ตลอดวันที่ 24-25 มกราคมที่ผ่านมา สวนเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดนครนายกได้กลายร่างเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลประจำปีที่ทุกคนรอคอย หากคุณกำลังมองหาแหล่งรวมงานคราฟต์ หรือสินค้าส่งตรงจากชุมชน หากคุณคือคนที่อยากหาไอเดียพร้อมทั้งเพื่อนพ้องเพื่อสร้างพื้นที่ของคุณเอง หรือแม้แต่กำลังนึกว่าจะมีงานเทศกาลไหนมั้ยนะที่คุณจะชักชวนสมาชิกทั้งครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันกับกิจกรรมที่เราจะได้ทดลองทำ ทดลองเล่นไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว Baimai Craft Camp X D-Jung Festival อาจเป็นงานในฝันของคุณ

‘มาเล่น’ เมื่องานเทศกาลคือพื้นที่อนุญาตให้ตัวคุณกลับไปหา ‘เด็กคนนั้น’ อีกครั้ง
ขณะที่คุณแม่กำลังเพลิดเพลินกับการหยิบซื้อสินค้าจากชุมชนตั้งแต่ของดีจากทะเลจนถึงของขวัญจากผืนป่า ตัวคุณอาจจะสังเกตเห็นว่า Baimai Craft Camp X D-Jung Festival ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่กวนตะกอนความทรงจำของคุณให้ตลบกลับขึ้นมาอีกครั้งอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นคณะหุ่นเจ้าขุนทองที่คุณเคยรอดูทุกเช้าจนไปโรงเรียนสาย และคุณจะยังได้ทำหุ่นมือของคุณเองอีกด้วย! คุณหันไปเห็นเด็กยืนล้อมโต๊ะเล่นระบายสี แต่ แท่งสีในมือกลับทำจาก ดอกไม้ ดิน หินด้วยมือเล็กๆของพวกเขาเอง และกว่าจะรู้ตัวอีกทีมือทั้งสองข้างของคุณก็เลอะเปรอะไปด้วยดินโคลนหลากหลายสีสัน โดยมีผ้าคลุมผมพิมพ์ลายดินเป็นของฝากติดกลับบ้านไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
นานแค่ไหนแล้วที่มือของคุณเลอะโคลน แล้วไม่ต้องรีบล้างออก นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้ปล่อยให้ลูกๆถอดรองเท้าวิ่งเล่นเสียงดังอย่างอิสระ และเงียบเชียบ อย่างตั้งอกตั้งใจขณะกำลังสังเกตุนกสายพันธุ์ต่างๆในสวน
นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้นั่งตัดใบไม้รูปทรงต่างๆมาเป็นเรื่องเล่า เพื่อพูดคุยกับเด็กน้อยคนนั้นในตัวคุณ

‘มาเล่า’ เมื่องานเทศกาลคือพื้นที่ที่ชวนคนสร้างพื้นที่การเรียนรู้จากทั่วประเทศมาคุยกัน
ในมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ เราเห็นคนกลุ่มไม่เล็กไม่ใหญ่ลากเก้าอี้มาล้อมวงคุยกันถึงเรื่องที่คุณอยากจะขอเงี่ยหูฟังด้วยคน เพราะมี key word หลักใหญ่ใจความสำคัญอยู่ที่ ‘พื้นที่เรียนรู้ – ชุมชน – และคนกลับบ้าน’
Baimai Craft Camp X D-Jung Festival ได้รวบรวมเอาผู้คนที่ทำพื้นที่การเรียนรู้ทั่วประเทศมาออกบูธขายของดีในชุมชน จัดกิจกรรม workshop ที่มาจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น เล่าเรื่องราวความเป็นมาของแต่ละพื้นที่ผ่านศิลปะ การแสดง อาหาร และของใช้สุดคราฟท์
แต่นั่นเป็นผลลัพธ์จากการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชนอย่างตั้งใจ คือจังหวะที่เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของเด็กๆในพื้นที่ที่ถูกหว่านไถไว้อย่างโอบรับ ออกแบบร่วม อำนาจเท่าได้ถูกเก็บเกี่ยว งานเหล่านี้ล้วนเติมเต็มความหมายให้พื้นที่และตัวคนทำงาน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความท้าทายเสียทีเดียว
การกลับไปทำงานที่บ้านของคนรุ่นใหม่คือภาพฝันที่เราเห็นตามคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์อยู่ตลอดเวลาในทุกแพลตฟอร์มแต่น้อยครั้งนักที่จะมีใครมาสอนว่าควรเริ่มต้นอย่างไร อะไรคือ ‘Starter Kit’ อะไรคือของมันต้องมี เมื่อคุณอยากกลับบ้านไปทำงานกับเด็กและชุมชน ภายใต้โจทย์ของการอยู่รอด อยู่ร่วมไปด้วยกัน
และในวงคุยนี้เอง คือพื้นที่ที่บทสนทนา ความคิด ชีวิต ความฝันของแต่ละคนได้ไหลเวียน ได้แลกเปลี่ยน ตกตะกอน ขัดเกลา และในงานเทศกาลนี้เองที่ถ้าคุณตั้งใจจะกลับบ้าน หรือตั้งใจจะสร้าง ‘Third Place’ ในแบบของตัวเอง คุณไม่ควรพลาดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาใต้ต้นไม้ใหญ่ของงานนี้ด้วยประการทั้งปวง

‘มาลอง’ นี่คือห้องทดลองขนาดใหญ่ และแหล่งช้อปปิ้งไอเดียไม่รู้จบของคนที่อยากจะเดินทางกลับไปที่บ้าน และเดินทางกลับเข้าไปด้านในของตัวเอง
นี่คือห้องทดลองทางสังคมที่มีมิตรสหายพร้อมร่วมทางไปกับคุณ ภายในเทศกาลนี้คุณจะได้เจอกับพื้นที่การเรียนรู้จากทั่วประเทศที่พร้อมจะแลกเปลี่ยน แชร์ประสบการณ์ และความฝันที่คุณอยากลงมือทำมาเนิ่นนานไปด้วยกัน
คุณอาจจะได้นั่งร้อยกำไลหินไปพร้อมกับแลกเปลี่ยนเรื่องราวการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กๆที่น่าน คุณอาจจะได้ชิมปลาตากแห้งหอมกรุ่นพร้อมกับกับฟังการต่อสู้เพื่อรักษาพื้นที่บ้านเกิดของเด็กๆจากอ.จะนะ คุณอาจจะได้นั่งดูนิทานใบไม้ หุ่นเงาที่ทำจากใบไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวความเชื่อของคนอีสาน และเรื่องเล่าของเด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากสงครามไทย-กัมพูชาในมิติที่ใกล้หัวใจมากกว่าที่คุณคิด หรือจังหวะที่คุณกำลังพอกตาด้วยสมุนไพรท้องถิ่นกลิ่นชวนโล่งจมูก นั่นอาจจะเป็นจังหวะที่คุณได้ยินเรื่องราวของพี่น้องชาติพันธุ์ที่ตั้งใจแบ่งปันภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรของพวกเขาให้กับพวกเราทุกคน



