่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และ 31 รวมถึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ด้วย
25 พฤศจิกายน 2567
บุกรุกลอบตัดไม้ทำลายป่าเนื้อที่กว่า 30 ไร่ บนเขาคอก อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบเขาคอก ซึ่งอยู่ติดถนนสายเขาหินแท่น-เขาคอก ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง และอยู่ติดกับเขตป่าไม้ส่วนกลาง นิคมสหกรณ์ชะแวะ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีนายทุนลักกลอบตัดไม้บนเขาจนโล่งเตียน กลายเป็นเขาหัวโล้น โดยที่ตีนเขาพบตอไม้ขนาดใหญ่สภาพถูกตัดโค่นจนเหลือเพียงกิ่งไม้แห้งวางกองทิ้งระเกะระกะกินเนื้อที่กว่า 30 ไร่
โดยนายอำเภอในพื้นที่ให้รายละเอียดว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการเสียภาษีบำรุงพื้นที่ หรือภาษีดอกหญ้า (ภ.บ.ท.5) ทำให้ปัจจุบันมีนายทุนเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่ดิน แต่การเสียภาษีบำรุงพื้นที่ที่ว่าอนุญาตเพียงให้ทำกินได้แต่ไม่สามารถขายหรือแผ่วถางตัดไม้ได้ อำเภอแกลงจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่นิคมสหกรณ์ชะแวะ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ระยอง เพื่อเข้าตรวจสอบและติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
26 ธันวาคม 2567
บุกรุกพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

จังหวัดจันทบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออก และเช่นเดียวกันกับที่เป็นจังหวัดที่มีการบุกรุกพื้นที่มากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย โดยเคสบุกรุกพื้นที่เคสแรกที่เราอยากพูดถึงคือ การบุกรุกพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง
โดยคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมาธิการการกฎหมายและยุติธรรม วุฒิสภา ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี กลุ่มทุนจีนบุกรุกป่าทำสวนทุเรียน ในท้องที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งจากรายงานพบว่า ในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ เนื้อที่ 105 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนซ่อง ท้องที่บ้านเขาฆ้อง หมู่ที่ 5 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี มีการปรับไถพื้นที่ ขุดสระน้ำ ตัดไม้หวงห้ามออกจากพื้นที่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกทุเรียน
โดยมีการคำนวณค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายพื้นที่ป่าไม้ ในคดีนี้รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 5,899,619 บาท โดยตามรายงานแจ้งว่า “ได้มีการจัดทำบันทึกและนำเรื่องราวไปแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ตาม ปจว.ข้อ 9 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 19.45 นาฬิกา เลขรับแจ้งที่ 300/2567 ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรค 2 และบทสันนิษฐานตามมาตรา 55 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 วรรค 2 และต้องชดใช้ค่าเสียหาย ตามมาตรา 26/4”
25 มกราคม 2568
บุกรุกพื้นที่ป่าไม้เขาพลับ-เขาบ่อทอง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

มีรายงานร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีนายทุนจีนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แผ้วถางป่าไม้เพื่อทำสวนทุเรียน โดยหนึ่งในกลุ่มพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระยองได้รายงานผ่านเฟซบุ๊กว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จันทบุรี และส.ส จันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ เทือกเขาคิชฌกูฏภู เขาบ่อทอง ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขามจันทบุรี ไม่พบเจอ กลุ่มทุนและเครื่องจักร บุกรุก ตักดินไปขาย และทำลายต้นไม้ เป็นวงกว้าง ทำกันมา หลายเดือน ข้อสงสัย เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง และ ผู้นำชุมชน ไม่รู้เลยหรือ เขารู้กันทั้ง จังหวัด ถ้าเป็นแบบนี้ป่าสงวน ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์หมดแน่”
โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขาพลับ-เขาบ่อทอง หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนปัญหาบุกรุกป่า บริเวณเขาพลับและเขาบ่อทอง หมู่ 10 ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มีพื้นที่รวมประมาณ 2,500 ไร่ พบการบุกรุกแผ้วถางป่าประมาณ 76 ไร่ รวมถึงชาวบ้านได้แจ้งว่ามีการเปิดป่า ขุดดิน และตัดต้นไม้ จำพวก มะค่า พยูง และอื่นๆ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่าดิบ และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบยังพบมีการใช้เครื่องจักร ทั้งรถแบ๊คโฮ ปรับพื้นที่ และใช้รถบรรทุกขนดินออกไป แต่ไม่ทราบว่านำไปขาย หรือนำออกไปที่ใด
จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เข้าครอบครองพื้นที่บนเขา 2 ราย แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เบื้องต้นทั้งสองรายให้การว่า ได้ทำกินและปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน โดยในปี 2567 ได้ทำสัญญาขายไม้ยางพารากับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาในช่วงปลายปี บริษัทดังกล่าวได้นำเครื่องจักรและคนงานเข้ามาปรับพื้นที่ ขุดตัดหน้าดิน และทำถนนขึ้นไปบนเขาเพื่อขนย้ายไม้ยางพารา
ต่อมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจสอบ ลานไม้สุวรรณา หมู่ 4 บ้านนาไทร ซึ่งมี ร้อยตำรวจโท คำมี รองสารวัตร(งานป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรมะขาม และสายตรวจตู้ยามวังแซ้มเป็นเจ้าของ พร้อมแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบไม้จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางพาราและไม้ฟืน นอกจากนี้ยังพบไม้ขนุนป่าที่ถูกผ่าไว้แล้วประมาณ 2 ต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สั่งการให้อายัดไม้ดังกล่าวไว้ และห้ามเคลื่อนย้าย จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบอย่างละเอียด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยภายในพื้นที่ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
โดยร้อยตำรวจโท คำมี เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับซื้อไม้เป็นอาชีพเสริมและดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง โดยเช่าพื้นที่ปีละ 200,000 บาท และมีรายได้จากการซื้อขายไม้ประมาณ 5,000 บาทต่อวัน ขณะที่ออกไปทำงาน ภรรยาเป็นผู้ดูแลลานไม้ เขายืนยันว่าไม้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดนั้น ซื้อมาจากพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไม้ป่าที่ถูกตัดบนเขา พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่า และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน
ส่วนด้าน พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าลานไม้ดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้อง และไม้ที่พบส่วนใหญ่เป็นไม้ยางพาราและไม้เบญจพรรณ ที่ถูกตัดเป็นท่อนเพื่อนำไปขายต่อ
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมว่าไม้บางส่วนที่พบมีความเกี่ยวข้องกับไม้ป่าที่ถูกตัดบนเขาหรือไม่ และมีการแปรรูป อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เก็บตัวอย่างไม้บนเขาบ่อทอง ไปตรวจสอบแล้ว
28 มกราคม 2568
บุกรุกพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจันตาแป๊ะ ป่าเขาวังแจง และป่าขุนซ่องในเขตรอยต่อระหว่างอำเภอแก่งหางแมว และ อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

อีกเคสต่อเนื่องกันในจังหวัดจันทบุรีคือการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจันตาแป๊ะ ป่าเขาวังแจง และป่าขุนซ่อง ในเขตรอยต่อระหว่างอำเภอแก่งหางแมว และ อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โดยถูกบุกรุกจำนวน 1,848 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา โดยหลังหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) ได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มนายทุนลักลอบตัดไม้และแผ้วถางพื้นที่ ในบริเวณพื้นที่ ม. 7 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว และพื้นที่ ม. 7 ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ ซึ่งพบเครื่องจักรกล เครื่องมือหนัก รวมทั้งร่องรอยการตัดไม้ยางพาราและไม้กระยาเลยจำนวนมาก
โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล แต่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเป็นสวนยางพาราที่เคยมีนายทุนครอบครองทำกินมาตั้งแต่ปี 2523 ภายใต้โครงการให้เช่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมของรัฐบาล ซึ่งเมื่อหมดอายุสัมปทาน พื้นที่ได้ถูกยึดคืนเป็นเขตป่าสงวน แต่ผู้ครอบครองเดิมบางส่วนไม่ยอมออกจากพื้นที่และมีการลักลอบตัดไม้ จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อกรมป่าไม้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่
ต่อมาในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจสอบยึดพื้นที่และแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งหางแมว เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิด โดยเบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับนายทุนจีนแต่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
4 กุมภาพันธ์ 2568
บุกรุกพื้นที่ภูเขาในพื้นที่ทรงสงวนกองทัพเรือ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ซึ่งจากการเข้าไปตรวจสอบตามการร้องเรียนของชาวบ้านเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 โดยพบว่า มีการใช้ประโยชน์นอกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงมีการบุกรุกเขาและพื้นที่ทรงสงวนกว่า 50 ไร่ ที่หมู่ที่ 11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
โดยเป็นการบุกรุกพื้นที่เขาและปริมณฑลเขาที่มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ลึกเข้าไปประมาณ 40 เมตร และมีการปรับแต่งพื้นที่เพื่อสร้างถนน ปลูกสิ่งก่อสร้าง ขุดถมดินและขนย้ายดินออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งยังพบบ่อเลี้ยงจระเข้ที่มีจระเข้อยู่เป็นจำนวนมาก
จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ผู้ถือครองที่ดิน (นายทุน) มีที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ ประมาณ 47 ไร่ แต่ได้มีการทำประโยชน์ในที่ดินเกือบ 100 ไร่ ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นาวาเอก อธิคม เลาหะกุล ผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนจาก อำเภอสัตหีบ สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว และ อบต.พลูตาหลวง เพื่อประสานงานท้องถิ่นตรวจสอบว่า มีการขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร ขุดดินถมดินต่างๆ ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์และที่ดินที่มีการครอบครองหรือไม่ พร้อมประสาน กรมประมงเข้าตรวจสอบใบอนุญาตในการเลี้ยงสัตว์อันตราย (จระเข้) รวมถึงตรวจสอบเอาผิดเรื่องการครอบครองและตัดถนนทางสาธารณประโยชน์ในดินที่มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามประมวลกฎหมายที่ดิน และตรวจสอบการขออนุญาตจับจองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตทรงสงวนของกองทัพว่า ได้รับการอนุญาตถูกต้องหรือไม่อย่างไร
ซึ่งหากทั้งหมดไม่มีการขออนุญาตก็จะดำเนินตามระเบียบข้อกฎหมายต่อไป
10 กุมภาพันธ์ 2568
บุกรุกที่ดินอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

การบุกรุกที่ดินอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ในช่วงต้นปีนี้ (กุมภาพันธ์ 2568) ซึ่งปรากฎภาพการปลูกต้นทุเรียนอย่างอุกอาจตามที่เราเห็นกันในสื่อต่างๆ โดยอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง มีความจุอ่าง 36.800 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 39,000 ไร่ ครอบคลุม 15 หมู่บ้าน 5 ตำบล 2 อำเภอ อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานตราด และหลังจากการเข้าตรวจสอบพบการบุกรุกที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง 3 จุดด้วยกัน ได้แก่
– จุดที่ 1 อันเป็นพื้นที่สาธารณะซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดชอบของชลประทาน
พบการบุกรุกทางทิศใต้ของอ่างเก็บน้ำ โดยมีการปรับพื้นที่เพื่อปลูกต้นทุเรียน
– จุดที่ 2 อยู่ทางทิศตะวันตกของอ่างเก็บน้ำ ในเขตพื้นที่ชลประทาน พบการปลูกทุเรียนและมะละกอ บนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว 2 หลัง ซึ่งไม่พบตัวผู้บุกรุกในพื้นที่ดังกล่าว
– จุดที่ 3 อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอ่างเก็บน้ำ พบการบุกรุกพื้นที่กว้าง โดยมีการปรับพื้นที่ป่าให้กลายเป็นสวนทุเรียน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างถาวร 2 หลัง แต่ไม่พบตัวผู้บุกรุก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกพิกัดและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว โดยที่ผ่านมาโครงการชลประทานตราด ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินอ่างเก็บน้ำห้วยแร้งอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในปี พ.ศ. 2549 จำนวน 16 คดี และในปี พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินคดี 5 คดี
สอดคล้องกับข่าวจาก ตราด ทีวีที่ได้ตรวจสอบแผนที่ดาวเทียม จาก google map พบว่า เขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด มีการบุกรุกมาตั้งแต่ปี 2554 แล้ว ซึ่งสมัยนั้นบุกรุกเข้าทำประโยชน์ปลูกยางพาราก่อนแล้ว
ต่อมาคาดว่า ในช่วง ปี พ.ศ. 2565 ได้เริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพารา มาปลูกสวนทุเรียนแทน กระทั่งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ชลประทานตราด เข้าพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า พื้นที่ที่มีการบุกรุกทำสวนทุเรียนขนาดใหญ่เกือบ 100 ไร่ และมีการเข้าปรับปรุงระดับน้ำ ระบบท่ออยู่ในพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำห้วยแร้งด้วย
อ้างอิง
กรมป่าไม้-ชมรมป่าชุมชนโกรกหมาตาย รุดตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนหลังพบนายทุน-ชาวบ้านบุกรุกพื้นที่
จ.ชลบุรี นายทุน-ชาวบ้านบุกรุกป่าสงวนเกือบ 100 ไร่ ข่าวเช้า วันที่ 4 มกราคม 2567
Green Report : ร้องตรวจสอบนายทุนรุก ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี
ฝ่ายปกครอง อ.แกลง สนธิกำลังป่าไม้ระยอง บุกตรวจเขาอู่ทอง หลังนายทุนบุกรุกลักลอบขุดดินบนเขากว่า 30 ไร่
ฟัง 2 มุม ดราม่าผู้มีอิทธิพล รุกพื้นที่ “เขาอู่ทอง” เจ้าของยืนยันมีโฉนดถูกต้อง
นายทุนเหิม! นำแบ๊กโฮ รุกพื้นที่ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ระยอง นายอำเภอส่งตร.ดำเนินคดี… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่
พบนายทุนลอบตัดไม้ทำลายป่าเนื้อที่กว่า 30 ไร่ บนเขาคอก อ.แกลง จ.ระยอง
กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทราร่วมท้องถิ่นบุกป่าราบต่ำสนามชัยเขตตรวจและไล่จับแก้งบุกรุกทำลายป่า
ตราด จับได้อีกแล้วรุกป่าสงวนเขาน้อย คนร้าย 2 คน พร้อมบ้านพัก รถยนต์ และอุปกรณ์การเกษตร เผยพื้นที่บุกรุกยังมีอีกมาก
ป.ป.ช. ตราด ลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีการบุกรุกที่ดินภายในอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง จังหวัดตราด
พื้นที่บุกรุกเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง
ทุนจีนบุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำใน จ.ตราด “ปลูกทุเรียน”
ประเภทที่ดินของรัฐน่ารู้
เจออีกขบวนการรุกป่าจันทบุรี คราวนี้เกือบ 2 พันไร่ เขตรอยต่อ อ.แก่งหางแมว-เขาคิชฌกูฏ
รายงานวุฒิสภา
3 กมธ.วุฒิฯ บุกเมืองจันท์ ตรวจนายทุน คนมีสี ร่วมจีนเทาบุกรุกป่า ทำสวนทุเรียนนับพันไร่
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเขาพลับ-เขาบ่อทอง พบการบุกรุกป่า 76 ไร่
ความคืบหน้ากรณีรุกป่า จันทบุรี
ตำรวจจันทบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีบุกรุกป่า – อายัดไม้ต้องสงสัย รอตรวจสอบ


