/

เจาะลึกโปรไฟล์-นโยบาย 5 ผู้ท้าชิงเก้าอี้นายก เมืองพัทยา 2569

เหลือเวลาอีกราวสองสัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา บรรยากาศการหาเสียงเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้สมัครแต่ละกลุ่มต่างนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ท่ามกลางความคาดหวังต่อการแก้ไขปัญหาเมือง การกระตุ้นเศรษฐกิจ การพัฒนาการท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพัทยาในระยะยาว

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นการนำเสนอแนวทางกำหนดอนาคตของเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ท่ามกลางคำมั่นสัญญาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างหลากหลาย คำถามสำคัญคือ นโยบายเหล่านั้นจะตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

โดยการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งหมด 5 คน จาก 3 ทีม 2 ผู้สมัครอิสระ ประกอบด้วย หมายเลข 1 อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จากพรรคประชาชน หมายเลข 2 ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ จากทีมเรารักพัทยา และหมายเลข 3 ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ จากทีมพัทยา 2030 หมายเลข 4 สุไอนี เจริญสุข ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 5 ดร.อิทธิพล เนธิยคุปต์ สิงขรแก้ว ผู้สมัครอิสระ

เพื่อให้เห็นภาพการแข่งขันครั้งนี้มากขึ้น EPIGRAM พาผู้อ่านไปสำรวจทั้งประวัติ เส้นทางการทำงาน และภูมิหลังทางการเมืองของผู้สมัครแต่ละคน ควบคู่ไปกับการพิจารณานโยบายสำคัญที่นำเสนอแก่ประชาชน เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองพัทยาจากผู้สมัครทั้ง 5 ราย

 

หมายเลข 1 อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร: อดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยาสู่ผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยาในนามพรรคประชาชน

อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร (ปัจจุบันอายุ 49 ปี) เป็นชาวนาเกลือโดยกำเนิด เติบโตในครอบครัวผู้ประกอบการท้องถิ่นเก่าแก่ของพัทยา โดยเป็นบุตรชายคนเล็กของตระกูล ‘วัฒนศาสตร์สาธร’ ซึ่งมีบทบาททางการเมืองและธุรกิจในพื้นที่พัทยามาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในบุคคลสำคัญของตระกูลคือ นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร ซึ่งเป็นอดีตนายกเมืองพัทยา (ปี 2547-2551) ทำให้ชื่อของตระกูลเป็นที่รู้จักในพื้นที่นาเกลือและเมืองพัทยามาเป็นเวลานาน

อิทธิวัฒน์เข้าสู่การเมืองท้องถิ่นครั้งแรกในปี 2555 ในนามทีมเรารักพัทยา และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเมืองพัทยา ก่อนกลับมาลงสมัครนายกเมืองพัทยาในปี 2569 ในนามพรรคประชาชน โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่ที่ต้องการผลักดันการบริหารเมืองด้วยความโปร่งใสและการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการตนเอง

โดยภาพรวม นโยบายของอิทธิวัฒน์ และพรรคประชาชน (ข้อมูลจากเว็บไซต์ pattayaall.net) มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการพัฒนารัฐสวัสดิการท้องถิ่น การใช้เทคโนโลยีในการบริหารเมืองให้โปร่งใส และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและบริการสาธารณะให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น

ในด้านสาธารณสุข พรรคประชาชนเสนอนโยบายดูแลคุณแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พบแพทย์ออนไลน์-ส่งยาถึงบ้าน ระบบติดตามเหตุฉุกเฉิน ศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ  และกองทุน Long-Term Care (LTC) รวมไปทั้งการสนับสนุนการทำสุนัตปลอดภัย ถูกตามหลักศาสนา

ขณะที่ ด้านความปลอดภัย มุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินแบบเรียลไทม์และการเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดกับตำรวจโดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับภาพอาชญากร

ด้านการรักษาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เน้นไปที่การลดและคัดแยกขยะจากภาคธุรกิจ เพื่อประหยัดงบประมาณของเมืองและลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด ควบคู่กับการจัดการปัญหาสุนัขและแมวจรผ่านการทำหมันและฉีดวัคซีนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังเสนอการยกระดับระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเล ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลแบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลของเมืองพัทยา

ในด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง เป็นด้านที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะ ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วม การจราจร จัดระเบียบทางเท้า สายสื่อสาร และการเข้าถึงน้ำประปา รวมถึงเพิ่มพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่กีฬา และบริการสาธารณะในชุมชน

ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พรรคประชาชนเสนอการกระจายกิจกรรมท่องเที่ยวออกจากหาดพัทยาไปยังย่านต่างๆ เช่น นาเกลือ เทพประสิทธิ์ โพธิสาร และเกาะล้าน ให้ชุมชนเป็นเจ้าภาพและได้รายได้โดยตรง รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดโลโก้ ชุดสี ฟอนต์ template โซเชียล และสื่อโปรโมตฟรี นำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต

ส่วน ด้านการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชน เป็นอีกด้านที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ โดยเสนอการช่วยเหลือคนไร้บ้านและผู้พิการให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยและงานที่มั่นคง ควบคู่กับการผลักดัน ‘งบประมาณชุมชน’ ให้ประชาชนร่วมกำหนดการใช้จ่ายของเมือง รวมถึงพัฒนาบริการภาครัฐและระบบร้องเรียนออนไลน์ผ่าน Pattaya App เพื่อเพิ่มความสะดวกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะ นโยบายพรรคประชาชนมุ่งเน้นไปที่การขยายโอกาสทางการศึกษา เพิ่มห้องเรียนเฉพาะทางในระดับม.ปลาย รวมถึงผลักดันศูนย์พัฒนาทักษะในกลุ่มอาชีพบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร

และสุดท้ายด้านการบริหารงานราชการ พรรคประชาชนชูนโยบายความโปร่งใสและการบริหารเมืองบนฐานข้อมูล โดยเสนอการเปิดเผยงบประมาณและรายละเอียดโครงการของเมืองพัทยาให้ประชาชนตรวจสอบได้แบบออนไลน์ พัฒนาระบบรับแจ้งเบาะแสทุจริตที่ส่งตรงถึงนายกเมืองพัทยา พร้อมจัดทำฐานข้อมูลเมือง (City Data) ครอบคลุมทุกมิติสำหรับใช้วางแผนพัฒนาเมืองและเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสาธารณะได้มากขึ้น รวมถึงปรับลดขั้นตอนและพิธีการในการทำงานเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการบริหารงาน

 

หมายเลข 2 ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์: นายกเมืองพัทยากับการรักษาเก้าอี้สมัยที่ 2

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (ปัจจุบันอายุ 53 ปี) เป็นชาวอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีภูมิหลังอาชีพเป็นนักธุรกิจ ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองจากการเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (สจ.) และขยับไปสู่การเมืองระดับชาติผ่านการได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในนามพรรคพลังชลในปี 2554

หลังจากนั้น ปรเมศวร์กลับมามีบทบาทในการเมืองท้องถิ่นอีกครั้ง โดยได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกเมืองพัทยาในปี 2561 ภายใต้การบริหารของสนธยา คุณปลื้ม ก่อนจะลาออกในปี 2562 เพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม และได้กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาในนามทีมเรารักพัทยา และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาในวาระปี 2565-2569

โดยภาพรวม นโยบายของปรเมศวร์ และทีมเรารักพัทยา (ข้อมูลจาก หนังสือนโยบายออนไลน์)  มุ่งเน้นการต่อยอดศักยภาพของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การจัดเทศกาลระดับนานาชาติ การดึงดูดการลงทุน และการผลักดันพัทยาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ

ในด้านสาธารณสุข ทีมเรารักพัทยาเสนอการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทั้งในระดับการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านบริการรถรับส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลฟรี ระบบพบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) การผลักดันพัทยาสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Destination) รวมถึงโครงการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ประกอบอาชีพกลางคืน

ขณะที่ด้านความปลอดภัย มุ่งยกระดับระบบเฝ้าระวังและการรับมือเหตุฉุกเฉินผ่านการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง พัฒนาศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติและระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ รวมถึงส่งเสริมระบบประกันอุบัติเหตุสำหรับนักท่องเที่ยวบนเกาะล้าน

ด้านการรักษาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ทีมเรารักพัทยาเสนอการก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียอัจฉริยะเพื่อสร้างคาร์บอนเครดิต การจัดทำคาร์บอนฟุตพรินต์ของเมือง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเพิ่มพื้นที่ป่าโกงกางและจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด

ในด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะผ่านการปรับปรุงภูมิทัศน์ย่านนาเกลือ การยกระดับทางเท้าและถนนตามหลัก Universal Design การทวงคืนพื้นที่สาธารณะ การสร้างสนามกีฬาระดับภูมิภาค พื้นที่ Co-Working Space และศูนย์กิจกรรมสำหรับคนทุกวัย รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำประปาบนเกาะล้านด้วยระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล

ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ทีมเรารักพัทยาผลักดันการยื่นขอรับรองให้พัทยาเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative City of Film) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมือง

ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มุ่งต่อยอดบทบาทของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ผ่านการส่งเสริมมาตรฐานการท่องเที่ยวสีเขียว การจัดเทศกาลตลอดทั้งปี การพัฒนาพื้นที่ค้าขายและตลาดชั่วคราว รวมถึงผลักดันพัทยาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ EEC และศูนย์กลางอุตสาหกรรมการประชุมและนิทรรศการ (MICE) ระดับโลก

ด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะ เสนอการพัฒนาทักษะเยาวชนผ่านโครงการสอนว่ายน้ำ การแนะแนวศึกษาต่อของนักเรียนในระดับม.ปลายก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัย รวมไปถึงการขยายห้องเรียนระดับม.ปลาย การพัฒนาโรงเรียนสองภาษา โรงเรียนด้าน Coding และการเรียนรู้แบบ Project Based Learning ควบคู่กับมาตรการป้องกันความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา

ส่วนด้านการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชน เน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองผ่านสภาพลเมืองและเครือข่ายคนรุ่นใหม่ (Pattaya Club Next Gen) สนับสนุนประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ พัฒนาโครงการธนาคารเวลาเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในชุมชน รวมถึงจัดตั้งโรงเรียนผู้ปกครองและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านโรงรับจำนำแห่งใหม่

และสุดท้ายด้านการบริหารราชการ ทีมเรารักพัทยาเสนอการพัฒนาระบบ Go Digital+ เพื่อรวบรวมข้อมูลและบริการของเมืองไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพิ่มการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น

 

หมายเลข 3 ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ: อดีตนายอำเภอกับความพยายามครั้งที่ 2 สู่เก้าอี้นายกเมืองพัทยา

ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ (ปัจจุบันอายุ 67 ปี) มีภูมิหลังเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาค (นายอำเภอ) และปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ แม้จะไม่ปรากฏข้อมูลในสนามการเมืองอย่างชัดเจนเท่า 2 ผู้สมัครก่อนหน้า แต่ถือเป็นผู้สมัครที่มีประสบการณ์จากระบบราชการมากที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้ง 5 คน

การเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นความพยายามครั้งที่สองของศักดิ์ชัยในการชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา หลังเคยลงสมัครมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2565 ในนามผู้สมัครอิสระ ก่อนกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งภายใต้ทีมพัทยา 2030 ซึ่งสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ทางการเมืองจากการลงสมัครแบบอิสระสู่การรวมตัวในนามกลุ่มการเมืองท้องถิ่น

นโยบายของ ศักดิ์ชัย และทีมพัทยา 2030 (ข้อมูลจาก โพสต์หน้าเพจโชเซียล) มุ่งเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ และการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น

ในด้านสาธารณสุข จากการสำรวจพบว่ามีเพียงนโยบายเดียว คือการยกระดับสวัสดิการผู้สูงอายุ ผ่านการสนับสนุนงบประมาณลงสู่ชุมชน

ในด้านความปลอดภัย ทีมพัทยา 2030 เสนอการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิด ในบริเวณจุดอับ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วพัทยา เพิ่มไฟส่องสว่าง และเจ้าหน้าที่ดูแลในพื้นที่สาธารณะ รวมไปถึงการปราทุนเทาและผู้มีอิทธิพล ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในเมืองพัทยาอย่างผิดกฎหมาย

ด้านการรักษาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการจัดการขยะแบบครบวงจรเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม 

ขณะที่ด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง เสนอการวางระบบระบายน้ำใหม่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ห้องสมุดเมือง และการปรับปรุงสนามกีฬาให้รองรับการใช้งานของประชาชนมากขึ้น

ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทีมพัทยา 2030 เสนอแนวทางการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น 

ขณะที่ด้านการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการพัฒนาระบบสาธารณสุข การศึกษา และสวัสดิการ รวมถึงปรับปรุงการบริหารจัดการสนามกีฬาของเมืองให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและจองใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วนด้านการบริหารราชการ ทีมพัทยา 2030 ชูนโยบายตรวจสอบการดำเนินโครงการและการใช้งบประมาณของเมืองพัทยาให้มีความโปร่งใส คุ้มค่า และสามารถตรวจสอบได้ 

 

หมายเลข 4 สุไอนี เจริญสุข: คนพัทยากับนโยบายเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด

สุไอนี เจริญสุข (ปัจจุบันอายุ 51 ปี) เป็นชาวพัทยาโดยกำเนิด และเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ในการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สุไอนีเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชลบุรี มาแล้ว 2 ครั้ง คือ ในการเลือกตั้งปี 2562 ในนามของพรรคเสรีรวมไทย และในการเลือกตั้งปี 2566 ในนามของพรรคภูมิใจไทย แต่ยังไม่ได้รับเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ปี 2569 สุไอนีตัดสินใจลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระ โดยนำเสนอ (ข้อมูลจาก โพสต์หน้าโปรไฟล์โชเซียล) นโยบายที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งสาธารณะ  และการกระจายงบประมาณลงสู่ชุมชน พร้อมผลักดันการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย การท่องเที่ยว และการพัฒนาทักษะของคนในพื้นที่ 

ในด้านสาธารณสุข สุไอนีเสนอสร้างโรงพยาบาลเมืองพัทยา 500 เตียงเพื่อคนพัทยา เพื่อแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลแออัดและการบริการที่ไม่รวดเร็ว

ด้านความปลอดภัย เสนอการปรับปรุงไฟทาง โดยเปลี่ยนไปใช้หลอดแบบ LED เพื่อประหยัดพลังงาน 40-50% จากการใช้พลังงานในปัจจุบัน

ขณะที่ด้านการรักษาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เป็นด้านที่ผู้สมัครรายนี้ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยมีนโยบายที่เน้นไปยังการเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการผ่านการลดค่าไฟ เช่นเดียวกันกับการจัดการขยะ คัดแยกขยะ เพื่อนำมาเข้าสู่โรงไฟฟ้าขยะ เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน

ในด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง โดยส่วนมากเน้นการปรับโครงสร้างเมืองไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและระบบคมนาคมสมัยใหม่ โดยเสนอการเปลี่ยนรถสองแถวเป็นระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า (Smart EV Bus) ขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และพัฒนาเกาะล้านสู่พื้นที่ต้นแบบด้านพลังงานสะอาด ควบคู่กับการปรับปรุงผังเมืองเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แก้ปัญหาน้ำท่วม พัฒนาศูนย์ขนส่งมวลชนรอบนอกเมือง ลดปัญหาจราจรจากรถบัสขนาดใหญ่ และเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเข้ากับโครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต

ในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เสนอการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการดึงดูดการลงทุน โดยจัดตั้งกองทุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มประมง ส่งเสริมแนวคิด ‘1 ชุมชน 1 อัตลักษณ์’ เพื่อสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยว เชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นกับภาคธุรกิจในพื้นที่ EEC และผลักดันให้พัทยาเป็นศูนย์กลางการเดินทาง การลงทุน และการท่องเที่ยวของภูมิภาค

ด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะ มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับทักษะแห่งอนาคต ทั้งด้านภาษา ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่กับนโยบายเรียนฟรี 100% การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กและพื้นที่เรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพผ่านโครงการธนาคารทักษะและคูปองพัฒนาทักษะสำหรับประชาชน

ส่วนด้านการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชน เสนอการกระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่ระดับชุมชน ผ่านการจัดสรรงบประมาณให้ทั้ง 42 ชุมชนร่วมกำหนดการใช้จ่ายด้วยตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น การจัดตั้งสถาบันพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสุขภาพ รวมถึงการสนับสนุนผู้สร้างสรรค์เนื้อหาและเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่

 

หมายเลข 5 ดร.อิทธิพล เนธิยคุปต์ สิงขรแก้ว: อดีตวิศวะในสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งแรก

ดร.อิทธิพล เนธิยคุปต์ สิงขรแก้ว (ปัจจุบันอายุ 61 ปี) มีภูมิหลังด้านวิศวกรรม โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นในฐานะผู้สมัครอิสระ 

โดยภาพรวม นโยบายของ ดร.อิทธิพล (ข้อมูลจาก หนังสือนโยบายออนไลน์) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเมือง ทั้งด้านสาธารณสุข ความปลอดภัย การจัดการสิ่งแวดล้อม การจราจร และความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการเมืองตามความต้องการของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ

ในด้านสาธารณสุข ดร.อิทธิพลเสนอการยกระดับการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก ผ่านการพัฒนาโรงพยาบาลและระบบบริการสาธารณสุขให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

ด้านความปลอดภัย มุ่งเพิ่มไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดในพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ขณะที่ด้านการรักษาและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เสนอการจัดการปัญหาขยะ น้ำเสีย และการดูแลพื้นที่ชายหาด เพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองท่องเที่ยว

ในด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง เสนอการปรับแผนการจราจรเพื่อลดความแออัดในพื้นที่เมือง การจัดระเบียบรถโดยสารสองแถว เพิ่มพื้นที่จอดรถ และปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด และปลอดภัยมากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจัดกิจกรรมและเทศกาลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) เพื่อรักษาระดับรายได้ของผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่

ส่วนด้านการบริหารราชการ ดร.อิทธิพลชูนโยบายความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ โดยเสนอให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณของเมืองได้ทุกขั้นตอน เพื่อลดการรั่วไหลและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ควบคู่กับการบริหารงานที่ยึดโยงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก

 

5 ผู้สมัคร 5 วิศัยทัศน์ กับทางเลือกที่อยู่ในมือประชาชน

แม้นโยบายของผู้สมัครทั้ง 5 คนจะมีจุดร่วมในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วม การพัฒนาถนนหนทาง การยกระดับความปลอดภัย หรือการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าผู้สมัครแต่ละคนมีแนวทางและลำดับความสำคัญของนโยบายที่แตกต่างกันไป ตามภูมิหลัง ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ทางการเมืองเฉพาะตัว ซึ่งรอให้ชาวพัทยาเป็นผู้ตัดสินใจในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

สำหรับการเลือกตั้งเมืองพัทยา จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา (บัตรสีชมพู) และบัตรเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา (บัตรสีเขียว) โดยหน่วยเลือกตั้งจะเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือนอกเขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิต้องเดินทางไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีรายชื่ออยู่เท่านั้น

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง โดยสามารถยื่นเรื่องด้วยตนเอง มอบหมายผู้อื่นดำเนินการแทน ส่งทางไปรษณีย์ หรือแจ้งผ่านผ่านเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscauselocal/

ท้ายที่สุดแล้ว การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการตัดสินใจเลือกทิศทางการพัฒนาเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า บนวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารของผู้สมัครแต่ละคน ส่วนคำตอบว่าพัทยาจะเดินไปในทิศทางใดนั้น อยู่ในมือของชาวพัทยา ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินผ่านการจรดปากกาลงบนบัตรเลือกตั้ง และร่วมกำหนดอนาคตของเมืองด้วยตนเอง


เรื่องและภาพโดย วีรภัทร เหล่าเกิ้มหุ่ง / Burapunch

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR