ทะเลตะวันออกมีความยูนีคในแบบของตัวเอง
นี่คือสิ่งที่ ติ๋ว – วรินทร คงทอง ผู้โตมากับคลื่นทะเลบ้านเพ เห็นมาโดยตลอด เขาคือคนที่ใช้เวลาหลายปีตั้งแต่เด็กจนโตนั่งมองคลื่นอ่าวไทย และชาวต่างชาติที่หยิบบอร์ดหลากขนาดหลายสีสันขึ้นมาเล่นฝ่าคลื่นลูกแล้วลูกเล่า ซึ่งก็คงไม่มีใครรู้จักคลื่นที่นี่มากไปกว่าเขา จนกระทั่งเขาตัดสินใจเปลี่ยนจากผู้นั่งชมไปเป็นผู้โลดแล่นผ่านลูกคลื่นเหล่านั้นด้วยตัวเอง
“ติ๋ว” ค้นพบตัวตนบนเซิร์ฟบอร์ด เรียนรู้โอกาสและชีวิตผ่านเกรียวคลื่น สายลม และท้องทะเล ก่อนจะชวนกลุ่มคนที่รักในการฝ่าเกรียวคลื่นเหล่านี้เหมือนกัน สร้างชุมชนคนเซิร์ฟ (Laem Yah Rayong Surf Club) ขึ้นมา ณ ริมหาดแม่รำพึง บ้านเพ จังหวัดระยอง กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และคนที่รักในกีฬาประเภทนี้ จนกระทั่งผลักดันให้เกิดการแข่งขันเซิร์ฟบอร์ด และเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยว ไปพร้อมๆกับการดูแลหน้าบ้านให้สะอาดปราศจากขยะ เป็นต้นแบบของธุรกิจท้องถิ่นที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
8 ปีผ่านไป ติ๋วเปลี่ยนภาพจำสีหม่นของชายหาดระยองในหน้ามรสุมให้กลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยบอร์ดหลากสีสัน และทำให้ชายหาดแห่งนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป

เด็กบ้านเพ ผู้โตมากับคลื่น
ติ๋ว คือคนระยองแท้ โดยเขาเติบโตมากับชุมชนในบ้านเพตั้งแต่เกิด
“ผมอยู่แถวหน้าหาดเลยครับ” ติ๋วบอกห้เราฟัง พลางยกมือชี้ไปทางหน้าหาดกว้างสุดสายตาด้านหน้า เป็นการยืนยันอีกทีว่าเขาเกิดแล้วเติบโตมาที่นี่จริงๆ
ติ๋วเล่าว่า สมัยเด็กๆ หน้าหาดเศรษฐกิจค่อนข้างดี ร้านค้าขายส่วนใหญ่ขายดีในช่วงหน้าร้อน นักท่องเที่ยวเป็นคนไทยกว่า 95% เขายังจําได้อยู่เลยว่า สมัยนั้นถ้าเห็นชาวต่างชาติหรือฝรั่งเดินเข้ามา เขากับเด็กๆ จะต้องออกไปเกาะหน้าร้านดูเสมอ
เพราะเรียกได้ว่าในยุค 20 ปีที่แล้ว การได้เจอชาวต่างชาติจะเป็นเรื่องง่ายเหมือนสมัยนี้
ยังไงก็ตามช่วงเปลี่ยนผ่านมาประมาณสัก 10 ปีแรก ติ๋วบอกว่าแม้แต่ช่วงหน้าร้อนหาดก็ไม่ได้คึกคักอีกแล้ว จนกระทั่งประมาณสัก 10 ปีให้หลัง ถึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามากขึ้น เพราะไหลออกจากพัทยา ตลาดของท่องเที่ยวต่างชาติในบ้านเพก็เลยโตขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนั้นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่นี่ ติ๋วบอกว่า เป็นเพราะลักษณะหาดที่หาได้ยากในโซนภาคตะวันออก และเพราะว่าบริเวณนี้ไม่มีเรือยนต์เลย เนื่องจากเป็นเขตอุทยานฯ จึงเหมาะกับการเล่นน้ํา โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่คลื่นนิ่งมากเหมือนบึง น้ําใสเกือบทุกวัน ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธุ์เป็นหน้า hight season ของหาดแถวนี้

ชีวิตที่เกิดมาเพื่อเล่นเซิร์ฟ
การเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ติ๋วหันมาสนใจการเล่นเซิร์ฟ บอร์ด ย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีที่แล้ว ติ๋วเล่าว่าตอนนั้นเพราะเขาเห็นชาวต่างชาติมาเล่นเซิร์ฟที่หน้าบ้านเขา
พอเห็นบ่อยเข้าก็เลยสนใจ เดิมทีติ๋วก็แค่อยากรู้ว่า
ทําไมการเล่นเซิร์ฟถึงทําคนมีความสนุกขนาดนั้น จากที่เขาเห็นรอยยิ้มเต็มหน้าของคนที่เล่นอยู่หน้าบ้าน
“เพราะว่าเรามองแต่หน้าหาด เห็นคนที่เล่นแบบแป๊บเดียวขึ้นมายืนได้สักประมาณ 10วิ เต็มที่ 15 วิ แล้วก็หล่นลงไปแต่เขาก็เล่นต่อกัน 3ชั่วโมงต่อวัน 6 ชั่วโมงต่อวัน แล้วก็บางคนมาแต่เช้า ดูเป็นสิ่งที่เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อที่จะเล่นให้ได้ ซึ่งเราก็คิดว่าโอเค ถ้ามีอะไรที่ทำให้คนทุ่มเทขนาดนี้กับมันได้ ต้องมีความหมาย มีเหตุผลที่มากพอที่ทําให้คนสละเวลาของตัวเอง สละความเหนื่อย เผลอๆ ต้องเสียค่าโรงแรมที่ต้องมานอนเฝ้า มานั่งเฝ้ากัน ก็ต้องมีความหมายแน่ ซึ่งเราก็อยากรู้เหตุผลตรงนั้นเหมือนกันก็เลยเข้าไปเล่นแค่นั้นเองครับ”

“พอลองเล่นดูก็พบว่าเหมือนเราเกิดมาเพื่อมันเลย ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ เป็นความชอบ เป็นความอยากแบ่งปัน กลายเป็นกลุ่มเซิร์ฟ ก็กลายมาเป็นธุรกิจ”
ในแง่หนึ่งนอกจากได้รับแห่งบันดาลใจจากชาวชาติต่างชาติแล้วที่เข้ามาเล่นเซิร์ฟแล้ว ความพิเศษของพื้นที่ตรงนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ ทำให้เขาเลือกเล่นปักหลักเล่นเซิร์ฟที่นี่
“เพราะที่นี่ไม่มีเขื่อนกั้นหน้าหาดครับ คลื่นแบบที่มาชนเขื่อนมันไม่สามารถเล่นเสิร์ฟได้ แล้วก็เป็นหาดไม่กี่หาดในโซนนี้ที่ความชันของชายหาดค่อยๆ ไล่ลําดับไปเรื่อยๆ ทําให้เหมาะกับการเล่นเซิร์ฟ เพราะว่าคลื่นมันไม่ได้กระแทกชายฝั่ง”
ซึ่งติ๋วบอกว่าปัจจัยพวกนี้หาได้ยากในในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกฝั่งนี้

เรียนรู้ชีวิตผ่านคลื่น ลม ท้องทะเล
ถ้าถามว่าความหมายของการเล่นเซิร์ฟของติ๋วคืออะไร ติ๋วตอบว่านี่เป็นคําถามที่เขาเจอทุกปี แล้วก็ต้องตอบทุกปี ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เขาค้นพบผ่านการตอบคำถามนี้ซ้ำๆ มาหลายปี คือ
“ความหมายของการเล่นเซิร์ฟของเขาไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนไปตามการเติบโตของชีวิต เปลี่ยนไปตามเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย ในแต่ละปี”
ปีแรกความหมายของการเล่นเซิร์ฟสำหรับติ๋ว อาจจะเป็นแค่เพื่อความสุข เพื่อความสนุก ในปีที่สองรู้ตัวอีกทีความหมายของการเล่นเซิร์ฟของเขา ก็เปลี่ยนไปเป็นการรวบรวมสร้างชุมชนขึ้นมา ส่วนในปีที่ 3 จากชุมชนคนเล่นเซิร์ฟที่กลายมาเป็นธุรกิจ เขาก็เลยอยากจะให้ธุรกิจนี้เติบโตมั่นคง ในขณะที่ปีที่ 4 – 5 มีการสร้างนักแข่งความหมายในการเล่นเซิร์ฟของติ๋วก็จัดว่าขยับขยายขึ้นอีกขั้น เมื่อเขาอยากซัปพอร์ตนักแข่งให้ได้

ซึ่งถามว่า ณ วันนี้ในปีที่ 8 ปีที่ 9 ความหมายของการเล่นเซิร์ฟสำหรับติ๋วคืออะไร เขาขอตอบว่า
“การเล่นเซิร์ฟกลายเป็นเป็นพื้นที่หนึ่งที่พร้อมรองรับทีมงานหรือว่าพร้อมที่จะซัพพอร์ตคนรอบข้าง พาพวกเขาไปได้ถึงจุดที่ดี ไม่ว่าจะเป็นทางจิตใจ ทางการเงินหรืออะไรต่างๆ นานา”
และตลอด 8 – 9 ปีสิ่งที่ติ๋วได้เรียนรู้ผ่านการเล่นเซิร์ฟ คือ “สําหรับผมเซิร์ฟมันสอนชีวิตที่เรียบง่ายอย่างหนึ่งให้ ก็คือ แน่นอนว่าคลื่นเราไม่ได้ดีเท่าต่างประเทศ คลื่นเราไม่ดีเท่าทางใต้ แต่ไม่มีคลื่น ที่ไหนที่ดีตลอดเวลา ที่ต้องทำคือ ก็แค่เล่นในจุดที่คลื่นมอบมาให้แค่นั้นเอง ใช้จังหวะแล้วก็โอกาสที่มี การใช้ชีวิตง่ายอย่างนี้เลยครับ”
การรู้จักที่มองหาคลื่นที่ไม่ได้เรียกว่าดีที่แล้วแล่นฝ่ามันไปตลอดเวลา ทำให้ติ๋วรู้จักใช้ชีวิตตามโอกาส ฉกฉวยช่วงเวลา กล้าที่จะเสี่ยงแบบประเมินล่วงหน้า
“เราต้องรู้ก่อนว่าล้ม จะเจ็บไม่เจ็บ สิ่งสําคัญก็คือมีสติตลอดเวลา แล้วก็ อ่อนในจังหวะที่รู้สึกว่าต้องอ่อน ไม่ดั้นด้นไปแบบนั้น”

อยากให้การเล่นเซิร์ฟเข้าถึงง่าย เหมือนการเล่นฟุตบอล
สําหรับติ๋วในฐานะคนก่อตั้งแหลมหญ้า ระยองเซิร์ฟคลับ และผู้ผลักดันให้เกิดชุมชนคนเล่นเซิร์ฟและจัดการแข่งขันเซิร์ฟ การเล่นเซิร์ฟสําคัญมาก
ตั้งแต่แรกเขาก็มีความคิดว่าอยากจะให้เซิร์ฟ บอร์ดเป็นเหมือนฟุตบอลที่ แบบ เฮ้ย!! เตะบอลกัน ให้ทุกคนหรือว่าส่วนใหญ่ของคนที่เป็นชอบทํากิจกรรมอยู่แล้ว รู้สึกว่าจะเล่นเซิร์ฟเมื่อไหร่ก็เล่นได้เลย เขาอยากให้
“ดูเข้าถึงง่าย อยากให้ทุกคนในภาคตะวันออกเปลี่ยนความคิด ไม่อยากให้มันดูว้าว ขนาดนั้น อยากให้มันดูเรียบง่าย ใช้ง่าย คิดง่าย เหมือนทุกบ้านสามารถมีบอร์ดติดหลังบ้านได้ มันไม่ใช่แค่เท่ มันคือความรู้ ทุกคนจะรู้จักธรรมชาติมากขึ้น รู้จักลักษณะที่ตั้งของหาด ความลาดชัน ซึ่งเซิร์ฟเป็นกิจกรรมชายหาดอย่างหนึ่งที่ทำให้มีสกิลติดตัว แบบที่ต่างประเทศเขาก็สนุกกับทะเลกันเพราะว่าการเรียนเซิร์ฟมันเป็นพื้นฐาน”
ซึ่งโดยส่วนตัวติ๋วมองว่า การเล่นเซิร์ฟอาจจะทำให้การเที่ยวส่วนใหญ่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นวันไหนที่ไปทะเล มีบอร์ดก็จอยได้

จากความรักในเซิร์ฟสู่ความรักในธรรมชาติ
แน่นอนว่าชีวิตที่ต้องอยู่หน้าหาดทุกวัน เล่นเซิร์ฟทุกวัน ทำให้ติ๋วเจอกับปัญหาขยะตาชายหาดทุกวันเช่นกัน
และนั่นนำมาสู่ไอเดียแคมเปญเก็บขยะแลกชั่วโมงเล่นเซิร์ฟเกิดขึ้นเมื่อสองสามปีก่อน ที่ติ๋วเล่าว่า ตอนนั้นทะเลสกปรกกว่านี้ เพราะช่วงหน้าร้อนและหน้ามรสุม ขยะส่วนใหญ่ถูกพัดมาตามลม ลมพัดขยะเข้ามาชายฝั่ง ในขณะที่หน้าหนาวแทบไม่มีขยะเลยเพราะว่าลมพัดขยะไปนอกทะเล
ซึ่งเพราะความที่ติ๋วและกลุ่มอยู่กับหน้าหาด อยู่กับทะเลมาตลอด โดยเฉพาะหน้ามรสุมที่เป็นฤดูกาลเล่นเซิร์ฟ เขากับเพื่อนจึงเห็นปัญหาขยะที่ถูกพัดเข้ามาอย่างจริงจัง
โดยตั้งแต่เล่นเซิร์ฟมา ติ๋วและทีมงานก็เก็บขยะมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในล็อกที่ตนใช้งาน
“เช้าเก็บนะครับ เที่ยงขยะก็ถูกพัดเข้ามาใหม่นะ ก็เก็บเช้า เก็บเย็น เก็บเที่ยง เลยคุยกันในทีมว่าเอ้ย มันไม่น่าไหวว่ะ ถ้าให้เราเก็บกันทุกวัน ทั้งวันขนาดนี้แล้ว เราก็เลยคิดเป็นแคมเปญนี้ขึ้นมา ให้คนที่อยากเล่นเซิร์ฟฟรีเข้ามาช่วยเก็บได้”

สองก็คือตัวติ๋วเองมองว่า “ปัญหาพวกนี้ (ขยะ) ถ้าเราใช้ชีวิตอยู่อยู่ในเมือง อยู่ที่อื่นเราก็อาจจะไม่เชื่อไม่เห็นถึงปัญหาของมัน จนกว่าจะได้เก็บมันจริงๆ ถึงจะรู้ว่าปัญหาขยะนี้มันยิ่งใหญ่มากแค่ไหน หรือเริ่มเห็นว่าปัญหาเริ่มจากตัวเรา ผมเลยมองว่าถ้าเขาได้มาเห็นปัญหา ได้ลงมือแก้ไข(เก็บขยะ) การจัดการขยะตั้งแต่ก้าวแรกตั้งแต่จากบ้าน ก็จะเกิดขึ้นเองครับ”
ส่วนในเรื่องเช่าบอร์ดฟรีก็เป็นเรื่องที่ตามมาเพื่อเป็นแรงจูงใจ
ซึ่งจริงๆ แล้วติ๋วไม่ได้กังวลตรงนั้นอยู่แล้ว เพราะว่าเขาพร้อมที่จะซัพพอร์ตคนที่อยากเล่นอยู่แล้ว แต่ว่าแน่นอนว่ามันไม่ใช่ของฟรี การแลกเปลี่ยน จึงเป็นวิธีที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย มากไปกว่านั้นในบางคนที่ไม่มีกําลัง ไ ม่มีทุนทรัพย์แต่อยากเล่นบอร์ด บางครั้งเขาก็ไม่กล้ามาตัวเปล่า ก็สามารถใช้วิธีนี้ในการแลกเปลี่ยนได้
ซึ่งตลอดเวลาที่สองสามปีที่จัดแคมเปญนี้นอกจากจะมียอดการกดไลฟ์กดแชร์ถล่มทลายและมีคนหลากหลายเข้ามาร่วมกิจกรรมแล้ว แคมเปญนี้ก็ยังช่วยทําให้คนเห็นปัญหาขยะมากขึ้น ทําให้พื้นที่หน้าหาดดีขึ้น สะอาดขึ้น รวมไปถึงได้แชร์ให้คนได้มารู้จักกับเซิร์ฟบอร์ดไปพร้อมๆ กับดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย

อนาคตของเซิร์ฟ และการท่องเที่ยวชายฝั่งของระยอง
ถ้าถามว่าการปลุกปั้นธุรกิจท้องถิ่นในจังหวัดที่เต็มได้ด้วยอุตสาหกรรมยากไหม ติ๋วก็คงต้องตอบว่า
“ก็ไม่ง่ายไม่ยาก ข้อดีก็คือเราอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว เราเกิดที่นี่อยู่แล้ว ซึ่งทําให้เราติดต่อกับหน่วยงานได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่น”
แม้ในช่วงเริ่มต้นมันจะไม่ง่าย แต่ติ๋วและกลุ่มก็พยายามทำให้ดีที่สุดตั้งแต่การก่อตั้งชุมชนที่รวมคนในพื้นที่ที่รักการเล่นเซิร์ฟกว่า 20 ชีวิต การมีโครงการสอนเด็กๆ ในพื้นที่ที่แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากมัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จนกระทั่งการผลักดันให้เกิดการจัดการแข่งขัน ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกในอ่าวไทยที่มีการจัดการแข่งขันเซิร์ฟบอร์ด ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันการประสบความสำเร็จในขั้นหนึ่งจนได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากหน่วยงานจังหวัด ซึ่งทั้งหมดสำหรับติ๋วมันก็มาเกินความคาดหมายแล้ว
แต่ในอนาคตถ้าวาดหวังได้ เขาอยากให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการขยายวงการโต้คลื่นหรือเข้าถึงธุรกิจโต้คลื่น ให้ทั้งหาดมีการปล่อยเช่าบอร์ด เพราะอยากจะให้ทุกคนที่เกิดที่นี่หรือว่าลูกหลานที่มีความรู้ความสามารถ ประกอบกิจการคล้ายๆ กันต่อเนื่องกัน เพราะว่าจะทําให้หน้ามรสุมไม่เหงา
แล้วก็พอมีกลุ่มเซิร์ฟใกล้ๆ ก็อยากขอให้เป็นจุดในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไปในตัว เหมือนมีไลฟ์การ์ดธรรมชาติอยู่
“ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็มีเราแค่เจ้าเดียว แล้วเราก็รู้สึกว่า ในหน้าบ้านเราระยะประมาณหนึ่งกิโลเมตรและในสายตาไม่เคยมีเหตุจมน้ําเลย พอมีคนเล่นเซิร์ฟอยู่ นักท่องเที่ยวก็รู้สึกปลอดภัย เขาก็เลยมาเล่นน้ำตรงนี้ ใกล้กับเรา แล้วก็ถ้าเราเห็นอะไรที่มันดูไม่ปลอดภัยเราก็ไล่ให้ขึ้นเลย ก็ถือว่าเราเป็นไลฟ์การ์ดไปเลย ถ้ามันมีกระจายตัวกันก็น่าจะดีไม่น้อย”
การท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปทําให้กลับมาคึกคักขึ้นได้



