หากใครได้ติดตามข่าวสารในภาคตะวันออก ก็คงพอจะเห็นข่าวหลายข่าวที่มีคนพยายามปลิดชีวิตตัวเอง บางคนทำสำเร็จ บางคนทำไม่สำเร็จ แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราอาจต้องให้ความสำคัญถึงปัญหาสุขภาพจิต (mental health) กันให้มากขึ้น
เดือนตุลาคม คือเดือนแห่งสุขภาพจิตโลก ซึ่งอยากให้คนหันมาเข้าใจและเรียนรู้ รวมไปถึงให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพจิตใจกันให้มากขึ้น เพราะในขณะเดียวกันรายงานสถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จจากกรมสุขภาพจิตก็ชี้ให้เห็นว่าในภาคตะวันออกติดอันดับการฆ่าตัวตายในช่วง 20 ลำดับแรกจาก 77 จังหวัด เช่น ในปีพ.ศ. 2565 ระยองติดอันดับ 13 จันทบุรีติดอันดับ 16 (จากเดิมในปี 63-54 จันทบุรีเคยอยู่ในอันดับ 4 ซึ่งถือว่ามีจำนวนลดลง) นอกจากนี้ก็มีตราดและสระแก้ว ที่ตามมา
รายงานนี้ทำให้เห็นว่าคนในภาคตะวันออกเผชิญกับภาวะต่างๆ ที่อาจกดดันและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต จนทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมากมาย
แน่นอนว่าเราอาจต้องหาคำตอบกันต่อไปว่าทำไมคนภาคตะวันออกถึงมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แล้วเราจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เมื่อเรื่องสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องตัวใครตัวมัน แต่คือการเข้าใจสภาพแวดล้อมโดยรวมทั้งหมด
ไม่ว่ายังไงก็ตามเราเชื่อว่าการทำความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตจะช่วยป้องกัน หรือช่วยดูแลให้ผู้ป่วยหรือผู้มีภาวะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว บทความนี้เราจึงอยากมาแนะนำ 5 หนังสือเพื่อเข้าใจสุขภาพจิต สำหรับใครที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับชีวิต หรือคนข้างๆ ที่อยากเข้าใจผู้ป่วยหรือผู้มีภาวะต่างๆ
ฉันไม่ได้อ่อนไหว เธอนั่นแหละที่ทำเกินไป
ผู้เขียน: ยูอึนจ็อง
สำนักพิมพ์ Bibli
หนังสือที่ชวนสะท้อนความรู้สึกของคนที่โดนตีตราว่าอ่อนแอ อ่อนไหว หรือเซนซิทีฟ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ภาวะทางใจต่างๆ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วอาจจะไม่ใช่เราที่อ่อนไหวง่าย แต่เพราะคนรอบข้างหรือสภาพสังคมต่างหากที่กดดัน และไม่ได้ใจดีกับเรา
หนังสือเล่มนี้จะพาไปทำความเข้าใจความท็อกซิก พร้อมกับให้วิธีการสร้างเขตแดนปลอดภัยของเรา (bounderies) เพื่อป้องกันใจตัวเองจากคนหรือสังคมเป็นพิษที่มีแต่ทำให้เรารู้สึกแย่
เพราะฉะนั้นมันไม่เป็นไรเลยที่เราจะอ่อนไหว แต่อาจต้องตั้งคำถามกลับไปว่าเพราะผู้คนหรือสังคมรอบข้างรึเปล่าที่ทำกันเกินไป
ชีวิตนี้คู่ควรที่จะงดงาม
ผู้เขียน: แฟรงก์ มาร์เทลา
สำนักพิมพ์ Be(ing)
เพราะการใช้ชีวิตของหลายคนในปัจจุบันอาจเป็นรูทีน ขึ้นรถไปโรงงาน กลับบ้าน กินข้าว นอน วนลูปอยู่แบบนั้น จนหลายครั้งเราอาจเผลอวิ่งตลอดเวลาจนหยุดลืมมองดูข้างทางที่งดงาม ชีวิตของเราที่เติบโต หนังสือเล่มนี้พาเราไปหาความหมายของชีวิต ผ่านประสบการณ์จาก แฟรงก์ มาร์เทลา (Frank Martela) นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการทั่วโลก
หนังสือเล่มนี้อาจช่วยให้เราได้เห็นมุมใหม่ๆ ของชีวิต หรืออาจได้เจอคำตอบบางอย่างที่ตามหา ที่บางทีหากเราลองใช้เวลาช้าๆ ไปกับหนังสือเล่มนี้อาจค้นพบอะไรบางอย่างก็ได้นะ

EMOTIONAL FIRST AID : ซ่อมแซมสุขที่สึกหรอ
ผู้เขียน: กาย วินช์
สำนักพิมพ์ Be(ing)
หนังสือที่จะมาแนะนำวิธีดีลกับภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าจะรู้สึกดีไม่พอ กังวลจนแพนิค สูญเสียจนใจสลาย ไม่เคารพตัวเอง รู้สึกผิดกับทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนเป็นกล่องยาสามัญประจำบ้านที่คอยรักษาใจในวันที่ป่วยไข้
แม้ว่าหลายคนๆ อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้มีภาวะแบบนั้น แต่หากลองสังเกตดีๆ บางอารมณ์ บางความคิด บางพฤติกรรมก็อาจส่งผลกับเราในระยะยาวได้ หากไม่รีบซ่อมแซม หนังสือเล่มนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่ชวนเข้าใจภาวะต่างๆ ของจิตใจได้ดีขึ้น

ตำรับด่วนซ่อมใจ: คู่มือเยียวยาความเครียด ตระหนก วิตก และสารพัดอาการทางใจ
ผู้เขียน: ดร.โอลิเวีย รีมส์
สำนักพิมพ์ Bookscape
นี่คือหนังสือที่จะช่วยให้เราเข้าใจภาวะอารมณ์ได้ดีขึ้น ผ่านการเข้าใจอารมณ์เชิงลบ 10 ประเภทที่ ดร.โอลิเวีย ได้พยายามบอกเล่าวิธีในการรับมือกับภาวะอารมณ์เหล่านี้แบบทันท่วงที เรียกได้ว่าแต่ละบทมีทริกเล็กๆ อ่านจบใน 2 นาทีเพื่อช่วยรักษาใจ
ซึ่งมีตั้งแต่ รู้สึกเครียดจะรับมือยังไง จัดการความกังวลยังไง แพนิคเลือกไม่ได้ จัดการยังไง และอีกมากมาย ที่จะพาเราไปฝึกฝนวิธีรับมืออารมณ์หลายๆ แบบที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

แด่ผู้แหลกสลาย (Reasons to Stay Alive)
นักเขียน: แมตต์ เฮก
สำนักพิมพ์ Bookscape
หนังสือเล่มนี้เป็นข้อเขียนที่จาก แมตต์ เฮก นักเขียนวรรณกรรมชื่อดังชาวอังกฤษ ที่เคยผ่านประสบการณ์โรคซึมเศร้า จากวันที่มืดหม่น สู่การก้าวข้ามไปสู่วันใหม่ที่ชีวิตกลับมามีความหมาย และงดงามมากขึ้น
หนังสือเล่มนี้อาจเป็นเพื่อนคุณในวันที่โลกภายในล่มสลาย หรือเป็นหนังสือแด่คนรอบข้างที่จะช่วยให้เข้าอกเข้าใจชีวิตของคนเป็นซึมเศร้าได้มากขึ้น ซึ่งไม่มีใครเป็นผู้ร้ายในเรื่องนี้ มีแต่ว่าเราจะรับมือและดูแลกันและกันอย่างไร
อ้างอิงจาก




