/

‘อาคารปลากระเบน’ ณ เกาะล้าน เมกะโปรเจคต์ด้านพลังงานหมุนเวียนจากภาษีประชาชน ที่กลายเป็นเพียงตึกร้างไร้การดูแล

‘เกาะล้าน’ หากเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา หลายคนคงจะนึกถึงท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเล และชายหาด เช่น หาดตาแหวน ที่เป็นแหล่งรวมร้านรวงต่างๆ และเป็นหาดยาวที่สุดของเกาะ หรือ หาดเทียน ที่ในช่วงหลังๆ มานี้ กลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียลมีเดีย ผ่านมุมถ่ายรูป ‘ต้นไม้เกาหลี’ ที่กลายเป็น มุม signature ใหม่ของเกาะ อีกทั้งที่ตั้งที่อยู่ใน จ.ชลบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของ เมืองพัทยา เกาะล้านจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวไทยและชาวต่างชาตินึกถึง จากการเดินทางที่สะดวกสบาย อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ เพียงไม่เกิน 2 ชั่วโมง รวมไปถึงความครบครันจากการบริการทางด้านการท่องเที่ยว

แต่มีน้อยคนที่จะรับรู้ว่า นอกจากที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสะดวกสบายแล้ว เกาะล้านยังเป็นพื้นที่ที่เมืองพัทยา อนุมัติให้เป็นแหล่งนำร่องด้านการอนุรักษ์พลังงาน จากโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนพลังงานในพื้นที่ชุมชนเกาะล้าน จนเกิดเป็น ‘อาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หาดแสม’ หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘อาคารปลากระเบน’ ขึ้นมา

แต่น่าเสียดายที่ในวันนี้ อาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมนี้ กลับถูกทิ้งร้าง ไร้การดูแลและซ่อมบำรุงจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆ และอาจสร้างอันตรายให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้

Epigram อยากชวนทุกคนไปสำรวจสภาพปัจจุบันของอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หาดแสม หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘อาคารปลากระเบน’ เพื่อพิจารณาถึงการเสียโอกาสด้านการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคตะวันออก พร้อมเสียงสะท้อนจากประชาชนชาวเกาะล้านบางส่วน ที่แม้ว่าโปรเจคต์นี้จะริเริ่มขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่กลับไม่สามารถเป็นโมเดลตัวอย่างให้แก่พื้นที่อื่นๆ ได้ ซ้ำร้ายสิ่งเหล่านี้ยังใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน แต่กลับไม่ถูกผลักดันให้เกิดการใช้งานอย่างมีประโยชน์และคุ้มค่า เพื่อสะท้อนความสำคัญของ ‘พลังงานหมุนเวียน’ ได้

จากข้อมูลโดย อปท.นิวส์ ‘อาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หาดแสม’ เป็นโครงการที่เมืองพัทยา ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดำเนินโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ณ หาดแสม ชุมชนบ้านเกาะล้าน จ.ชลบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนพลังงาน โดยแผนโครงการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์บนพื้นที่เกาะล้าน และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.2549 กระทั่งแล้วเสร็จในปี 2553 ภายใต้งบการลงทุน (เฉพาะอาคารปลากระเบน) 88 ล้านบาท โดยรวมทั้ง 2 โครงการกว่า 180 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ เกิดขึ้นในสมัยที่ นาย นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา (พ.ศ.2547- พ.ศ.2551) ต่อเนื่องกันกับในสมัยที่ นาย อิทธิพล คุณปลื้ม ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา (พ.ศ.2551- พ.ศ.2559)

ด้าน พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี อดีตนายกเมืองพัทยา จากการแต่งตั้งโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) (พ.ศ.2560 – พ.ศ.2561) ซึ่งก่อนหน้านั้นดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้กล่าวขณะลงตรวจพื้นที่เมื่อปี พ.ศ.2561 ว่า อาคารปลากระเบนแห่งนี้อยู่ในแผนการดำเนินการโครงการสร้างนวัตกรรมพลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยมีการจัดสรรงบประมาณเป็น 2 ระยะ เพื่อทำการก่อสร้าง ‘กังหันลม’ ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าบนเขานมสาว หน้าชายหาดแสม จำนวน 45 ต้น

รวมทั้ง ‘อาคารปลากระเบน’ ที่มีหลังคาเป็นแผงโซลาร์เซลล์เพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตกระไฟฟ้าขนาด 64 กิโลวัตต์ ก่อนนำกระแสไฟฟ้าไปจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจกจ่ายให้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่ง และเพื่อนำมาใช้ในอาคาร ซึ่งเป็นศูนย์จัดนิทรรศการ และประโยชน์จากการรับคณะ และการจัดกิจกรรมประชุมการเรียนรู้ขนาดใหญ่

หากว่ากันตามสถานการณ์จริง อาคารแห่งนี้ เมื่อเปิดใช้งานมาได้ประมาณ 2-3 ปี กลับไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้ามาบำรุงหรือซ่อมแซม และปรับปรุงระบบ ทำให้ต้องปิดตัวลงไปโดยปริยาย แม้ต่อมาจะมีภาคเอกชนเสนอแผนเข้ามาซ่อมบำรุงแต่ก็ถูกระงับไปโดยไม่ทราบเหตุผล ทำให้โครงการนี้ ไม่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีก และยังปล่อยให้มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

และในเวลาต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามอำนาจในมาตรา 44 (ม.44) จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว ให้ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตำแหน่งนายกเมืองพัทยา จากความต้องการเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รัฐบาลในขณะนั้น จึงต้องการบุคลากรที่มีประสบการณ์ และรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี จึงมีคำสั่งฯ แต่งตั้งให้ นาย สนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยาคนใหม่ ในปี พ.ศ.2561 ซึ่งหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดคำสั่งปลดดังกล่าวถึงออกมาในห้วงเวลาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ.2562 เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

จากเอกสารหนังสือบรรยายสรุปเมืองพัทยา พ.ศ.2559 ที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายวิจัยและประเมินผล ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนา สำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ เมืองพัทยา ได้ระบุว่า สภาพปัญหาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานเกี่ยวกับปริมาณไฟฟ้าในพื้นที่เกาะล้าน ซึ่งใช้ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเครื่องปั่นไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ด้วยกําลังการผลิตค่อนข้างต่ำทําให้มีกระแสไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถจ่ายไฟให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งเกาะล้านได้

ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งหวังลดการนําเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยการผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนมาใช้ในประเทศ ด้วยสภาพปัญหาและเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว เมืองพัทยาจึงได้ดําเนินโครงการก่อสร้าง และติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์เกาะล้านขึ้น โดยได้ดําเนินการก่อสร้างอาคารปลากระเบนอาคาร ควบคุมระบบผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นบนเกาะล้าน และติดตั้งกังหันลม ซึ่งเมื่อดําเนินโครงการสมบูรณ์จะทําให้เกาะล้านมีกระแสไฟฟ้าใช้ถึง 700 กิโลวัตต์ต่อวัน ช่วยให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้กันอย่างทั่วถึง

ซึ่งข้อมูลดังกล่าว กลับขัดแย้งกับข้อมูลที่อธิบายในหัวข้อ โครงสร้างพื้นฐานของเกาะล้าน ซึ่งอยู่ภายในเอกสารเล่มเดียวกัน ที่ระบุว่า ‘เกาะล้านมีกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ดําเนินการวางสายส่งกระแสไฟฟ้าจากฝั่งพัทยามา ยังเกาะล้าน โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาควางสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลขนาดกําลังส่ง 10 เมกกะวัตต์ (หรือ 10,000 กิโลวัตถ์) ไปยังเกาะล้าน ซึ่งทําให้ เกาะล้านมีกระแสไฟฟ้าใช้ที่เพียงพอต่อการขยายตัวของภาคประชาชนและธุรกิจ’

จึงเกิดเป็นคำถามว่า หากเมืองพัทยาประเมินแล้วว่าโครงสร้างพื้นฐานเรื่องไฟฟ้านั้น เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และสามารถรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจได้ เพราะฉะนั้นการผลักดันให้เกิดโครงการอนุรักษ์พลังงานภายใต้ภาพการก่อสร้างอาคารโซลาเซลล์และกังหันลมขึ้นในพื้นที่เกาะล้านนั้น จำเป็นต่อการลงทุนเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะมากแค่ไหน หากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่นั้นสามารถรองรับได้?

นับว่าเป็นเรื่องที่ก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งที่พื้นที่ในภาคตะวันออก อย่าง ‘เกาะล้าน’ ภายใต้ความรับผิดชอบของเมืองพัทยา มีการผลักดันแนวคิดเรื่องพลังงานหมุนเวียนให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาตั้งแต่เกือบ 20 ปีก่อน แต่หากพิจารณาจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อาจเพียงพอที่จะเป็นข้อสรุปได้ว่า สิ่งที่รัฐพยายามผลักดันนั้น แม้จะดูมีประโยชน์เป็นอย่างมากในทางทฤษฎี แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริงแล้ว รัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กลับปล่อยปละละเลย และไม่สามารถดูแลจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ได้

ยังไม่รวมถึงปัญหาการทุจริตเชิงนโยบาย ที่ในวันนี้เมืองพัทยาก็ยังไม่เปิดเผยถึงข้อเท็จจริงต่อปัญหาที่เกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องคดีความที่ยังไม่มีความคืบหน้า จากคำบอกเล่าของ พล.ต.ต.อนันต์ ในปี พ.ศ.2561 ที่ระบุว่าถึงแม้จะมีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ และระบุว่ามีมูลความผิดในฐานละเมิด และละเลยจนทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการ แต่เรื่องนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลปกครอง เพราะมีการยื่นอุทธรณ์ไป

เป็นที่น่าเสียดายว่า แม้รัฐจะรับเอาแนวคิดการใช้พลังงานหมุนเวียนมาดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม ที่สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการตอกย้ำ และสร้างมายาคติต่อพลังงานหมุนเวียนให้กับประชาชนเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่า โครงการเหล่านี้ เป็นโครงการที่ไม่มีประสิทธิผล และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อชุมชน ทั้งๆ ที่หากเกิดการจัดการที่มีประสิทธิภาพ หรือการอนุญาตให้ประชาชนจัดการตนเองเรื่องพลังงานหมุนเวียนได้ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อคุณภาพชีวิต และระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ อย่าง ‘เกาะล้าน’ มากแค่ไหน

เสียงสะท้อนจากชาวเกาะ

เสียงสะท้อนชาวเกาะล้าน #1

โมทย์ (นามสมมติ) ชายวัย 41 ปี พูดถึงความทรงจำในสมัยที่โครงการนี้ถูกวางแผนและดำเนินการก่อสร้าง รวมไปถึงปัญหาที่ตนเองประสบพบเจอจากคำบอกกล่าวของรัฐ ที่ในวันนี้กลับไม่เป็นไปตามที่สัญญาไว้กับประชาชน

“ตอนนั้นเรายังวัยรุ่นอยู่เลย เข้าใจว่ามันจะเป็นที่ไว้ศึกษาดูงาน แต่ที่ผ่านมามันไม่มีการซ่อมบำรุงเลย ในฐานะคนเกาะเราก็เสียใจนะที่มันใช้งานไม่ได้ ก็รู้สึกแย่ ไม่รู้ด้วยว่าเขาเอาไฟที่ผลิตได้ไปไว้ไหน เข้าระบบรึเปล่าก็ไม่รู้”

โมทย์ ระบายความอัดอั้นตันใจ และความไม่เชื่อใจในโครงการของรัฐที่ในอนาคตจะถูกวางแผนก่อสร้างบนเกาะล้านอีก แต่ถึงที่สุดแล้ว เขาก็ยังเห็นด้วยกับแนวคิดการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ

“ถึงที่ผ่านมาจะช่วยค่าไฟเราไม่ได้ก็เถอะ แต่ใช้เป็นพื้นที่ตัวอย่างมันก็ดี อย่างน้อยก็เป็นแลนด์มาร์คให้คนจำได้ แต่ถ้ามีโครงการอะไรแบบนี้มาอีกเราก็ไม่มั่นใจแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ใช้ไม่ได้ แต่สุดท้ายเราก็ยังเห็นความสำคัญของมันอยู่นะ มีไฟใช้ฟรีๆ ใครจะไม่ชอบใช่ไหม”

เสียงสะท้อนชาวเกาะล้าน #2

คิดตี้ (นามสมมติ) หญิงสาวอายุ 23 ปี สะท้อนถึงภาพจำในสมัยที่ตนเองยังเป็นเด็ก ต่อโครงการอนุรักษ์พลังงานที่เกิดขึ้นบนเกาะล้าน ที่ในวันนี้เวลาได้ล่วงเลยเกือบ 20 ปี แต่ตนเองก็ไม่เคยได้ใช้ หรือได้รับประโยชน์ใดจากโครงการนี้เลย

“มันก็เกือบ 20 ปีแล้วนะ ตอนนั้นเราน่าจะประมาณ 5-6 ขวบ เองมั้ง ก็ยังเด็ก ยังไม่รู้อะไรมาก แต่เท่าที่อยู่ที่เห็นมา ก็รู้สึกว่ามันสวยดี เป็นกิมมิคให้กับเกาะล้านอะไรแบบนี้ แต่ตั้งแต่เขาสร้างเสร็จ เราก็ไม่เคยได้ไปใช้งานอะไรมันนะ ก็รู้แค่ว่าเป็นโซลาร์เซลล์ จนเราโตมาเราก็ไม่เคยได้ประโยชน์อะไรจากมันนะ เราก็จ่ายค่าไฟเท่าเดิม จนกระทั่งมันปิดไป เกือบ 20 ปีที่ผ่านมามันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน”

คิตตี้ ยังสะท้อนถึงการที่หากพลังงานหมุนเวียนนั้นถูกทำให้ใช้ได้จริงและตรงตามประสิทธิภาพที่รัฐโฆษณาไว้ สิ่งนี้จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต และการจัดการตนเองด้านพลังงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร

“แต่คิดว่าพลังงานหมุนเวียนก็ยังจำเป็นสำหรับคนเกาะอยู่นะ เพราะค่าไฟกับค่าน้ำมันแพงมาก จะใช้น้ำก็ต้องใช้ปั๊มช่วย ซึ่งมันก็วนกลับไปที่ค่าไฟอีก เมื่อก่อนที่บ้านไฟดับโคตรบ่อย เราก็ต้องนอนกันร้อนๆ หรือตอนเช้าไฟดับก็ทำงานกันไม่ได้อีก เพราะไฟฟ้ามันถูกลากสายส่งข้ามทะเลมาจากพัทยา เลยมีปัญหาบ่อยหน่อย อย่างน้อยถ้ามันมีพลังงานหมุนเวียนที่มันใช้ได้จริง เวลามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับไฟฟ้าเราก็จัดการได้เลยไม่ต้องรอใคร”

เสียงสะท้อนชาวเกาะล้าน #3

บอล (นามสมมติ) ชายหนุ่มวัย 30 ปี มองถึงความสำคัญของอาคารปลากระเบนในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่อาจช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ แต่กระนั้นแล้วจากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าสถานที่แห่งนี้ในปัจจุบัน จะสามารถช่วยยกระดับการท่องเที่ยวบนเกาะล้านได้อย่างไร

“มันก็อยู่ในจุดที่วิวดี วิวสวยนะ คนที่เขามาเที่ยวมาอะไรก็ไปถ่ายรูปได้ แต่มันผุพังไง”

เขายังสะท้อนอีกว่า หากพลังงานหมุนเวียนถูกทำให้ใช้ได้ตรงตามประสิทธิภาพ สิ่งนี้จะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยรวมได้แค่ไหน แต่ในตอนท้ายภาครัฐก็ไม่สามารถทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง

“ถ้าใช้ได้จริงก็ดีสิ แบบไฟตามทางใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนงี้ ที่สาธารณะถ้าได้ใช้พลังงานหมุนเวียนก็คงจะดี แต่ส่วนใหญ่แล้วทางการเขาคิดมาให้ เราไม่ได้คิด ทุกอย่างที่เขาคิดมาตอนแรกดีไปหมด แต่เอาเข้าจริงมันใช้ไม่ได้ ถ้าใช้ได้จริงมันก็จบ”

อ้างอิง

 เสียดายงบ 95 ล้านบาท พัทยาทำโครงกากังหันลมพัทยา-อาคารปลากระเบน สูญงบปล่อยพังไม่เป็นท่าหลังใช้งานไม่นาน

ปลดฟ้าผ่า “อนันต์” พ้นตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ใช้ ม.44 ตั้ง “สนธยา” นั่งแทน

หมดสภาพ! อาคารผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ปลากระเบน-กังหันลมเกาะล้าน เปิดใช้ไม่กี่ปีไร้งบฯ ดูแลรักษา

หนังสือบรรยายสรุปเมืองพัทยา พ.ศ.2559 ฝ่ายวิจัยและประเมินผล ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนา สำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ เมืองพัทยา

written by
photo by
Picture of  Tapakorn Kamjorn

Tapakorn Kamjorn

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR