/

เมืองจะเติบโตได้ต้องใส่ใจผู้คน คุยเรื่องการพัฒนาเมืองไปกับ ภูมิสันต์ เลิศรัตนนันท์

เวลาพูดถึงเมือง ย่อมมี ‘คน’ อยู่ในนั้นเสมอ

 

และนั่นทำให้การพัฒนาเมือง ต้องควบคู่ไปกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนด้วย

ยีนส์ – ภูมิสันต์ เลิศรัตนนันท์ คือเด็กระยอง ที่เติบโตมากับความรักในการเล่มเกมสร้างเมือง และนั่นทำให้เขาสนใจในเรื่องการพัฒนาเมืองมาตลอด และเลือกมาทำงานเป็นนักวิจัยแห่งระยองพัฒนาเมือง – RYCD บริษัทที่ถก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลาง เป็นที่ปรึกษาและประสานระหว่างความต้องการของภาคประชาสังคมกับนโยบายส่วนกลางของภาครัฐ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ดีได้

ที่ผ่านมาระยองพัฒนาเมืองเดินทางทำงานกับผู้คน ฟังเสียงความต้องการ และอยากให้เมืองระยอง เป็นเมืองที่น่าอยู่ เราเลยชวนไปคุยกับยีนส์ ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่อยากขับเคลื่อนบ้านเกิดของตัวเอง ว่าในช่วงชีวิต 10 ปีที่เขาวางแผนทำงานพัฒนาเมืองนั้น ที่ผ่านมาเป็นยังไง รวมถึงชวนไปรู้จักตัวตน มุมมอง ความคิดและความหวังของคนที่มีรักในการพัฒนาเมือง และพยายามขับเคลื่อนให้จังหวัดระยองเติบโตไปข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ทำอะไรมาก่อน แล้วทำไมมาทำงานที่ระยองพัฒนาเมือง? 

ก็เป็นคนระยอง บ้านอยู่ประแส เข้ามาทำบริษัทระยองพัฒนาเมืองตั้งแต่ปี 2561 – 2562 มั้ง ก่อนหน้านั้นทํางานอยู่ที่มิวเซียมสยาม แต่ว่าตัวเองเป็นคนที่สนใจ เรื่องของการพัฒนาเมืองอยู่แล้ว ชอบดูเวลาเมืองมีอะไรใหม่ๆ โผล่ขึ้นมา ตอนนั้นมีพวกเว็บไซต์ที่เป็นบอร์ดเกี่ยวกับกระทู้ภูมิภาค แล้วก็มีกระทู้ ของจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ แล้วคนเขาก็จะไปอัพเดทกันว่า เฮ้ย! จังหวัดนี้มีอะไรเกิดขึ้นใหม่ๆ ตัดถนนใหม่ มีรถไฟใหม่ มีคอนโดใหม่ มีสวนสนุก มีโครงการห้างใหม่ๆ ที่จะลงในจังหวัดนั้นๆ เป็นโครงการหน่วยงานรัฐมาทําหรือว่าเอกชนลงทุนเราก็ไปตาม  

แต่จริงๆ ถ้ามองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตอนเด็กชอบเล่นเกมที่สร้างเมือง เล่นแล้วรู้สึกว่า สนุกดี เราอยากเห็นเมืองที่ดูเหมือนในต่างประเทศ อาจจะไม่ต้องมีตึกสูงเยอะแยะ แต่ว่าอย่างน้อยภูมิทัศน์ก็สวย แล้วก็เหมาะสมกับการอยู่อาศัย แล้วก็สบายใจในการที่จะอยู่ พอสบายใจแล้วก็ไปทําอย่างอื่นได้ต่อ 

แล้วเราก็มีโอกาสไปเที่ยวไปต่างประเทศ ไปเห็นเมืองต่าง ๆ เราก็เห็นว่า เขามีหลายอย่างที่ดี คืออย่างไปออสเตรเลีย เมืองเขาก็ไม่ได้ใหญ่มากแต่ว่า รัฐสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้คนมาใช้งานได้ดีโดยที่ คนไม่ต้องมานั่งรอ นั่งกังวลว่าจะมีหรือไม่มีอะไรให้ใช้

ซึ่งแตกต่างกับระยอง สมมติถ้าเกิดจะหาโรงหนังทางเลือกในระยองขึ้นมาสักโรง ก็ไม่มี อยากให้รัฐ ทําทุกอย่างรองรับให้กับคนทุกกลุ่มในเมืองเข้ามาใช้ได้ มีมิวเซียม มีแกลลอรี่ แบบนั้น

การพัฒนาเมืองในความหมายของยีนส์เป็นยังไง? 

เรามองว่าการพัฒนาเมืองหลักๆ คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่จะต้องสร้างให้รองรับกับจำนวนประชากร และพลเมืองที่อยู่ในเมือง โครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นด้าน Head Infrastucture เช่น ต้องมีระบบขนส่งสาธารณะ มีระบบบริการที่ดี กับอีกอันนึงก็คือโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกันด้านการพัฒนาคน ให้คนได้เรียนรู้ สมัยก่อนก็อาจจะเป็นเรื่องของการมีห้องสมุด การมีมิวเซียม การมีระบบการศึกษาที่ดี ส่วนแบบปัจจุบันอาจจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ต หรือระบบเครือข่ายต่าง ๆ ทําให้คนๆ นั้นเข้าถึงการเรียนรู้ได้แบบไร้ขีดจํากัด  

แล้วก็การสร้างเครือข่ายของภาคประชาชนที่ทําประเด็นต่างๆ อยู่พยายามที่จะซัพพอร์ตเขาให้สามารถทําต่อ อยู่ต่อได้ แล้วก็เอาประเด็นเรื่องพวกนี้ไปเป็นเคสในการเรียนรู้ต่อยอดได้

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

ถ้าให้อธิบายว่า ระยองพัฒนาเมืองคืออะไร จะอธิบายยังไงดี

บริษัทระยองพัฒนาเมือง คือ กลุ่มคนที่ทําเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง แต่ก่อนเราอาจจะมีบทบาทไปนั่งประชุมอยู่กับหน่วยงานรัฐ ไปให้ความเห็นเรื่องโครงการต่างๆ  คนก็จะมีภาพเราเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยในการกําหนดนโยบายสาธารณะ ดูแลเรื่องของโครงการพัฒนาต่างๆ ในระยอง แต่ว่ากิจกรรมที่เราทําจริงๆ  มันก็จะเป็นกิจกรรมที่สื่อสารกับชุมชน สื่อสารกับประชาชน สื่อสารกับคนระยอง ช่วงตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเราก็พยายามทํางานสื่อสารกับคนในพื้นที่มากขึ้น เหมือนชวนคนมาคิด ชวนคนมาทําอะไรใหม่ๆ ที่ตอบความตั้งการของเขา 

เราพยายามเอาแนวคิดพัฒนาเมืองที่เรามีอยู่หรือว่าเราไปเรียนรู้มาจากต่างประเทศ เช่นเรื่องของ smart city เหมือนเอามาติดตั้งในแต่ละเมือง ติดตั้งร่วมกับพวกหน่วยงานภาครัฐ บุคลากรของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น หรือมุมของภาคประชาชน ชุมชนให้เขามีแนวคิดการพัฒนาเมืองเพื่อให้เขาเห็นได้เยอะขึ้น 

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

อะไรทำให้เกิดกลุ่มบริษัทพัฒนาเมืองขึ้น

บริษัทพัฒนาเมืองเริ่มต้นที่ขอนแก่น คือ ขอนแก่นพัฒนาเมือง เขาตั้งขึ้นมาแล้วก็ทํางานสื่อสารสร้างพื้นที่พูดคุยในเมือง แล้วก็แตกออกไปทําเรื่องต่างๆ ในยุคแรกบริษัทพัฒนาเมืองมีราว 20 แหล่ง มีเครือข่ายของตัวเอง เรียกว่าเครือข่ายกิจการพัฒนาเมือง เรามีจุดเริ่มต้นมาด้วยกันแต่ว่าเราก็แยกกันไปทํางานในแต่ละเมืองของตัวเองตามชื่อ แต่ว่าเราจะมีการรวมตัวกันหลวมๆ ซึ่งตอนนี้ก็เหลือแค่ไม่กี่ที่แล้วที่ยังแอคชั่นอยู่เช่น ขอนแก่น ภูเก็ต ระยอง สระบุรีพัฒนาเมือง

แต่ถ้าให้พูดตามตรงเลยนะ บางทีเหตุผลในการตั้งระยองพัฒนาเมืองอาจจะแทงใจดําพวกรัฐหน่อย เพราะ การก่อตั้งบริษัทพัฒนาเมืองขึ้นมาเป็นตัวบ่งบอกความล้มเหลวของรัฐ โดยเฉพาะฝั่งที่เป็นท้องถิ่น เพราะว่า รัฐที่ปกครองโดยที่มีส่วนกลางแล้วก็มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคกับท้องถิ่น มันทํางานได้ไม่ฟังก์ชันพอ คือ ส่วนท้องถิ่นกับส่วนภูมิภาคต้องฟังรัฐส่วนกลาง ทําให้ในท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดต่างๆ ไม่สามารถโตได้ตามความต้องการของคน หรือว่าตามเศรษฐกิจพื้นที่

สมมติว่าถ้าเราอยากจะทําโครงการใดโครงการหนึ่ง อย่างเช่น ขนส่งสาธารณะในเมือง คือ ท้องถิ่นไม่มีเงินพอที่จะไปทํา ต้องรอส่วนกลางอนุมัติมาหรือว่ารองบประมาณมาให้อะไรถึงจะทําได้ การเจริญเติบโตของเมืองเลยไปกระจุกอยู่ในกรุงเทพอย่างเดียว

แต่ว่าพวกเมืองตามภูมิภาคขอนแก่น เชียงใหม่ก็อาจจะได้อานิสงส์จาก ส่วนกลางมาบ้าง เพราะว่าความที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนั้น ๆ เลยสื่อสารตรงกับส่วนกลางได้ง่าย ได้เร็ว ไม่เหมือนจังหวัดที่อยู่ตามชายขอบ

สมมติถ้าเอาภาคตะวันออกง่ายๆ ระยอง ชลบุรีเป็นเมืองที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า เป็น prioity แรก ๆ เวลางบประมาณรัฐลงมาก็จะให้สองเมืองนี้เป็นสองอันดับต้น ๆ เลย ในภาคตะวันออก แต่ถ้าพูดถึงแบบตราด สระแก้ว มันก็จะเหมือนเป็นเมืองที่อยู่ตกขอบไปไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้มีความสําคัญเท่าไหร่ในแง่ของการจัดสรรงบประมาณหรือ ให้อํานาจลงมาในการจัดการ บริการสาธารณะของเมือง

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

ยีนส์ได้ทำอะไรบ้างในระยองพัฒนาเมือง

จริงๆ ก็เป็นนักวิจัยมาตั้งแต่ตอนเข้ามาทํางานเลย ทำวิจัยมาเรื่อยๆ โดยการเอาแนวคิดที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองมาทดลองในเมือง สร้างพื้นที่ ในการพูดคุย 

งานวิจัย ก็คือการสร้างสิ่งพวกนี้ด้วยเหมือนกัน ต้องไปนั่งคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่งคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเมือง ทั้งแบบตัวต่อตัวหรือว่าเป็นระดับกลุ่มหรือว่าเราอาจจะจัดฟอรั่มขึ้นมาแล้วนั่งคุยกัน หรือว่า เอาทางแก้ปัญหาต่าง ๆ มาให้คนในเมืองได้เห็นว่ามันมีอะไรบ้าง เอาคนที่เขามีประสบการณ์มานั่งแชร์ให้ฟังเพื่อจุดประกายไอเดียให้กับคนระยอง ซึ่งช่วงปีนี้ก็มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับเมืองแห่งการเรียนรู้ แล้วก็อีกโครงการเมืองคาร์บอนต่ำ (low carbon city) 

ส่วนที่ผ่านมาเราก็ทํางานร่วมกับทางหน่วยงานอย่างสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลทำโครงการ Smart City , Green City แล้วก็ขอทุนจากอีกหน่วยงานนึงเพื่อมาทําโปรเจ็คย่อยเรื่องขนส่งอัจฉริยะ 

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

มีปัญหาหรือความยากอะไรในการทำงานพัฒนาเมืองบ้าง?

ที่ผ่านมาคือ เราทําแผนไป แต่ว่าทุกวันนี้หน่วยงานท้องถิ่นก็ยังไม่ฟังก์ชัน มันไม่ได้ผ่านการกระจายอํานาจ งบประมาณหน้าที่ลงมา มันก็เลยทําไม่ได้อยู่ดี ข้างบนส่วนกลางเขาก็พยายามทําของเขา พยายามแก้ช่องทาองอะไรให้มันสะดวกมากขึ้น ให้ท้องถิ่นทํางานง่ายมากขึ้นจัดซื้อจัดจ้างให้มันง่ายขึ้น ซึ่งก็ต้องรออีกอยู่ดี บางทีก็รอต่อไป

คืออย่างที่บอกผู้นําเมืองบางคนแบบมีวิสัยทัศน์มาก มีวิชั่นในการทํา บริการให้คนในเมืองใช้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะพวกบริการของภาครัฐเอง แต่มันก็จะไปติดหลายหลายอย่าง โดยเฉพาะระเบียบ กฎระเบียบ หรือแบบบางอย่างมันถูกฝังไปแล้ว อย่างเช่น หน่วยงาน ผู้นําบางคนหรือ

ข้าราชการบางคนเขาก็จะรู้สึกว่า เขาไม่อยากทําเพราะว่าเขากลัวโดนตรวจสอบ เพราะว่ามันยังไม่เคยมีมาก่อน สุ่มเสี่ยงเกินไป ก็จะเจอแบบนี้เหมือนกัน หลายๆ แบบก็เลยเป็นอุปสรรคไปหมด 

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

อะไรเป็นความท้าทายในการทําระยองพัฒนาเมือง

มันก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่น กับเรื่องของความคาดหวัง ส่วนหนึ่งเขาก็ไม่ได้เชื่อมั่นในหน่วยงานรัฐเท่าไหร่ กับถ้าให้ความหวังไว้ก็อาจจะต้องทําให้ได้ ต้องพัฒนาสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นให้ได้ในระยอง อย่างน้อยเราก็ยังมีหวังไง ถ้าเราไม่มีอะไร เราอาจจะไม่หวังเลย

แต่ว่าเราในฐานะที่เป็นเอกชนแล้วแบบกระโดดลงมาทํางานคล้ายกับที่รัฐท้องถิ่นทํา หรือบางประเด็นที่รัฐท้องถิ่นไม่ทําแล้วเรากระโดดลงมาทํา คนก็จะมองว่า เฮ้ย! เราเป็นใครวะ? เอกชนทําได้เหรอ? มีเงินเหรอ? มีอํานาจในการทําเหรอ?  ซึ่งมันเป็นความท้าทายอันนึง 

ก็ถ้าพูดตามตรงก็คือ เราก็ไม่มีเงินหรอก อํานาจก็ไม่มีเหมือนกัน แต่ว่าเรารู้สึกว่าเราอยากทําอะไรที่เหมือนมากระตุ้น อย่างน้อยถ้าเป็นภาคประชาชนเขาไม่เห็นความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ ก็มาร่วมกับเราสิ มาแบบมาทํางานกับเราแล้วส่งเสียงออกมาให้มันดัง เรา เราเป็นแพล็ตฟอร์มให้ เราเป็นคนที่เชื่อมให้ ทําให้เสียงเขามันดังมากขึ้น แล้วก็ไอเดียของเขามันถูกนําเสนอ อย่างน้อยมันต้องไปถึงหน่วยงานรัฐ ทั้งความเชื่อมั่นในมุมภาคประชาชน กับความเชื่อมั่นในมุมของหน่วยงานรัฐเป็นสองอันที่ต้องบาลานซ์ให้ดี 

แล้วอะไรทำให้เราชอบที่จะทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง? 

ชอบที่รู้สึกว่าเราสามารถประสานงานได้ทั้งหน่วยงานรัฐ กับชุมชน ทำให้แผน แนวคิดที่เราคิดเกิดขึ้นจริงได้ เวลาเราลงไปคุยกับชุมชน เราก็จะเห็นว่า เอ้ย! เขาทําอะไรแล้วเรามีทางออกอะไรบางอย่างที่มันมาช่วยสนับสนุนเขาได้ไหม 

อย่างตอนทํางานกับ DPA ก็จะเห็นว่า ที่ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ นอกจากคนจะเข้าไปเดินเที่ยว อย่างน้อยเขาได้ความรู้อะไรกลับมา ไม่ใช่แค่ป้ายน่ะ แต่ว่าเราเอาเทคโนโลยีเข้าไปช่วยด้วย ให้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาสแกน คนก็เห็นว่าคือต้นอะไร อันนั้นก็เป็นอันหนึ่งที่เรามองว่า เฮ้ย! มันน่าจะเอามาช่วยได้นะ ซึ่งก็จริง ๆ ก็มาจากงานวิจัยเหมือนกัน 

เรื่องของการสร้างเครือข่ายพื้นที่สีเขียวในเมือง ส่วนหนึ่งก็จะมีเรื่องของการสํารวจไลเคน เราก็ทํางานร่วมกับน้องๆ ที่อยู่ในโรงเรียนในเทศบาลนครระยองมาสํารวจเรื่องไลเคนกัน แล้วเราก็จะเห็นไลเคนแบบนี้มันบ่งบอกสภาพภูมิอากาศแบบไหน เราก็เลยทําแบบเป็นแอฟพลิเคชั่นเล็กๆ ขึ้นมาแล้วก็ให้น้อง ๆ เนี่ยเอาไปใช้ แบบไปเจอก็ถ่ายรูปมา แล้วก็ดูว่ามันคืออะไร

แล้วก็จะเก็บตัวข้อมูลไว้ จริงๆ ก็อยากจะทําแบบให้ไปพอร์ตจุดบน ๆ แผนที่ให้เห็นว่าไปเจอไลเคนชนิดนี้ในพื้นที่ไหนในจังหวัดระยอง มันก็จะมีใส่ โลเคชั่นด้วยพอมันเห็นภาพรวมของไลเคนก็จะดูว่าสภาพภูมิอากาศในภาพรวมของระยองเป็นยังไง? 

หลังจากทำงานที่ระยองพัฒนาเมืองมาถือว่าประสบความสําเร็จหรือยัง

ก็ระดับนึงนะ แม้ว่ามันก็ไม่ได้ทะลุเป้าไปเลย แต่อย่างน้อยเราเป็นที่รู้จัก เวลาคนพูดถึงเรื่องของการพัฒนาเมือง หรือเวลาเขาอยากทําประเด็นให้มันจุดประกายคนในเมือง เขาจะนึกถึงเรา ชวนเราเข้าไปร่วมด้วย 

คือ กลายเป็นว่าไม่ใช่เราคนเดียวแล้วที่เป็นคนจุดประเด็นในเมือง คนอื่นๆ เริ่ม ลุกขึ้นมาจุดประเด็นในเมือง  หรือว่าบางคนเคยมีแนวคิดอยู่แต่ว่าไม่มีพื้นที่เพียงพอ เขาก็เริ่มลุกขึ้นมา ที่สำคัญที่สุดคือเราได้กลายไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งไปแล้ว คือไม่ใช่เป็นหลัก แต่ก่อนอาจจะเป็นหลักต้องพยายามแทรกไปตรงนู้น ไปตรงนี้ แล้วก็ไปกระตุ้นคนนู้นที คนนี้ที หลังๆ คือแนวคิดมันกระจายออกไป เหมือนไปเปิดช่องให้เขาแบบรู้สึกว่าเออเขาต้องออกมาด้วย เหมือนเราได้ปูทางไว้แล้ว แค่นั้นเราก็รู้สึกว่าประสบความสําเร็จแล้วนะ ที่คนรู้สึกว่าอยากทําได้ด้วยตัวเอง ไม่จําเป็นที่จะต้องมีเรา

ภาพจาก : เพจระยองพัฒนาเมือง

ทำงานพัฒนาเมืองในจังหวัดระยองมานาน ภาพระยองที่ยีนส์มองเป็นยังไง 

ระยองเราเป็นเมืองที่เป็นเหมือนสปอตไลท์  ใครๆ ก็นึกถึงชลบุรี ระยอง  หน่วยงานส่วนกลางเขาให้ความสําคัญแล้วก็มีนโยบายใหญ่ๆ ลงมา งบประมาณเยอะ อํานาจในการที่จะทํานู่นทํานี่ก็เยอะ รู้สึกว่า อยากทําอะไรก็ดูเหมือนว่าจะได้ทําง่ายกว่าเมืองอื่นๆ  ถ้าเปรียบเทียบในภาคตะวันออก เพราะว่าเราเป็นพื้นที่ EEC แต่เราพัฒนาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานแข็งมากเกินไป จนแบบ พวกซอฟต์ๆ ซึ่งเป็นเรื่องของคนไม่ถูกพูดถึง ไม่ใช่แค่เรื่องของแบบการเรียนรู้ของคนในเมือง การแบบกระตุ้นให้คนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

เอาอย่างง่ายๆ เรื่องสุขภาพ คือคนระยองอยู่ตรงไหน การที่เรามีรองรัฐมนตรีสาธารณะสุขจากจังหวัดระยอง มันให้อะไรหรือเปล่า โรงพยาบาลระยองก็เป็นโรงบาลที่หนาแน่นอยู่เหมือนเดิม แต่ว่าพอมาดูว่าตัวเลขของคนที่ป่วย คนระยองไม่ได้ป่วยแบบปกติ ส่วนนึงมันมาจากการที่เราเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมด้วย คนระยองเยอะมากที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ

แต่ถามว่าเราย้อนกลับไปแก้ได้ไหม มันตั้งมาแล้วมันก็ไม่ได้ เราจึงก็ต้องใช้วิธีการอยู่ร่วมกัน หรือทํายังไงให้มันมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะทำให้สุขภาพ คุณภาพชีวิตดีขึ้น หรือว่ารองรับจํานวนที่มันอาจจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะด้วยต้นเหตุเชิงอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือจากเรื่องสภาพภูมิอากาศโลก ทํายังไงให้มันกรีนขึ้น ทําให้มันคลีนขึ้น  หรือว่าสิ่งที่จะมาเข้ามาอยู่ในระยองในอนาคต มันก็ต้องมีมาตรฐานที่ทําให้ไม่เป็นผลเสียกับคนระยองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

เวลาเราจะไปคอนเนคกับพวกหน่วยงานระดับโลก คนพูดถึงเรื่องประเด็นพวกนี้เยอะขึ้น เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของการเกิดภาวะโลกร้อน คือเราสามารถไปเชื่อมโยงกับแหล่งทุนระดับโลกได้ซึ่งเป็นโอกาสที่จะทําให้คนระดับโลกมองมองมาที่ระยอง ส่วนหนึ่งก็คือโอกาสในการสร้างงานให้คนระยองเหมือนเดิมแต่ในมาตรฐานที่ดีขึ้น

แต่ก็มีข้อจํากัดด้วยความที่ เราก็ต้องทําโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้รองรับนักลงทุนพวกนี้อยู่ดี แล้วถามว่าทุกวันนี้มันก็ยังเหมือนเดิมคือ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของเรา เราไม่สามารถตัดสินใจในการทําเองได้ในระดับท้องถิ่น ก็จะต้องรอหน่วยงานจากส่วนกลางอีกที ตอนนี้ก็คือต้องผ่าน EEC ยิ่งยุ่งไปกันใหญ่อีก แทนที่ว่าเราจะตัดสินใจเองได้บางอย่าง 

อะไรคือสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดในระยอง

ความรู้สึกในใจก็คือมันติดขัดไปหมดทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องของการกระจายอํานาจ ไม่ว่าเราจะทําอะไรในระยอง นั่งคุยกับกี่หน่วยงาน ประชุมวันละ 8 ชั่วโมงเราก็จะเห็นว่าแบบ เอ๊ะ สุดท้ายก็ติดอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องของการที่แบบท้องถิ่นไม่สามารถจัดการตนเองได้ แล้วกลายเป็นสิ่งที่มันฝังหัวเรามาตลอด ว่าแบบจะประชุมที่ไหนก็ได้ สุดท้ายถกกันไป ถกกันมาถกกันสองสามชั่วโมงทั้งประชุมสุดท้ายถ้าไม่แก้เรื่องการกระจายอำนาจก็ไปไม่ได้อยู่ดี

แล้วตัวเราก็แก้ไม่ได้ด้วยตัวเราคนเดียว เราเลยมีความคาดหวังกับรัฐบาลที่จะเป็นรัฐบาลใหม่ๆ ที่จะเข้ามาแล้วขายนโยบายเรื่องของการกระจายอํานาจ เรื่องให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ ก็คงต้องรอดู

คิดว่าอีกสิบปีข้างหน้านี้ คิดว่าตัวเราจะเป็นยังไงกับที่นี่

ในอีกสิบปีข้างหน้าอาจจะไม่ได้ทําที่นี่ เพราะว่า จริงๆ ก็จะมีการวางช่วงชีวิตของตัวเองไว้เป็นช่วงสิบปี สิบปี สิบปี  ช่วงเวลาสิบปีนี้เราก็ทํางานในส่วนของบริษัทพัฒนาเมืองซึ่งมันก็ผ่านมาน่าจะหกปีแล้ว เหลืออีกประมาณสี่ปีซึ่งจริงๆ ก็มีหลายๆ อย่างที่ในช่วงสี่ปีที่เหลือแล้วก็ต้องทําให้ประสบความสําเร็จ 

หลังจากก็สี่ปีแล้วอาจจะขยับไปสายอื่นมากขึ้น อาจจะแบบไประดับการเมืองท้องถิ่นไหม ยังไม่รู้นะ ยังสลับไปสลับมาอยู่ คืออาจจะฟอร์มตัวเองแล้วก็เรียนต่อเพื่อแบบหาความรู้เพิ่มเติมแล้วกลับมาดูการเมืองท้องถิ่นกันอีกครั้งนึง เพราะว่า จริง ๆ ก็อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกก็คือ บ้านอยู่ประแสกับด้วยความที่เราชอบงานเรื่องการพัฒนาเมืองอยู่แล้ว เราทําที่ระยองแล้วเราก็อยากกลับไปทําที่บ้านเราบ้าง

ตอนนี้ทุกเสาร์อาทิตย์เราก็กลับไปรวมกลุ่มกับกลุ่มคนที่เคยทํางานสมัยเรียนน่ะ เป็นแบบเครือข่ายเยาวชน ตอนนี้ก็คือผ่านมาสิบกว่าปี มันก็โตกันหมดแล้วนะ แบบทุกคนอยู่ในวัยทํางานหมดแล้ว บางคนก็เริ่มมีบทบาททางการเมืองในพื้นที่ เราก็มองว่ามันถึงเวลาที่เราต้องมานั่งคุยกันเพื่อบ้านของตัวเอง 

 

สมัยก่อนเราเคยคิดในมุมของเด็กๆ เรามานั่งคุยกันเรื่องการเมืองในตอนนั้นแล้วมองว่า มีบ้านหนึ่งที่เขามีอิทธิพลแล้วก็ลงเลือกตั้งเป็นตัวแทนในบ้านของเรา แล้วพอมาถึงจุดเนี้ย ซึ่งพวกเราโตแล้วมันก็อาจจะต้องเริ่มเป็นพวกเราหรือเปล่าที่จะต้องก้าวลงไป มันก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ ที่คิดว่ามองไว้

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR