ถนนที่ใช้เดินทาง ฟุตบาทที่ใช้เดินเท้า ระบบจัดการขยะ สวนสาธารณะ ไปจนถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ล้วนเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณของเมืองพัทยาในแต่ละปี เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่ถูกจัดสรรออกไป ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าเมืองกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน และกำลังจัดลำดับความสำคัญให้กับเรื่องใดเป็นหลัก
สำหรับเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีทั้งประชากรท้องถิ่น ประชากรแฝง และนักท่องเที่ยวหมุนเวียนจำนวนมาก การจัดสรรงบประมาณย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนและทิศทางการพัฒนาเมืองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข หรือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว
ในช่วงที่ชาวพัทยากำลังจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ Epigram ชวนสำรวจงบประมาณรายจ่ายตามโครงการของเมืองพัทยาตามเท่าที่มีเผยแพร่ออนไลน์ ซึ่งเป็นปีงบประมาณ 2567-2568 ว่าเงินภาษีของชาวพัทยาถูกใช้ไปกับเรื่องใดบ้าง และลำดับความสำคัญของงบประมาณเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดสองปีที่ผ่านมา
ปี 2567 งบรวม 1,196 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้กับงานก่อสร้างเมือง

จากการสำรวจข้อมูลงบประมาณรายโครงการของเมืองพัทยาโดย WeVis ผ่าน ชุดข้อมูลข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีและข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของเมืองพัทยา พบว่า ในปีงบประมาณ 2567 เมืองพัทยามีงบรายจ่ายตามโครงการรวม 1,196,468,100 บาท โดยพบว่างบประมาณส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหมวดด้าน ‘งานก่อสร้างและงานพัฒนาเมือง’ เป็นหลัก ซึ่งมีจำนวนงบกว่า 552.68 ล้านบาท (คิดเป็น 46.19% ของงบทั้งหมด)
โดยหากเจาะลึกลงไปในระดับโครงการจะพบว่าแผนงานก่อสร้างได้รับงบมากถึง 462.22 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 38.63% ของงบทั้งหมด) ขณะที่ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในงานสวนสาธารณะ งานโยธา งานเคหะและชุมชน รวมถึงงานด้านสิ่งแวดล้อม
รองลงมาคือหมวด ‘การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล’ มีงบประมาณราวกว่า 217.05 ล้านบาท (18.14% ของงบทั้งหมด) โดยงบส่วนใหญ่กว่า 204.50 ล้านบาท ถูกใช้กับงานกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ขณะที่อีก 12.55 ล้านบาท เป็นงบสำหรับงานบำบัดน้ำเสีย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภารกิจการจัดการขยะของเมืองท่องเที่ยวที่ต้องรองรับทั้งประชากรในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจำนวนมากตลอดทั้งปี
ขณะเดียวกัน เมืองยังจัดสรรงบประมาณให้กับหมวด ‘ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม’ รวมราว 140.16 ล้านบาท (11.71% ของงบทั้งหมด) โดยงบประมาณถูกกระจายไปยังงานส่งเสริมการท่องเที่ยว 54.16 ล้านบาท งานกีฬาและนันทนาการ 51.91 ล้านบาท และงานศาสนาวัฒนธรรมท้องถิ่น 33.75 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนบทบาทของพัทยาในฐานะเมืองเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว
นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวแล้ว งบประมาณยังถูกใช้ไปกับหมวด ‘ดิจิทัลและข้อมูลเมือง’ อีก 100.61 ล้านบาท (8.41% ของงบทั้งหมด) โดยงบดังกล่าวอยู่ในงานสารสนเทศทั้งหมด เช่น การติดตั้งและดูแลระบบกล้องวงจรปิดของเมือง และระบบข้อมูลเมือง แสดงให้เห็นความพยายามในการพัฒนาระบบข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนทั้งความปลอดภัยและการบริหารจัดการเมือง
สำหรับหมวด ‘สาธารณสุขและสุขภาพ’ ได้รับงบประมาณรวม 78.81 ล้านบาท (6.59% ของงบทั้งหมด) โดยส่วนใหญ่เป็นงบของงานบริการสาธารณสุขและงานสาธารณสุขอื่น 62.77 ล้านบาท รองลงมาคืองานศูนย์บริการสาธารณสุข 14.57 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบของโรงพยาบาล งานสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ และงานบริหารทั่วไปด้านสาธารณสุข
ในด้านการพัฒนาคน หมวด ‘การศึกษาและทักษะมนุษย์’ ได้รับงบประมาณรวม 44.82 ล้านบาท ( 3.75% ของงบทั้งหมด) โดยงบส่วนใหญ่ถูกใช้กับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 31.09 ล้านบาท และระดับก่อนวัยเรียนและประถมศึกษา 12.03 ล้านบาท ขณะที่งบสำหรับการบริหารจัดการด้านการศึกษาและโครงการการศึกษาอื่นๆ มีสัดส่วนค่อนข้างน้อย
ส่วนหมวด ‘ความปลอดภัยและป้องกันภัย’ ได้รับงบประมาณ 38.30 ล้านบาท (3.20% ของงบทั้งหมด) แบ่งเป็นงานจราจร 18.91 ล้านบาท งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 15.64 ล้านบาท และงานเทศกิจ 3.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัย การจัดระเบียบเมือง และการรับมือเหตุฉุกเฉิน
ถัดมาคือหมวด ‘การจัดการและการบริหาร’ ได้รับงบประมาณ 22.98 ล้านบาท (1.92% ของงบทั้งหมด) โดยใช้งบกับงานบริหารงานคลัง งานบริหารทั่วไป งานวางแผนและสถิติ รวมถึงงานตรวจสอบภายใน ซึ่งเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และสุดท้ายหมวด ‘ชุมชนและสังคม’ ได้รับงบประมาณเพียง 1.06 ล้านบาท (0.09% ของงบทั้งหมด) นับเป็นหมวดที่ได้รับงบน้อยที่สุด โดยงบส่วนใหญ่เป็นโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นงบด้านการบริหารงานสังคมสงเคราะห์
ปี 2568 งบรวม 1,308 ล้านบาท งบจัดการขยะพุ่งแซงหน้างบก่อสร้าง

ขณะที่ขยับมามองในปี 2568 จะพบว่าเมืองพัทยามีงบประมาณรายจ่ายตามโครงการทั้งสิ้น 1,302,201,600 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 67 เป็นจำนวน 105,733,500 บาท (เพิ่มขึ้น 8.84%) หากนำงบประมาณออกมาจำแนกเป็นหมวดหมู่จะเห็นว่า
หมวด ‘งานก่อสร้างและงานพัฒนาเมือง’ ยังคงเป็นหมวดที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดในปี 2568 ด้วยงบประมาณ 365.34 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28.06% ของงบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อนจะพบว่าสัดส่วนงบในหมวดนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากเจาะลึกลงไปในระดับโครงการจะพบว่า งานก่อสร้างยังคงเป็นรายการหลักด้วยงบประมาณกว่า 222.85 ล้านบาท (17.03% ของงบทั้งหมด) ขณะที่งบส่วนที่เหลือถูกกระจายไปยังงานไฟฟ้าและประปา 94.96 ล้านบาท งานสวนสาธารณะ 42.01 ล้านบาท รวมถึงงานด้านโยธา เคหะและชุมชน และสิ่งแวดล้อม
รองลงมายังคงเป็นหมวด ‘การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล’ ซึ่งได้รับงบประมาณรวม 285.68 ล้านบาท (คิดเป็น 21.94% ของงบทั้งหมด) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างชัดเจน โดยงบประมาณส่วนใหญ่กว่า 254.98 ล้านบาท ถูกใช้กับงานกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ขณะที่อีก 30.70 ล้านบาท เป็นงบสำหรับงานบำบัดน้ำเสีย สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสียยังคงเป็นภารกิจสำคัญของเมืองที่ต้องรองรับทั้งประชากรในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาตลอดทั้งปี โดยจะเห็นได้ว่าถ้าดูจากรายการย่อยของงบประมาณจะพบว่างบประมาณกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเรียกได้ว่าแซงหน้างบก่อสร้างในปี 2568 แล้ว
ขณะเดียวกัน หมวด ‘ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม’ ขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดของเมือง ด้วยงบประมาณรวม 271.55 ล้านบาท (20.85% ของงบทั้งหมด) เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน โดยงบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้กับงานวิชาการ วางแผน และส่งเสริมการท่องเที่ยว 143.62 ล้านบาท รองลงมาคืองานศาสนาวัฒนธรรมท้องถิ่น 84.34 ล้านบาท งานกีฬาและนันทนาการ 36.07 ล้านบาท และงานบริหารทั่วไปเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการอีก 7.52 ล้านบาท
ถัดมาคือหมวด ‘การจัดการและการบริหาร’ ซึ่งได้รับงบประมาณรวม 105.61 ล้านบาท (8.11% ของงบทั้งหมด) เป็นอีกงบที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปีก่อน โดยงบส่วนใหญ่ถูกใช้กับงานบริหารทั่วไป 69.08 ล้านบาท และงานบริหารงานคลัง 35.09 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นงบของงานวางแผนสถิติและวิชาการ รวมถึงงานควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ซึ่งเป็นกลไกสนับสนุนการบริหารจัดการองค์กรและการดำเนินงานของเมือง
สำหรับหมวด ‘สาธารณสุขและสุขภาพ’ ได้รับงบประมาณรวม 92.68 ล้านบาท (คิดเป็น 7.12% ของงบทั้งหมด) โดยส่วนใหญ่เป็นงบของงานบริการสาธารณสุขและงานสาธารณสุขอื่น 78.04 ล้านบาท รองลงมาคืองานโรงพยาบาล 8.38 ล้านบาท และงานศูนย์บริการสาธารณสุข 4.67 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบด้านสวัสดิการสังคมและงานบริหารทั่วไปด้านสาธารณสุข
ด้านหมวด ‘ดิจิทัลและข้อมูลเมือง’ ได้รับงบประมาณรวม 78.15 ล้านบาท (6.00% ของงบทั้งหมด) โดยงบทั้งหมดอยู่ภายใต้งานสารสนเทศเพียงรายการเดียว เช่น การติดตั้งดูแลระบบกล้องวงจรปิด การพัฒนาระบบข้อมูลเมือง แม้ว่าสัดส่วนงบจะลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับงบประมาณสูงเมื่อเทียบกับหลายภารกิจของเมือง
ในด้านการพัฒนาคน หมวด ‘การศึกษาและทักษะมนุษย์’ ได้รับงบประมาณรวม 56.44 ล้านบาท ( 4.33% ของงบทั้งหมด) โดยงบส่วนใหญ่ถูกใช้กับการศึกษาระดับก่อนวัยเรียนและประถมศึกษา 44.54 ล้านบาท ขณะที่งบส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในงานบริหารทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษา งานศึกษาไม่กำหนดระดับ และการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ส่วนหมวด ‘ความปลอดภัยและป้องกันภัย’ ได้รับงบประมาณ 46.60 ล้านบาท (3.58% ของงบทั้งหมด) โดยแบ่งเป็นงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 33.84 ล้านบาท งานเทศกิจ 8.75 ล้านบาท และงานจราจร 4.01 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยและการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่
และสุดท้าย หมวด ‘ชุมชนและสังคม’ ยังเป็นหมวดที่ได้รับงบน้อยสุดเช่นเดิม ได้รับงบประมาณเพียง 6.68 ล้านบาท (0.51% ของงบทั้งหมด) โดยงบส่วนใหญ่ถูกใช้กับโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน 6.52 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นงบด้านการบริหารงานสังคมสงเคราะห์ แม้จะเป็นหมวดที่ได้รับงบน้อยที่สุด แต่ก็เป็นงบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสนับสนุนกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับพื้นที่
เทียบปี 67 – 68 งบก่อสร้างน้อยลง งบท่องเที่ยวและการบริหารเมืองเพิ่มขึ้น

แม้งบประมาณรายโครงการของเมืองพัทยาจะเพิ่มขึ้นจาก 1,196 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2567 เป็น 1,302 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2568 แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขงบรวม คือทิศทางการใช้งบที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมในปี พ.ศ.2567 ที่เน้นการลงทุนด้านก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มาเป็นการกระจายงบไปสู่การบริหารจัดการเมือง การท่องเที่ยว และการแก้ปัญหาเมืองมากขึ้น ภายในปีพ.ศ. 2568
ในปี 2567 งบประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งเมือง หรือ 552.68 ล้านบาท ถูกใช้ไปกับหมวดงานก่อสร้างและงานพัฒนาเมือง (คิดเป็น 46.19% ของงบทั้งหมด) โดยเฉพาะงานก่อสร้างเพียงรายการเดียวที่ได้รับงบสูงถึง 462.22 ล้านบาท สะท้อนภาพของเมืองที่กำลังเร่งลงทุนในถนน อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นหลัก ขณะที่หมวดอื่นยังมีสัดส่วนห่างจากงบก่อสร้างค่อนข้างมาก
แต่ในปี 2568 สัดส่วนดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้หมวดงานก่อสร้างและงานพัฒนาเมืองจะยังเป็นหมวดที่ได้รับงบสูงสุด แต่เหลือเพียง 365.34 ล้านบาท (28.06% ของงบทั้งหมด) ขณะที่งบด้านท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพิ่มขึ้นจาก 140.16 ล้านบาท เป็น 271.55 ล้านบาท (หรือเกือบเท่าตัว) และงบด้านการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล เพิ่มขึ้นจาก 217.05 ล้านบาท เป็น 285.68 ล้านบาท จนกลายเป็นสองหมวดที่มีขนาดใกล้เคียงกับงบงานก่อสร้างและงานพัฒนาเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า พัทยาในปีพ.ศ. 2567 เป็นเมืองที่ใช้งบประมาณเพื่อการก่อสร้างเป็นหลัก ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น ถนนหนทาง ขณะที่ปีพ.ศ. 2568 เริ่มขยับไปสู่การใช้งบเพื่อ ‘บริหารเมือง’ มากขึ้น โดยให้น้ำหนักกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรและบริการสาธารณะมากกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่ช่วยให้เห็นว่า เมืองพัทยากำลังให้ความสำคัญกับเรื่องใด และกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางแบบไหนในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้
เลือกตั้ง เลือกคนใช้งบ เลือกอนาคตพัทยา
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา งบประมาณของเมืองพัทยาสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปตามการตัดสินใจของผู้บริหารในแต่ละช่วงเวลา ตัวเลขงบประมาณเหล่านี้ไม่ได้บอกเพียงว่าเมืองใช้เงินไปกับอะไรบ้าง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเมืองเลือกให้ความสำคัญกับประเด็นใด และจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาไว้อย่างไร
เมื่อมองให้ใกล้ตัวมากขึ้น งบประมาณเมืองคือสิ่งที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง ตั้งแต่ถนนที่ใช้เดินทาง ระบบจัดการขยะ โรงเรียน สวนสาธารณะ ความปลอดภัยในชุมชน ไปจนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ดังนั้น การเลือกตั้งเมืองพัทยาจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวพัทยาทุกคน เพราะเป็นการตัดสินใจว่าใครจะเข้ามาบริหารเมืองและกำหนดทิศทางการใช้งบประมาณที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในอีกหลายปีข้างหน้า
สำหรับการเลือกตั้งเมืองพัทยา จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา (บัตรสีชมพู) และบัตรเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา (บัตรสีเขียว) โดยหน่วยเลือกตั้งจะเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือนอกเขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิต้องเดินทางไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่ออยู่เท่านั้น
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง โดยสามารถยื่นเรื่องด้วยตนเอง มอบหมายผู้อื่นดำเนินการแทน ส่งทางไปรษณีย์ หรือแจ้งผ่านเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscauselocal/
ท้ายที่สุด ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าไปบริหารเมืองจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณหลายพันล้านบาทของพัทยาในช่วง 4 ปีข้างหน้า ว่าเงินเหล่านี้จะถูกนำไปแก้ปัญหาอะไร พัฒนาเรื่องใด และตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด วันที่ 28 มิถุนายนนี้ จึงเป็นโอกาสที่ชาวพัทยาจะได้ร่วมกันตัดสินใจว่า เมืองควรเดินหน้าไปในทิศทางใด ผ่านบัตรเลือกตั้งเพียง 2 ใบในมือของพวกเรา
ดู : [ชุดข้อมูล] งบรายจ่ายตามโครงการเมืองพัทยา ปี 2567-2568
เรื่องและภาพโดย วีรภัทร เหล่าเกิ้มหุ่ง / Burapunch


