ใครรับผิดชอบ? เมื่อปะการังอ่าวไข่ เกาะจาน ได้รับความเสียหายจากทุ่นผูกเรือที่ทิ้งโดย ‘โครงการรัฐ’
.
วานนี้ (12 พ.ย. 66) มีรายงานจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพทุ่นผูกเรือทับปะการังเสียหายโดยโพสมีข้อความว่า
.
“อ่าวไข่ เกาะจาน ไม่ทราบหน่วยงานไหนมาทิ้งทุ่นแบบนี้ที่แนว 10-12 เมตร
อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลไทย No. 24285
ผู้ควบคุมท่องเที่ยวดำน้ำในแนวปะการัง DMCR : 000997”
.
ซึ่งจุดที่ทุ่นผูกเรือทับทำลายปะการังอยู่ที่บริเวณ อ่าวไข่ เกาะจาน หมู่เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของกองทัพเรือสัตหีบ มีความลึกสูงสุดที่ 12 เมตร มีทุ่งปะการังสมบูรณ์ ซึ่งส่วนมากจะพบ ปะการังโขด ปะการังพุ่ม ในโซนน้ำตื้นอาจเจอฉลามหูดำ เต่าทะเล หรือกระพรุนได้ไม่ยาก นอกจากนั้นยังพบปลาการ์ตูนได้หลายชนิด นับว่าเกาะจานเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่หลากหลายอีกจุดหนึ่งของหมู่เกาะแสมสาร
.
จากการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ทุ่นดังกล่าวเป็นของกรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ใน ‘โครงการวางทุ่นผูกเรือเพื่อการอนุรักษ์ปะการัง’ ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 30 จุด โดยจากภาพถ่ายฐานปูนเหล่านั้นเป็นฐานของทุ่นผูกเรือ ฐานปูนในลักษณะนี้จะมีหลากหลายขนาดต่างๆ กันไปเพื่อรองรับขนาดเรือต่างๆ ที่จะเข้ามาผูก
.
โดยทุ่นผูกเรือนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายลดการทิ้งสมอ ป้องกันไม่ให้สมอเรือทำลายแนวปะการัง ซึ่งปกติแล้วทุ่นผูกเรือจะถูกจัดวางบริเวณนอกแนวปะการัง เพื่อให้เรือผูกกับตัวทุ่นไว้ แล้วนักท่องเที่ยวก็จะสามารถว่ายน้ำเข้ามาในแนวปะการังได้ คาดการณ์ว่าการที่ทุ่นผูกเรือทับแนวปะการังเสียหายนั้นเกิดจากการชี้ตำแหน่งผิดพลาด และการที่ไม่มีผู้ช่วยในการจัดการใต้น้ำ
.
ปัจจุบันอธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งรับเรื่องแล้ว ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งจะต้องทำการสำรวจแนวปะการังเพื่อประเมินความเสียหายจากนั้นทำการระดับความเสียหาย ซึ่งระดับความเสียหายนี้จะเป็นตัวกำหนดแนวทางการแก้ไขและฟื้นฟูว่าเหมาะสมจะใช้วิธีใดต่อไป
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 มีรายงานว่า ทช. จะมีมาตราการดูแลทรัพยากรแนวปะการังในพื้นที่หมู่เกาะแสมสาร โดยจะมีการจัดวางทุ่นผูกเรือ และทุ่นแนวเขต กว่า 50 จุด เพื่อลดผลกระทบจากการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นโครงการเกี่ยวข้องกันหรือไม่
.
อย่างไรก็ตาม นอกจากการฟื้นฟูแล้ว ปะการังแข็งทุกชนิดจัดเป็นสัตว์คุ้มครองชนิดสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังลำดับที่ 4 ตามกฎหมาย ‘ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง มีบทลงโทษตาม ม 89 ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ’ ซึ่งหมายรวมถึงการทิ้งสมอในแนวปะการัง และการกิจกรรมทางน้ำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง หากพบกระกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายตามมาตรา 12 แห่ง พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562
.
จึงอาจต้องติดตามกันต่อว่าความเสียหายครั้งนี้ จะมีการจัดการเอาผิดกับหน่วยงานที่ทำลายปะการังอย่างไรต่อไป หรือสุดท้ายแล้วความผิดในครั้งนี้ก็จะหายไปพร้อมกับคลื่นทะเลอีกหน
.
เรียบเรียงโดย EPIGRAM
.
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/ratanakiat.thaiyanont/posts/7076956315683323
https://www.freedomdive.com/th/dive_location/samaesarn
https://siamrath.co.th/n/472692
.
#ทุ่นผูกเรือทับแนวปะการัง #แนวปะการังเสียหาย #กรมทรัพยากรธรรมชาติทะเลและชายฝั่ง #แสมสาร #เกาะจาน #สัตหีบ #ชลบุรี #EPIGRAM #สื่อภาคตะวันออก


