หลายต่อหลายครั้งที่คนภาคตะวันออก ต่างต้องพบเจอกับข่าวที่อยู่ๆ มีก็กากอุตสาหกรรมมาถูกทิ้งไว้ใกล้บ้าน โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ามาได้ยังไง มาจากไหน แล้วมันอันตรายระดับไหน?
ก่อนอื่น เราอยากชวนมาทำความเข้าใจว่ากากอุตสาหกรรมคืออะไร
กากอุตสาหกรรม หมายถึง ของเสียที่ไม่ใช้แล้วจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งเป็นแบบอันตรายที่อาจมีองค์ประกอบของสารที่ก่อให้เกิดอันตราย หรือมีสารเคมี ไม่ว่าจะเป็น สารเคมีที่ใช้แล้ว สารเคมีที่หมดอายุ ซึ่งตามหลักการแล้วเจ้าของกิจการต้องเลือกผู้ขนส่งที่มีรหัส 13 หลัก และทำการแต่งตั้งตัวแทนในการขนส่งกากไปกำจัด
อีกประเภทคือกากอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย ซึ่งเป็นพวก เปลือกผลไม้ กระดาษ เศษเหล็ก เศษผ้า ที่มาจากสำนักงาน บ้านพักอาศัยในโรงงาน หรือโรงอาหาร
ซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันคือกากอุตสาหกรรมที่อันตราย ซึ่งหลายครั้งก็มักมีการลักลอบทิ้ง เนื่องจากหลีกหนีการตรวจสอบ หรือหลีกหนีขั้นตอนที่ต้องใช้ต้นทุนในการกำจัด จึงเกิดความมักง่ายในการลักลอบทิ้งแทน

มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่คอยทำงานด้านวิชาการและสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษและสารอันตรายให้ได้รับความเป็นธรรม ได้ทำข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ สำรวจตั้งแต่ปี 2560 – มิถุนายน 2566 และค้นพบข้อมูลที่น่าตกใจว่ามีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมกว่า 395 เหตุการณ์
โดยแบ่งเหตุการณ์ได้เป็น
– ปล่อยน้ำเสีย 260 เหตุการณ์
– ทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม 90 เหตุการณ์
– ทิ้งขยะติดเชื้อ 18 เหตุการณ์
– ทิ้งขยะทั่วไป 27 เหตุการณ์
และสำหรับปี พ.ศ. 2566 ที่สำรวจตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 30 มิ.ย. พบว่ามีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมกว่า 38 เหตุการณ์ แบ่งเป็น ปล่อยน้ำเสีย 25 เหตุการณ์ ทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม 10 เหตุการณ์ และขยะทั่วไป 3 เหตุการณ์
นอกจากนี้ยังพบว่าจังหวัดที่มีการลักลอบมากที่สุด 3 อันดับแรก อยู่ในภาคตะวันออกทั้งสิ้น นั่นก็คือ
– จังหวัดระยอง 40 เหตุการณ์
– จังหวัดชลบุรี 30 เหตุการณ์
– จังหวัดปราจีนบุรี 27 เหตุการณ์
มูลนิธิบูรณะนิเวศ ยังได้ค้นพบอีกว่าพื้นที่ที่ตกเป็นเป้าของการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมคือ พื้นที่ของเอกชน บ่อดินเก่า และที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งง่ายต่อการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
ในขณะเดียวกัน หากจะฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษเคยประเมินไว้สำหรับพื้นที่ ต.บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ที่เกิดการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมจนทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย ว่าต้อบใช้งบในการฟื้นฟูประมาณพันล้านบาท
ปัจจุบันกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 โดยกำหนดความรับผิดชอบเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรมไว้ ให้นับตั้งแต่ต้นทางโรงงานผู้ก่อกำเนิด ไปจนกว่าสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจะได้รับการจัดการจนแล้วเสร็จ ต่างจากฉบับเก่าที่หากได้รับมอบถึงโรงงานผู้รับกำจัด ถือว่าสิ้นสุดความรับผิดชอบของเจ้าของกากอุตสาหกรรม ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2566 มีผลบังคับใช้วันที่ 1 พ.ย.นี้
แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าปัญหาขยะพิษเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีหรือไม่ เพราะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาที่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมต้องแบกรับผลกระทบจากสารพิษ กว่าจะฟื้นฟูกลับไปเป็นเช่นเดิมต่างก็ต้องแลกด้วยทรัพยกรอันมหาศาล คงจะดีหากเราป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ให้เกิดได้ตั้งแต่แรก เพื่อให้ตะวันออกที่เป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดี ยังคงอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป
อ้างอิงจาก
ภัย! ทิ้งกากมลพิษปี 66 สารปนเปื้อนพิษร้าย
ขยะหนองละลอก ปมปัญหา “ขยะอุตสาหกรรม” กับดัก EEC


