“ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว ” วลีที่ใครหลายคนคงคุ้นหู แต่แท้จริงแล้ววลีนี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน
เรียกได้ว่าเป็นมุกตลกเสมอกับประโยค ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว ตราดฮิใหญ่ ทำให้คนสงสัยว่าทำไมคนภาคตะวันออกต้องมีฮิกันด้วยนะ
ซึ่งในปัจจุบันแม้จะตามหาคนที่พูดฮิได้ยากขึ้นเพราะมีเพียงคนดั้งเดิมหรือคนเก่าแก่ในพื้นที่ที่ยังพูดอยู่บ้าง ผสมกับการมีประชากรแฝงในภาคตะวันออกค่อนข้างเยอะ ทำให้เราอาจจะไม่ค่อยได้ยินสำเนียงแบบนี้เท่าไหร่นักเนื่องจากค่อยๆ เลือนหายไปตามเวลาและการเติบโตของประชากร แต่อย่างไรก็ตามคำว่า ฮิ ก็ยังห้อยท้ายอยู่กับจังหวัดในภาคตะวันออก โดยเฉพาะระยอง แล้วถ้าอย่างนั้นแล้วคำว่า “ฮิ” มีที่มาอย่างไร?
แน่นอนว่ามีคนที่ทำวิจัยเรื่องนี้เหมือนกัน ซึ่ง EPIGRAM ก็เลยอยากชวนไปดูหลากทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่อง ‘ฮิ’ ในภาคตะวันออกด้วยกัน
รู้จัก ‘คนชอง’ ชาติพันธุ์ดั้งเดิมของภาคตะวันออก
ก่อนจะไปทำความรู้จักที่มาของคำว่า ‘ฮิ’ เราชวนมาทำความรู้จักชนชาติพันธุ์ของคนภาคตะวันออกกันก่อน นั่นก็คือ ‘คนชอง’
‘ชอง’ คือชื่อชนเผ่าชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ใช้ชีวิตอยู่ในภาคตะวันออก ในแถบจังหวัดจันทบุรี ตราด และฉะเชิงเทรา โดยคนชองจะมีภาษาเป็นของตัวเอง ซึ่งสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดลก็จัดทำพจนานุกรมภาษาชองขึ้นอย่างจริงจังด้วย
โดยชาวชองเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขา เก็บของป่าล่าสัตว์ ปลูกกระวานและฝ้าย มีภาษาพูดและวัฒนธรรมของตนเอง โดยสันนิษฐานว่าไม่มีภาษาเขียน เนื่องจากไม่มีการจดบันทึกเรื่องราวเป็นภาษาเขียน และนั่นจึงทำให้สำเนียงภาคตะวันออกนั้นมีความลื่นไหลเป็นอย่างมากด้วย

เมื่อ ‘ฮิ’ แต่ละที่ไม่เหมือนกัน
วลีลือลั่นอย่าง “ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว” แท้จริงแล้วมีประโยคเต็มๆ ว่า “ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว ตราดฮิใหญ่” ซึ่งมีบ้างที่ถูกใช้ในเชิงล้อเลียนเป็นเรื่องทะลึ่ง เนื่องจากเสียง “ฮิ” ออกเสียงคล้ายกับคำหยาบที่เกี่ยวกับเรื่องเพศในภาษาไทย แต่จริงๆแล้ว “ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว ตราดฮิใหญ่” ไม่ได้มีความหมายหรือมีบริบทเกี่ยวข้องกับเรื่องทะลึ่งเลยแม้แต่น้อย
แต่ประโยค “ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว ตราดฮิใหญ่” เป็นเพียงการเปรียบเทียบสำเนียงการพูดสั้นยาวของคนทั้งสามจังหวัดที่แตกต่างกันต่างหาก โดย
คนระยองจะพูดสั้นๆ เร็วๆ
คนจันท์พูดยาวลากเสียงชัดกว่า
คนตราดพูดหนักแต่เหน่อและห้วน
ซึ่งเป็นสำเนียงการพูดที่บ่งบอกถึงบุคคลิกภาพของคนทั้งสามจังหวัดได้อย่างชัดเจน และการออกเสียง “ฮิ” จริงก็มีน้อยมากส่วนใหญ่จะเป็นออกเสียงเป็น “ซิ” หรือ “หิ” เสียมากกว่า จึงทำให้มีวิธีการพูดและการออกเสียงที่แตกต่างกัน
ทฤษฎีที่ 1 : “ฮิ” เป็นคำสร้อยท้ายในประโยคคำถาม แสดงความสงสัย?
ทฤษฎีแรกมาจากการสอบถามคนระยองพื้นเมืองดั้งเดิม คนเฒ่าคนแก่ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คือ พวกเขาใช้คำว่า “ฮิ” เพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “สิ” หรือ “ซิ” ซึ่งทั้งสองคำเป็นคำสร้อยในประโยคกิ่งคำถาม กึ่งๆสงสัย มีลักษณะสงสัยเอ๊ะยังไง?? และคำ “ฮิ” มีหน้าที่และบริบทการใช้ “เฉพาะ” ไม่ใช้กันพร่ำเพรื่อทั่วไป เช่น
” จะไปไหนซิ?” —> ” จะไปไหนฮิ?”
“จะเอาอะไรซิ?” —> “จะเอาอะไรฮิ?”
ซึ่งทฤษฎีนี้มีความเป็นไปได้ว่าคำว่า ” ฮิ” จะมาจากภาษาชอง ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของคนภาคตะวันออกในอดีตที่มีความเกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์มาจากเขมรกับมอญ ดั่งที่มีคำกล่าวของ นายเกษมสุข แผ่นงา นักวิชาการจังหวัดศรีษะเกษเคยได้ให้ความคิดเห็นว่า “ระยอง” อาจจะเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “คะยอง” ซึ่งแปลว่าหอยในสภาษาเขมร ซึ่งเป็นภาษาที่มีความเชื่อมโยงกับภาษาชอง โดยในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของ “ฮิ” ว่าใช้เป็นคำสร้อยในลักษณะเดียวกับคำว่า “สิ” หรือ “นะ” ด้วยเช่นเดียวกัน
ทฤษฎีที่ 2 : “ฮิ” หรือ “ฮิ่” เป็นคำสร้อยท้ายประโยคสามารถใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่า และประโยคอื่นๆ
ทฤษฎีอื่นก็ให้ความหมายคล้ายๆกันโดย ทฤษฎีที่สอง มยุรี อภิวาท นักวิชาการภาษาตราด ให้ความหมายคำว่า “ฮิ” ว่า “เป็นคำสร้อยที่ต่อท้ายประโยคคำพูด มีความหมายตรงกับคำว่า ซิ หรือ นะ เช่น ประโยคว่า
ไปไหนมานะ —> ไปไหนมาฮิ
พูดใหม่ซิ —> พูดใหม่ฮิ
และนอกจากคำว่า ” ฮิ” แล้วก็ยังมีคำว่า “ฮิ่” เป็นสร้อยคำตามท้ายประโยคคำพูด เช่นเดียวกับคำว่า ฮิ แต่จะใช้ในความหมายที่แตกต่างไปบ้าง เช่น ประโยคว่า
ประเดี๋ยวก่อนซิ่ —> ประเดี๋ยวก่อนฮิ่
คอยก่อนซิ่ —> คอยก่อนฮิ่
นั่งลงซิ่ —> นั่งลงฮิ่

ทฤษฎีที่ 3 : “ฮิ” กร่อนเสียงมาจากคำว่า “เฮี้ยะ”
ทฤษฎีที่สามกล่าวว่าคำว่า “ฮิ” ย่อเสียงมาจากคำว่า “เฮี้ยะ” โดย อำนาจ เพ่งจิตต์ จาก ‘วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิตเรื่องการศึกษาสัทอรรถศาสตร์ของคำลงท้ายในภาษาระยอง’ กล่าวว่า “เดิมภาษาจันท์มีคำลงท้ายประโยคอยู่คำหนึ่ง คือ “เซี้ยะ” ซึ่งนับเป็นเสน่ห์ของภาษาจันท์มาจากคำ “สิ” หรือ “ซิ” ของภาษากรุงเทพฯ เหมือนจะมาจาก ให้แล้วสิหนา ทำแล้วสิหนา แต่สำเนียงพูดกันออกมาว่า ทำแล้วซี้ล่ะ พูดเร็วๆ คำ “ซี้ล่ะ”กลายเป็น “เซี้ยะ” บางทีเป็น “เฮี้ยะ” ชาวจันทบุรีรู้จักกันดี แต่ปัจจุบัน คำ “เฮี้ยะ” กำลังจะกร่อนเสียงสั้นลงเป็น “ฮิ” ตามธรรมชาติของภาษา และความจูงใจของผู้ใช้ภาษาเอง ในวงสนทนาหากเลือกประโยคที่มีความหมายเหมาะๆ แล้วลงท้ายประโยคด้วย “ฮิ” จะเรียกเสียงฮาได้ทันทีเป็นที่ชอบใจของวงสนทนา ซึ่งนี่ก็เป็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในภาษาจันท์”
ทฤษฎีที่ 4 : “ฮิ” มีหน้าที่ในการใช้สนทนาแตกต่างกัน เพื่อสะท้อนเจตนาของผู้พูดที่แตกต่างกัน
ทฤษฎีสุดท้ายมาจาก อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ผู้เขียนบทความ ‘ตราดศึกษา เพื่อเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตชาวตราด’ กล่าวว่า “ในบริบทการสนทนาของชาวตราด คำ “ฮิ” มีหน้าที่ในการใช้สนทนาแตกต่างกัน ทั้งยังสะท้อนเจตนาของผู้พูดไว้ด้วย โดยพบว่า “ฮิ” ในภาษาถิ่นจังหวัดตราดมีความน่าสนใจที่เสียงของคำ “ฮิ” จะเพี้ยนไปตามบริบทหรือสถานการณ์ของการสนทนา” ซึ่งในบางกรณีอาจออกเสียงเป็น
ฮิ่ เช่น นั่งลงฮิ่ อย่าพูดมากนักฮิ่
ฮี้ เช่น มันจะเป็นไปได้ยังไงฮี้ สวยจริงหรือเปล่าฮี้
เฮี้ย เช่น ก็แมะเป็นคนทำเฮี้ย เป็นต้น
แม้คำว่า “ฮิ” ในปัจจุบันจะหาฟังได้น้อยมากแม้จะเป็นคำสร้อยประโยค แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ฮิ” ผ่านวลีคุ้นหู อันลือลั่นอย่าง “ระยองฮิสั้น จันท์ฮิยาว” มากกว่าการได้ยินคำว่า “ฮิ” ห้อยท้ายประโยคพูดคุยปกติในชีวิตประจำวันของคนระยองเสียอีก
นอกจากคำห้อยท้ายประโยค “ฮิ” ที่น่าสนใจแล้วคนภาคตะวันออกยังมีสำเนียงการออกเสียงเหน่อ และมีคำศัพท์เฉพาะตัวที่น่าสนใจไม่แพ้กันด้วย โดยเฉพาะคนระยอง ที่แต่ละอำเภอแทบจะมีสำเนียงการออกเสียงที่แม้จะใกล้เคียงกันแต่ก็มีอัตลักษ์เฉพาะพื้นที่อย่างชัดเจน
อ้างอิงจาก


