/

จากด่านชายแดน สู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งสแกมเมอร์ คุยกับ จารุวัฒน์ จิณห์มรรคา จากมูลนิธิอิมมานูเอล

ในช่วงเวลามากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘สแกมเมอร์’ และ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ กลายเป็นคำที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วสังคมไทย แต่ฉาหกหน้าของการต้มตุ๋นออนไลน์ คือการค้ามนุษย์ยุคใหม่ที่ใช้ความหวังในการมีงานทำในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเครื่องมือล่อลวงผู้คนผ่านการใช้พื้นที่ชายแดนที่เต็มไปด้วยอำนาจอันคลุมเครือเป็นเส้นทางสำคัญ

เฉกเช่นภาคตะวันออกที่ได้กลายเป็นหนึ่งในทางผ่านสำคัญที่เหล่าอาชญากรรมสแกมเมอร์มักเลือกใช้เพื่อไปสู่ฐานสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา (หรือที่ถูกเรียกกันว่า คอมพาวดน์) และใช่ว่านี่เป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่คือปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจและร่วมมือกันในการจัดการ

มูลนิธิอิมมานูเอล คือหนึ่งในมูลนิธิที่พยายามเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกล่อลวงข้ามแดนไปทำงานในฐานสแกมเมอร์ เราได้มีโอกาสสนทนากับ จารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอล ที่ชวนมาทำความเข้าใจรากปัญหาของสแกมเมอร์ และใต้ภูเขาน้ำแข็งของเรื่องนี้ที่มักถูกปิดเงียบ ยิ่งไปกว่านั้นอาจชวนพาเรามองเห็นมิติคนที่ที่ถูกหลอกลวงไปว่าพวกเขาเป็นเพียงมนุษย์ที่มองหางานเพื่อดำรงชีพ

เครดิตภาพ : IMF Thailand

เวลาที่เราพูดถึงสแกมเมอร์ นิยามของคำนี้คืออะไร

สแกมเมอร์เนี่ยเอาตรงตัวเลยก็คือนักต้มตุ๋นนะครับ เริ่มต้นมันคือการหลอกลวงหมดเลยนะครับ เริ่มต้นกระบวนการคือการหลอกลวงคนเข้าไปไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ล่อลวงผู้คนให้เข้าไปติดกับในในฐานสแกมเมอร์นะครับ ซึ่งคนที่โดนหลอกไปจะอยู่ในสภาพถูกบังคับ ทำให้ขาดอิสรภาพ แล้วก็บังคับให้ทำงานเพื่อที่จะเป็นแรงงานในการหลอกลวงคนอื่น เขาจะมีสคริปต์สอนพูด มีการสอนงาน ซึ่งทุกคนที่ถูกล่อลวงเข้าไปเนี่ยจะปฏิเสธไม่ได้ แล้วคนที่ถูกล่อลวงเข้าไปเนี่ยก็เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์นะครับ ซึ่งเขาเองต้องกลายเป็นแรงงานภาคบังคับในการกระทำความผิดที่จะต้องคอยเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้กับสแกมเมอร์ตัวจริง

เหมือนจะเพิ่งได้ยินคำว่าสแกมเมอร์ เยอะๆ หลังช่วงโควิด จริงๆ แล้วสแกมเมอร์ต้นตอมาจากไหน

จริงๆ สแกมเมอร์มีมาก่อนโควิดแล้วครับ คือถ้าจะย้อนไปเลยเนี่ย เราจะเห็นกันได้ตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2558 นะครับ ทางหมู่เกาะทางฟิลิปปินส์ ซึ่งอันนี้เป็นเคสแรกๆ ที่ทางองค์กร NGO ต่างๆ เริ่มมีข้อมูลว่ามีคนถูกล่อลวงเข้าไปอยู่ในศูนย์สแกมเมอร์ เขาก็จะถูกบังคับ ถูกสอนงานให้ให้ทำงานล่อลวงคนอื่นนะครับ หลังจากนั้นก็เลยเริ่มขยายจาก 1 เป็น 2 ฐาน จาก 2 เป็น 4 ฐานนะครับ มันทวีคูณครับ เริ่มดับเบิ้ลขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงโควิดเองเนี่ยเราเห็นมากขึ้นเพราะว่าคนตกงานมากขึ้นใช่ไหมครับ แล้วยิ่งคนใช้ออนไลน์กันจนถนัด คนรุ่นใหม่เองที่เรียนจบใหม่ๆ ก็เริ่มหางานทางออนไลน์กันมากขึ้น แล้วก็ไปตกอยู่ในสภาวะถูกชักชวน แล้วก็ตัดสินใจเดินทางไป ช่วงนั้นน่ะเป็นช่วงที่เขาจะพูดกันชัดเจนว่าฐานอยู่ที่ประเทศกัมพูชากับเมียนมา

ย้อนกลับกว่านั้นคือแก๊งพวกนี้แตกมาจากทางมาเก๊าของจีนนะครับ ซึ่งเป็นกลุ่มอิทธิพลอยู่แล้ว เป็นมาเฟียอยู่แล้วครับ แล้วเขาก็ถนัดในเรื่องของการหลอกลวงคนผ่านทางคาสิโนนะครับ แล้วเขาก็ค่อยๆ ขยับขยายเอาเงินมาฟอกในประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ นะครับที่กฎหมายยังไม่เข้มข้นพอ

ทำไมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงกลายเป็นฐานสแกมเมอร์

ปัจจัยสำคัญก็คือภูมิศาสตร์ครับ ประเทศที่อยู่แถวนี้มันเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกันเยอะนะครับ แล้วก็สแกมเมอร์จะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการเบี่ยงเบนหรือว่าทำให้การสืบสวนหรือการทำลายยากขึ้น

เขาก็เลยเลือกอย่างประเทศกัมพูชาหรือลาวที่เป็นประเทศที่ยังไม่พัฒนาจริงๆ กฏหมายยังไม่ดีสามารถใช้เงินในการซื้อทุกอย่างได้ ซื้อเจ้าหน้าที่รัฐ ตรงนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งนะครับ

โดยเขาจะหลอกคนอย่างต่างชาติ เขาจะหลอกผู้คนว่า เอ้ย มีงานอยู่ในประเทศไทย พอเข้าประเทศไทยเสร็จเนี่ยครับมันก็จะเป็นประเทศทางผ่าน ไปยังประเทศพม่า หรือกัมพูชา แล้วก็ลาว

พอบอกว่าเป็นประเทศไทยเนี่ยคนก็อยากมา เพราะเขาเห็นสุวรรณภูมิ เขาเช็คดูทุกอย่างบ้านเราดูหน้าเชื่อถือใช่ไหมครับ บ้านเราก็กลายเป็นเป็นฮับ เป็นทั้งต้นทางและทางผ่าน ส่งออกเองด้วย มันมีทุกอย่างเลยในประเทศเราเนี่ย

นี่แหละครับ กฎหมาย การคอร์รัปชัน ทุกอย่างมันใช้เงินซื้อได้ครับ มันเป็นจุดเริ่มต้นเลยครับ มันเป็นสิ่งที่อาชญากรชอบ

หมายความภูมิภาคนี้เอื้ออำนวยให้เกิดระบบนิเวศของตัวอาชญากรสแกมเมอร์ได้ง่ายด้วยใช่ไหม

ถูกต้องครับ ดูอย่างในกัมพูชานะครับ ฐานสแกมเมอร์มันใหญ่มากนะครับ แล้วไม่ได้มีจุดเดียว มันมีเต็มประเทศอะครับเข้าไปปอยเปตเนี่ยป้ายจีนเต็มเลยถูกไหมครับ แล้วฐานสแกมเมอร์ที่มีการค้ามนุษย์ทั้งด้านประเวณีเอง ขายอวัยวะต่างๆ มีเยอะมากนะครับ รวมถึงฐานสแกมเมอร์เนี่ยมันก็เยอะ เพราะข้างใน คอมพาวนด์ compound (หมายถึง ฐานสแกมเมอร์ – กองบรรณาธิการ) เนี่ยมีทั้ง ktv (ร้านคาราโอเกะ – กองบรรณาธิการ) ที่หลอกคนมาบังคับให้เขาเป็นเป็นโสเภณีใช่ไหมครับ แล้วก็ขยายมาเป็นหลอกเงินสำหรับคนที่นั่งหน้าคอมเให้มาเป็นคอลเซ็นเตอร์ หรือแม้แต่การแชทหลอกให้รักและลงทุน เขามีวิธีการต่างๆ ที่สอนคน

มันอาศัยความยากจนของคนใช่มั้ยครับ แล้วเจ้าหน้าที่รัฐบางคนก็หวังแค่กำไรส่วนตัว ไม่ได้คิดถึงประชาชนนะครับแต่รวมตัวกันเป็นรัฐบาลเพื่อที่จะแค่ทำให้คนกลุ่มนึงที่จะมีอำนาจมีเงินมีทองแต่ประชาชนเดือดร้อนนะครับยาเสพติดลำบาก

สถานการณ์ ‘สแกมเมอร์’ ในปัจจุบันมีแนวโน้มอย่างไรบ้าง

ตอนนี้พูดจริงๆ ว่ามันทวีคูณมากกว่าเดิมประมาณ 4 เท่า เพราะว่า 1 บัญชีม้า มันไม่สามารถใช้ได้แล้ว หมายถึงว่าเมื่อก่อนเราซื้อขายบัญชีกันใช่ไหมครับ จะมีคนซื้อขายกันเองบ้าง บัญชีละ 2,500 บาท 3,000 บาท แต่ตอนนี้มันโดยหลักการของธนาคารไทย ก็พยายามดักทางอาชญากรรมพวกนี้ ก็เลยทำให้เขาต้องเปลี่ยนวิธีการล่อลวงผู้คนเข้าไปแทน เพราะว่าเดี๋ยวนี้โอนเงินเกิน 50,000 บาทเนี่ย จะต้องใช้คนในการสแกนหน้าเพื่อโอนเงินออกนะครับ

แล้วสมมติพอสแกนหน้าปุ๊บ สมมติมีคนไปแจ้งความ บัญชีจะถูกอายัดทันที ทำให้สแกมเมอร์จะต้องรีบหาคนเพิ่มเพราะว่าบัญชีเนี่ย เวลาเขาหลอกคนได้ เขาต้องการบัญชีคนจริงๆ ในการฟอกนะครับเพื่อที่จะไม่ให้ตำรวจตามเข้าไปเจอต้นตอ

ปัจจุบันถ้านับช่วงปี 3 ปีหลัง ก็จะมีคนถูกหลอกไปเดือนละประมาณ 300 คนอย่างน้อยครับ อันนี้ประเมินจากหลักฐานก็คือบัญชีที่ใช้ในการฟอกเงินอย่างที่ตำรวจบอกว่ามีเป็นล้านบัญชีแล้วใช่ไหมครับ คือเมื่อมีการโอนเงินจำนวนมากๆ หรือคนที่ถูกคอลเซ็นเตอร์หลอกเนี่ยแสดงว่าคนหนึ่งคนน่ะ ต้องถูกล่อลวงเขาไปในฐานสแกมเมอร์แน่นอน

ส่วนสถิติที่มูลนิธิซึ่งมีสำนักงานประจำอยู่ที่จุดอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อยู่หน้าด่านเลย ที่เราช่วยกับมาทุกๆ วัน เฉลี่ยๆ กันเดือนละอย่างน้อยๆ 60 คน

วิธีการของสแกมเมอร์ปรับเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

เขาจะแนบเนียนขึ้นครับ อย่างเช่นช่วงโควิดจะมีการโฆษณาโดยบอกว่าทำอาชีพ แอดมินหลังบ้าน ทำสต็อกสินค้า เป็นพ่อบ้านแม่บ้าน ดูแลเว็บพนัน เงินเดือนสูง 25,000 – 30,000 บาท ทำที่กัมพูชา สมัยนั้นก็มีคนสนใจกัน แต่พอหลังๆ เริ่มมีข่าว เขาก็เปลี่ยนให้สมจริงขึ้น

อย่างงานเป็นพ่อบ้านแม่บ้าน งานแอดมินหลังบ้าน ก็ยังมีเหมือนเดิมนะครับแต่ว่าจะเป็นลักษณะให้มาอบรมเพื่อที่จะรับงานกลับไปทำที่บ้าน แล้วก็จะบอกว่ามาฝึกงานในกรุงเทพฯ แล้วหลังจากนั้นพอมาแล้ว ก็จะบอกว่าก็ไปฝึกงานที่จังหวัดสระแก้วหรือจันทบุรีนะครับ แล้วเขาแนบเนียนมากๆ เพราะว่าต่อให้มีคนเขาตรวจสอบ ขอเช็คหน่อยบริษัทอะไร ขอดูรูปภาพหน่อย ขอดูโลเคชั่นของ เขาส่งให้ได้หมดครับ แต่ทุกอย่างเป็นพิกัด เป็นบริษัทของคนอื่น

แล้วเดี๋ยวนี้ตามประกาศ รายได้มันไม่ได้สูงเกินไปแล้ว จะอยู่ที่ 12,000 ถึง 18,000 บาท ทำให้คนเนี่ยเกิดความสนใจ ยิ่งบอกว่า work from home แค่ไปศึกษาฝึกงาน แล้วก็จะเอากลับไปทำที่บ้านมาดูผลิตภัณฑ์ ดูสินค้า แล้วก็มาเรียนรู้วิธีการ 1-2 วัน มาสอนวิธีการปักตะกร้า

แล้วเอเย่นต์พวกนี้ก็จะมีคนที่เขาเรียกว่ารีครูตคน เป็นเหมือน HR ครับที่คอยหาคนเข้าไปในศูนย์สแกมเมอร์ตลอด คนเหล่านี้ก็หลอกให้คนเอาเพื่อนหรือมีแฟนมาด้วย มาช่วยกันทำเป็นรายได้เสริมจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น บางคนก็ชวนทั้งพ่อชวนทั้งแม่ชวนทั้งแฟนไป ไปกันที 4-5 คนก็มีครับ

พอหลงเชื่อจนไปถึงชายแดนก็จะถูกควบคุมตัว คนที่อยู่ต่างจังหวัดเขาจะไม่ค่อยรับรู้เท่าไหร่ครับว่า ‘อรัญ’ เนี่ยคือชายแดน อีกนิดเดียวก็คือจะไปกัมพูชา ให้นึกภาพตรงหน้าด่านอรัญประเทศก็คือที่ปอยเปต มันอลังการมากนะครับ เป็นเมืองหลวงได้เลย

แล้วถ้าใครที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้วอยากกลับก็ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกฉุดกระชากลากไปก็มีนะครับ ก็คือหนีไม่ได้ครับ จะมีคนคุมอยู่ มีอาวุธ คอยบังคับให้ข้ามไป พอข้ามไปแล้วนี่ก็หมดสิทธิ์ทุกอย่างอยู่แล้วใช่มั้ยครับ จุดที่ข้ามกันก็เป็นช่องทางธรรมชาติที่เป็นคลองน้ำเล็กๆ ซึ่งอยู่ใกล้ด่านนะครับ ยิ่งช่วงบางช่วงเนี่ยไม่มีน้ำเลย บางจุดเนี่ยเป็นแผ่นดินติดแผ่นดิน

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความพูดว่า "SA.GAME SA.GAME GAME รับสมัครงาน สวัสดิการ เงินเดือนเริ่มต้น 15,000฿-20,000฿ ค่าข้าววันละ 150฿ ในวันทำงาน ตำแหน่ง แอดมิน ทดลองงาน 3เดือนผ่านโปรแล้ว เงินเดือนเริ่มต้น (เพิ่มเงินเดือนครั้งละ 3,000฿) ทำงานวันละ 12 ช.ม oT 1.5เท่า 15,000+ ของเงินเดือน(วันหยุด 4วันต่อเดือน) ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น ค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 35% คุณสมบัติ ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถสมัครได้ สามารถใช้โปรแกรม EXCEL ได้ดี สามารถใช้คอมผิวเตอร์เนื้องต้นได้ บอสคนไทย สถานที่ทำงาน ปอยเปต สนใจติดต่อ vickylo0503"
ตัวอย่างโฆษณางานจากสแกมเมอร์

ช่วยแนะนำข้อสังเกตพื้นฐานเพื่อเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมสแกมเมอร์

ข้อสังเกตถ้าจะถูกหลอกไปทำงาน ต้องระวังเลยใครที่บอกว่าให้เดินทางมากรุงเทพฯ แล้วอยู่ๆ ให้เปลี่ยน บอกว่าไปอยู่จันทบุรีหรือสระแก้ว หรือว่าบางคนบอกให้เดินทางมาสระบุรีแล้วก็บอกว่าพูดผิด จะให้ไปบริษัทที่สระแก้ว อยู่ๆเปลี่ยนทิศ เปลี่ยนแผนต้องระวังเลยบ อันนี้คือจุดสังเกตแรก

แล้วก็จุดนี้สังเกตสำคัญคือถ้าอยู่ๆ บอกสมัครงานแล้วให้ไปฝึกงานที่สระแก้วหรือจันทบุรี ตอนนี้ให้ระวังไว้เลยครับเพราะจะพาข้ามชายแดนไปแน่นอน

ทำไมเส้นทางภาคตะวันออกถึงถูกใช้ซ้ำๆ มีช่องว่างทางกฎหมายหรือจุดบอดในการตรวจตราตามตะเข็บชายแดนตรงไหนที่ขบวนการเหล่านี้มองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา?

ก็คือหนึ่ง เดินทางง่าย แต่ไม่ใช่ว่าคนเราจะเดินไปเองนะครับประเทศกัมพูชาคือเจ้าหน้าที่ชอบโทษว่าประชาชนอยากไปเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ

อีกส่วนคือ เราตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าในการควบคุมชายแดนครับ มันมีตั้งกี่หน่วยงาน ชายแดนมีทหาร มีตำรวจ มีฝ่ายปกครอง รวมกันจริงๆ มีเยอะมากเลยใช่ไหมครับ ก็ควรจะป้องกันได้ คือพอประชาชนถูกบังคับ เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องถูกขัง ถูกยึดโทรศัพท์ ถูกยึดเอกสาร ใครไม่ยอมทำตามก็จะถูกทำร้ายร่างกาย

ผมคิดว่าพอมันเห็นว่าเป็นปัญหาก็ต้องมีคนรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่เลยไม่ค่อยอยากจะให้ออกมาพูดเรื่องนี้นะครับ แต่เราก็ต้องพูดแบบตรงไปตรงมา เพราะว่าหน่วยงานรัฐกี่หน่วยที่ปล่อยให้คนไทยออกไปเยอะขนาดนี้ถูกไหมครับ เขาไม่ได้มองเลยว่าหนึ่งในสาเหตุจริงๆ มันก็เป็นความบกพร่องของของการตรวจสอบการป้องกันไม่ให้ใครข้ามแดนไปง่ายๆ ด้วย

อย่างมูลนิธิผม เวลาไปช่วยเหลือ จะมีกระบวนการคัดแยกว่าเป็นผู้เสียหายหรือผู้กระทำผิด เวลาผมพาไปคัดแยกก็จะมีเจ้าหน้าที่พม. (พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ – กองบรรณาธิการ) หรือตำรวจบางส่วนบอกไม่ต้องมายุ่งกับ NGO พวกนี้หรอก แทนที่จะคุ้มครองหรือรับฟังปัญหาจริงๆ

กระบวนการคัดแยกตอนนี้มีปัญหาอย่างไรบ้าง

ลองคิดว่า ครอบครัวที่แค่อยากจะหาเงินดำรงชีพเนี่ย กลับกลายว่าเขาต้องมารับโทษแทนอาชญากรตัวจริง หลายคนเองที่กลับมาแล้วไม่ติดคุกก็จริง แต่บัญชีถูกอายัด เขาก็กลับไปทำงานเดิมไม่ได้นะครับเพราะว่าเขาต้องมารอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียก บางคนก็ 2-3 ปีแล้วยังไม่เสร็จ คือสถิติของมูลนิธิที่บันทึกจำนวนผู้เสียหายตอนนี้ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์กันทุกจังหวัดแล้ว แล้วคนที่มูลนิธิช่วยเหลือมาจะยังไงก็ต้องผ่านกระบวนการโดยเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ดีซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐเองก็เหมือนแบบพยายามจะไม่ใช้หลัก NRM (กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism) – กองบรรณาธิการ) กลไกนี้แทนที่เอาไว้ใช้เพื่อปกป้องคนดี ช่วยเหลือเหยื่อ เพื่อที่จะหาแนวทางในการจัดการปัญหา เขาไม่ทำกันจริงๆ

อะไรคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเยียวยาจิตใจคนที่ถูกหลอกไปทำสแกมเมอร์?

ตอนนี้เจ้าหน้าที่เรายังมองไม่ออกครับ อยู่กับแค่คำว่าสมัครใจกับไม่สมัครใจ ซึ่งอันนี้มันไม่เกี่ยว มันต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย คำว่าสมัครใจ เขาสมัครใจไปทำอะไร ถูกไหมครับ ไม่มีใครสมัครใจเป็นสแกมเมอร์ครับ คือนอกเหนือจากสมัครใจเนี่ย มันมีอย่างอื่นอีก ถ้าตั้งใจฟังหน่อยแล้วศึกษาเรื่องค้ามนุษย์หน่อย มันก็จบครับ มันเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่รัฐพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ช่วยเหลือ บอกว่า โอ้ย ไม่ใช่หรอก สมัครใจไปทั้งนั้นแล้วก็จบ แค่พูดอย่างนี้ก็ผิดแล้วครับ

No photo description available.
เครดิตภาพ : IMF Thailand

หากให้มองหาต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้อยู่ที่ตรงไหน

ต้นตอถ้าจะพูดจริงๆก็คือพวกค้ามนุษย์ รองลงมาก็คือเจ้าหน้าที่รัฐเองที่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันครับ

คือครอบครัวทุกคนครับต้องรู้เท่าทันว่ามันมีการค้ามนุษย์ มันอยู่ใกล้ตัวเรา มันหลอกกันง่าย คนที่มีเจตนาหางานตั้งใจหางาน ไม่ใช่ว่าคนไม่มีการศึกษาจะโดนอย่างเดียวนะครับ คนมีการศึกษา มีวุฒิปริญญาโท ปริญญาตรี โดนหมดแล้วหลังๆ เนี่ยคนที่มีการศึกษาถูกหลอกไปเยอะมากนะครับ

คือทุกคนยังไม่เข้าใจไงครับว่ามันมีคนหลอกลวงคน มันมีคนค้ามนุษย์อยู่ มีคนคอยรับคอยส่ง เป็นกระบวนการจัดหาให้ จัดรถ จัดที่พักให้ คอยบังคับพาข้ามไป แล้วสุดท้ายไปแสวงหาประโยชน์ในฐานสแกมเมอร์นั้น

คนเหล่านี้ต่างหากที่ต้องจัดการครับ ไม่ใช่มาโทษเหยื่อที่ถูกหลอกไป ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กันได้ทั้งประเทศมันแก้ไขได้ ต้องเปิดใจก่อน ต้องรับฟังก่อน รับรู้ก่อนว่าเหตุการณ์จริงคืออะไร ไม่ใช่ต่อว่าผู้เสียหายที่ไปบอกว่าเขาโกหกอย่างเดียวนะ

ฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐเอง ก็มาห้ามพวกเราพูดเพราะข้างบนเขาบอกว่าเขาสั่ง เพราะจะกลายเป็นทำให้ภาพลักษณ์ของข้าราชการดูเสีย มันก็เลยไม่จบครับ ถ้ามันแมนพอ ถ้าเราไม่คอร์รัปชั่น ถ้าเราบริสุทธิ์จริงๆ เรากล้าพูดแล้วก็แก้ไขปัญหานี้มันแก้ได้ 100% มันไม่ใช่วิธียากเลย

ทางออกที่คุณพยายามเสนอคืออะไร

มีอยู่ 2 อย่างที่อยากให้เริ่มเลยก็คือ หนึ่ง การป้องกันประชาชนไม่ให้ออกผ่านทางช่องทางธรรมชาติ

คือเจ้าหน้าที่เองต้องร่วมมือกันกับชาวบ้าน ประชาชนในการสอดส่อง กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องเลิกคอร์รัปชั่น ความเข้มแข็งมันต้องอยู่ที่ชายแดนก่อน คือผลัดเวียนเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารช่วยกันป้องกันนะครับมันไม่มีทางใครจะถูกบังคับให้ข้ามไปได้ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันตรวจสอบว่ารถคันไหนมาแปลกๆ เพราะมันรถมันวนเวียนกันไม่กี่คันครับ

อันที่สองคือการประชาสัมพันธ์ คือผมก็ให้มีสื่ออีกเยอะๆ เหมือนกันครับ แต่อย่าลืมว่าทุกคนไม่ได้ดูข่าว การรับรู้ไม่เท่ากันนะ ทำให้มันเข้ากับยุคกับสมัยครับ กับเด็กแต่ละเจนมันมันต่างกัน เราต้องสร้างสื่อตรงนี้ให้ทุกคนได้รู้ครับ

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR