นอกจากกลิ่นต้นตีนเป็ด และเพลงคริสต์มาส อีกสัญญาณที่เริ่มเข้ามาช่วงหน้าหนาว และมีหนักขึ้นทุกปีก็คือฝุ่น PM 2.5
.
ในวันนี้ (10 ธ.ค. 66) จากรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และมลพิษทางอากาศ PM2.5 โดยกรมควบคุมมลพิษพบว่า ภาคตะวันออก มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 15.9 – 44.4 มคก./ลบ.ม.ในขณะที่เว็บไซต์ IQAir ซึ่งรายงานว่าวันนี้ ทั่วภาคตะวันออกมีปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่น่ากังวล
.
โดยในพื้นที่สีแดงซึ่งหมายถึงมีผลกระทบต่อทุกคนนั้น จะมีอยู่ที่ มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งมีค่าฝุ่นอยู่ที่ 99.5 มคก./ลบ.ม.ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุด นอกจากนั้นแล้วยังมีพื้นที่สีแดงเช่น โป่ง, บางแสน ในจ.ชลบุรี และ แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
.
ในพื้นที่อื่นๆ ของระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทราเองก็ถือว่ายังน่าเป็นห่วง โดยอยู่ในระดับสีส้ม ที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหรือร่างกายอ่อนแอ
.
ในส่วนของจันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก อยู่ในเกณฑ์สีเหลือง ซึ่งหมายถึงมีคุณภาพอากาศปานกลาง
.
จะเห็นได้ว่าในพื้นที่อุตสาหกรรมมักได้รับผลกระทบจากฝุ่นและมลพิษมากกว่าพื้นที่อื่นๆ จึงจ้องติดตามเฝ้าระวัง และหาทางแก้ไขปัญหากันต่อไป
.
โดยในปัจจุบันได้มีการพยายามผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด นำโดยกลุ่ม Thailand CAN (Thailand Clean Air Network) หรือเครือข่ายอากาศสะอาด ที่ได้ยื่นร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาด ฉบับประชาชน ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอน “รอ” นายกรัฐมนตรีพิจารณา
.
ในขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอกฤตไท จากเพจสู้ดิวะ ที่เผชิญกับมะเร็งปอด ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากฝุ่นควันพิษ PM 2.5 ก็ได้เสียชีวิตลง นำมาสู่การตั้งคำถามกับภาครัฐว่าต้องรอให้สูญเสียชีวิตอีกเท่าไหร่ถึงจะรีบแก้ไข
.
ก็อาจจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเราจะต้องทนอยู่กับสภาพอากาศที่เป็นพิษไปอีกนานแค่ไหน และปัญหาฝุ่นควัน มลพิษ PM2.5 จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรต่อไป
.
อ้างอิงจาก
https://www.iqair.com/th/thailand/rayong
https://web.facebook.com/airpollution.CAPM/posts/394311812926205
.
#PM25 #ฝุ่นPM25 #ปัญหาฝุ่นควัน #ภาคตะวันออก #ชลบุรี #ระยอง #ฉะเชิงเทรา #epigram #สื่อภาคตะวันออก


