บางเหตุการณ์ก็อาจจะเกิดมานาน แต่ทิ้งความทรงจำบางอย่างติดตัวไป บางเหตุการณ์ก็เพิ่งเกิดขึ้น แต่ก็เงียบหายไปกับสายลม
หากเราย้อนไทม์ไลน์กันไปก่อนหน้า ในภาคตะวันออกเองเคยมีวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่เป็นเศรษฐกิจสามขาอย่าง เกษตรกรรม ประมง และท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของภาคตะวันออกที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ จนกระทั่งเมื่อ ‘การพัฒนา’ ถูกหยิบยกมาให้คนตะวันออกโดยรัฐบาลส่วนกลางจากรุ่นสู่รุ่น
เชื่อว่าการพัฒนานี้เอง ที่ทำให้คนภาคตะวันออกเองต่างผ่านเหตุการณ์หลายๆ อย่างมาไม่มากก็น้อย บ้างช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่บ้างก็อาจทำให้ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาที่มาพร้อมกับอุตสาหกรรมพลังงาน จากวินาทีแรกที่ขุดค้นพบก๊าซฟอสซิล หรือ ก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทย มาสู่วิถีชีวิตและแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เปลี่ยนชีวิตคนตะวันออกไปตลอดกาล
EPIGRAM ชวนทุกคนมาไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานในไทยที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก และอยากชวนปักหมุดแล้วบอกเราหน่อยว่าคุณเกิดทันยุคไหน? แล้วในตอนนั้นคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ เพื่อแลกเปลี่ยนภาพทัศน์ของคนตะวันออก และภาคตะวันออกไปด้วยกัน
แน่นอนว่ามีเหตุการณ์สำคัญอีกหลายเหตุการณ์ที่เราอาจไม่ได้พูดถึง เลยอยากชวนทุกคนมาร่วมเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญในภาคตะวันออกที่คุณจำได้ไปด้วยกัน

ไทม์ไลน์
2511
เจอก๊าซฟอสซิล (หรือในชื่อคุ้นหูว่าก๊าซธรรมชาติ) ในอ่าวไทย โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และเป็นจุดเปลี่ยนจากการนำเข้าแหล่งพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า มาเป็นผู้ผลิตก๊าซฟอสซิลด้วยตัวเอง และเริ่มเกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
2521
มีการก่อตั้ง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) อย่างเป็นทางการ ตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 ประกาศบังคับใช้ในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ให้โอนกิจการขององค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย ไปเป็นของ ปตท.
2524
เข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาล โดย เปรม ติณสูลานนท์ไปทำพิธีเปิดวาล์วส่งก๊าซธรรมชาติ ณ สถานีส่งก๊าซชายฝั่ง จ.ระยอง
2525
เริ่มประกาศโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก อีสเทิร์นซีบอร์ด ที่มุ่งเปลี่ยนภาคตะวันออกไปสู่การเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหนัก โดยเริ่มที่บริเวณแหลมฉบัง จ.ชลบุรี บริเวณมาบตาพุด จังหวัดระยอง และพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
2528
เริ่มเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย ในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อเสริมกำลังอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
2535
โรงไฟฟ้าบางปะกง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทำการสร้างเสร็จ และเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฟอสซิล หรือ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งระยองก็ได้เกิดท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 1 ขึ้น และเริ่มมีการถมทะเล
2537
รัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน จากที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สร้างโรงไฟฟ้า เองทั้งหมดมาเป็นให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้า แล้ว กฟผ.จะรับซื้อจากผู้ผลิตเอกชนอิสระรายใหญ่ นำไปสู่การเข้ามาของโรงไฟฟ้าโดยเอกชน
2549
เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส 2
2556
เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งประวัติศาสตร์ใกล้อ่าวพร้าว จ.ระยอง โดยเป็นการรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันดิบจากบริษัท PTTGC โดยบริษัทแจ้งว่าปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลออกสู่ทะเลคือ 50,000 ลิตร หรือ 50 ตัน
2557
ประกาศโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย รัฐบาลคสช. ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเป็นโครงการต่อเนื่องจากอีสเทิร์นซีบอร์ด
2562
พัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ในส่วนการก่อสร้างสถานีขนส่ง LNG โดย GULF
2565
เกิดเหตุน้ำมันรั่ว ใกล้หาดแม่รำพึง จ.ระยอง โดยบริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลอ่าวไทย บริเวณท่าเรือมาบตาพุดจำนวน 400,000 ลิตร หรือ 400 ตัน
2566
เกิดเหตุน้ำมันรั่ว ใกล้เกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยมีน้ำมันดิบ 50 ลบ.ม. รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมัน ขณะขนถ่ายน้ำมันดิบบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล หมายเลข 2 (SBM-2) ของโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี


