/

8 โบสถ์คริสต์ในภาคตะวันออก ที่อยากชวนไปสัมผัสในช่วงเวลาคริสต์มาส

นับถอยหลัง 3 วันสู่เทศกาลแห่งความสุขอย่างเทศกาลคริสต์มาส ที่หลายๆ คนอาจจะเฝ้ารอมาทั้งปีเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นๆ ดวงไฟหลากสี กล่องของขวัญ โบว์สีแดง ซานตาคลอสและต้นคริสต์มาสที่ประดับตกแต่งให้ความรู้สึกถึงความรื่นเริง เฉลิมฉลองที่ใกล้มาถึง

 

แต่มากไปกว่านั้น คริสต์มาสเองเป็นวันสำคัญของชาวคริสตชน ผู้นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ผู้เป็นศาสดาของศาสนาคริสต์ และทำให้นี่คือวันสำคัญประจำปีที่ชาวคริสต์ต่างรอคอย และเมื่อพูดถึงศาสนาคริสต์แล้วจะไม่พูดถึง  ‘โบสถ์คริสต์’ ไม่ได้

โดยโบสถ์คริสต์เป็นพื้นที่ที่ชาวคริสเตียนจะถือโอกาสไปมิสซาขอบพระคุณเนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส ในขณะเดียวกันคนที่นับถือศาสนาอื่นๆ ก็ยังสามารถไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมและเข้าไปสัมผัสความศรัทธาของศริสนิกชน รวมไปถึงโบสถ์คริสต์บางแห่ง และชุมชนใกล้เคียงก็ยังมีการประดับประดาและจัดงานเฉลิมฉลองอีกด้วย ดังนั้นบรรยากาศวันคริสต์มาสที่โบสถ์คริสต์จึงน่าประทับใจไม่น้อยกว่าที่ไหนๆ 

ภาคตะวันออกของเราเอง เป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากๆ ไม่ว่าจะชนชาติชอง จีน ลาว ญวน และหนึ่งในนั้นคือวัฒนธรรมของชาวคริสต์ที่มีบทบาทและพื้นที่ในชุมชน อย่างที่โบสถ์คริสต์เมืองจันท์ที่เป็นทั้งแลนด์มาร์ก และพื้นที่ศรัทธาของคริสตชนในตะวันออก นอกจากนี้ยังมีโบสถ์คริสต์กระจายไปหลากหลายจังหวัดในภาคตะวันออก และมีความสำคัญกับคนในพื้นที่ด้วย

เราเลยขอนำเสนอโบสถ์คริสต์ในภาคตะวันออกที่น่าแวะเวียนไปเยี่ยมชมในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ ที่มีทั้งเรื่องราวการก่อตั้งของแต่ละวัดที่ผูกโยงกับพื้นที่และความเชื่อเข้าไว้ด้วยกัน  

ทั้งนี้ยังมีโบสถ์คริสต์นอกเหนือจากที่เราพูดถึงอีกเยอะมากๆ สามารถไปสำรวจได้ในเว็บไซต์นี้นะ วัดในสังฆมณฑลจันทบุรี

 

 

 อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล Cathedral of Immaculate Conception 

พูดถึงโบสถ์คริสต์ในภาคตะวันออก ที่แรกที่หลายๆ คนนึกถึงและอยู่ในลำดับหนึ่งของโบสถ์คริสต์ที่เราอยากแนะนำคงไม่พ้น อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ที่จังหวัดจันทบุรี เพราะวัดแห่งนี้นับเป็นโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในสังฆมณฑลจันทบุรี อันประกอบไปด้วยโบสถ์คริสต์ทั้งหมด 42 แห่งด้วยกัน รวมถึงเป็นโบสถ์ระดับชั้นอาสนวิหารแห่งเดียวในฝั่งตะวันออกของไทย 

โดยอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ตั้งอยู่บนริมถนนสันติสุข ตำบลจันทนิมิตมีแม่น้ำจันทบุรีไหลผ่านบริเวณด้านหน้า ตัวโบสถ์ที่มีประวัติการก่อสร้างมายาวนานถึง 300 ปี สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1711 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี โดยคุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโน และบรรดาคาทอลิกชาวญวน 130 คน จนถึงปี ค.ศ. 1834 ได้มีการย้ายมาสร้างบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรีอันเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน ต่อมาในปี ค.ศ. 1903 เนื่องจากจำนวนคริสต์ศาสนิกชนที่เพิ่มขึ้น จึงได้มีการก่อสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันโดยคุณพ่อเปรีกาล

ตัวโบสถ์สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกโดยจำลองแบบมาจากโบสถ์ Notre dame ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตัวอาคารยาว 60 เมตร กว้าง 20 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยทั้้งสิ้น 1,200 ตารางเมตร จุดเด่นของที่นี่คือ มียอดหอคอยสูงสองฝั่งซึ่งถูกรื้อลงมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่2  เนื่องจากอาจจะเป็นเป้าโจมตีของเครื่องบินทิ้งระเบิด ก่อนจะติดตั้งกลับไปอีกครั้งหลังสงครามสิ้นสุดลง โดยที่ด้านขวาของหอคอยสูงมีนาฬิกาเรือนใหญ่ติดตั้งอยู่ จากหอคอยสามารถมองเห็นคุ้งน้ำจันทบุรีและทัศนียภาพเมืองเก่าได้รอบทิศทาง

ภายในโบสถ์มีภาพนักบุญคนสำคัญหลายคนในศาสนาคริสต์ ที่ใช้ศิลปะไม้ฉลุลายประดับกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส สร้างขึ้น นอกจากนั้นยังมีองค์พระแม่ประดับตกแต่งด้วยพลอยจันทน์กว่า 200,000 เม็ด หรือกว่า 20,000 กะรัต ที่สร้างโดยศรัทธาของบรรดาคริสต์ศาสนิกชนชาวจันทบุรี ทำให้อาสนวิหารนับเป็นวิหารที่อยู่คู่ชุมชนชาวจันทบูรมาช้านาน 

ในวันที่ 22 – 25 ธันวาคม 2567 จะมีการจัดงานวันคริสต์มาส Moon night เทศกาลแห่งความสุข ขึ้นในบริเวณชุมชนริมแม่น้ำจันทบูรจนถึงพื้นที่อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โดยที่อาสนวิหารจะมีพิธีกรรมทางศาสนา และกิจกรรมจับฉลากของขวัญในคืนวันที่ 24 ธันวาคม 2024 ใครสนใจเดินเที่ยวเล่นพร้อมชมวิหารคริสต์ยามค่ำคืนก็สามารถแวะไปกันได้เลย

 

  • ที่อยู่ : 110 ซอย 1 หมู่ 10 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/jCSxBp5Eonqtavx6A 

 

วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว 

สำหรับโบสถ์คริสต์แห่งที่สองที่เราอยากแนะนำ คือ วัดเซนต์ปอล ที่คนแปดริ้วคงไม่มีใครไม่รู้จัก ความพิเศษของวัดเซนต์ปอล แปดริ้ว ที่นอกจากเป็นวัดที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำบางประกงแล้ว ยังมีซุ้มประตูสถาปัตยกรรมแบบโรมันผลมโกธิคกับกุฏิไม้สักทองเก่าแก่กว่าร้อยปี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าแวะไปเยี่ยมชมอีกด้วย

โดยวัดเซนต์ปอล ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำบางปะกง ที่หมู่ที่ 9 ตำบลบางตีนเป็ด อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก สังกัดสังฆณฑลจันทบุรี สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1858 โดยบาทหลวงอันตน ชมิตต์ เพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวคาทอลิกเชื้อสายจีน ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 

ภายในวัดมีจุดน่าสนใจอยู่สองจุดด้วยกัน คือ หนึ่งซุ้มประตูโบสถ์หลังเก่าอย่างที่กล่าวไปซึ่งเป็นศิลปะแบบโกธิคผสมโรมัน และสองคือ บริเวณด้านหน้าโบสถ์ซึ่งมีอักษรจีนเขียนไว้ว่า เทียงจู้เซี้ยตึ่ง ที่แปลว่าบ้านศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า เป็นการแสดงถึงการรวมกันระหว่างความเชื่อฝั่งตะวันตก และตะวันออกที่แสดงออกถึงความหลากหลายของชุมชนบางตีนเป็ดได้เป็นอย่างดี 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1971 ได้มีการสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันขึ้นโดยมีตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย หลังคาทรงจั่ว หันหน้าไปทางทิศเหนือ และหน้าโบสถ์มีการประดิษฐานอนุสาวรีย์นักบุญเปาโล ปัจจุบัน ชาวคริสเตียนชุมชนวัดเซนต์ปอล ชุมชนบางตีนเป็ดและชุมชนใกล้เคียงได้ใช้โบสถ์หลังนี้ เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาเรื่อยมา

โดยในปีนี้วัดเซนต์ปอล แปดริ้วมีการจัดพิธีบูชาขอบพระคุณ งานสมโภชพระคริสตสมภพประจำปี 2024 และงานสวัสดีปีใหม่ 2025 ขึ้น 4 วันด้วยกัน ได้แก่ 

วันที่ 24 ธันวาคม 2024 : การแสดงละครคริสต์มาส พิธีบูชาขอบพระคุณสมโภชพระคริสตสมภพ และจับรางวัลคริสต์มาสประจำปี 2024 

วันที่ 25 ธันวาคม 2024 : พิธีบูชาขอบพระคุณสมโภชพระคริสตสมภพ

วันที่ 31  ธันวาคม 2024 : พิธีบูชาขอบพระคุณส่งท้ายปี

วันที่ 1 มกราคม 2025 : พิธีบูชาขอบพระคุณ ขอพรวันปีใหม่

 

 

วัดอารักขเทวดา โคกวัด ปราจีนบุรี

โบสถ์คริสต์แห่งที่ 3 ที่เราอยากแนะนำเป็นวัดเล็กๆ ในอำเภอศรีมหาโพธิ์ แต่แม้จะอยู่ในอำเภอไม่ใหญ่แต่ วัดอารักขเทวดา โคกวัด ก็เป็นโบสถ์คริสต์ที่ก่อตั้งมายาวนานถึง 64 ปี และเป็นวัดเดียวในสังฆมณฑลจันทบุรี แขวงปราจีนบุรี ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 6 โบสถ์คริสต์ที่ทางสังฆมณฑลจันทบุรีประกาศจาริกแสวงบุญในปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 

มากไปกว่านั้นคือ ที่วัดแห่งนี้มีสถูปหินโบราณ(ภาชนะบรรจุศพ) สมัยทวารวดีอายุกว่าพันปีที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในเขตอุษาคเนย์ฝังอยู่ 

โดยวัดอารักขเทวดา โคกวัด เป็นวัดในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวคริสต์ในชุมชนโคกวัดและชุมชนใกล้เคียง 

ประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้เริ่มจาก คุณพ่อรองแดล ได้มาพบปะกลุ่มชาวบ้านที่ย้ายมาทำกินที่หมู่บ้านโคกวัด ซึ่งมีความศรัทธาในเรื่องของพระคริสต์

คุณพ่อก็ได้ชักชวนชาวบ้านสร้างวัดและบ้านพักบาทหลวงขึ้น เพื่อถวายบูชามิสซาและเป็นที่พักของบาทหลวงที่ต้องเดินทางมาจากปราจีนบุรี 

และวัดแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นโบสถ์คริสต์ประจำหมู่บ้านโคกวัดแห่งแรก

ต่อมาวัดหลังแรกนี้ได้ถูกเผาในสมัยสงครามอินโดจีน จากนั้นเมื่อคุณพ่อบุญชู ระงับพิษ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวัดแห่งนี้ คุณพ่อได้ร่วมมือกับคนหนุ่มในหมู่บ้านไปตัดไม้ในป่า มาสร้างวัดหลังใหม่แทนวัดหลังที่ถูกเผาไป 

เวลาผ่านไปวัดหลังที่สองก็ทรุดโทรมลงตามลำดับ คุณพ่อซาอูล อรุณ ธรรมธาดา ซึ่งเป็นเจ้าวัดในขณะนั้นจึงได้จัดการรวบรวมเงินของวัด ผู้มีจิตศรัทธาและของทางสังฆมณฑล เพื่อสร้างวัดหลังที่สามซึ่งก็เป็นวัดหลังปัจจุบัน โดยอาศัยช่างใจ ชมสนิท เป็นช่างใหญ่และมีชาวบ้านโคกวัด ร่วมใจกันสร้างขึ้นแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1960 ก่อนจะได้รับการเสกจาก ฯพณฯ ฟรังซิสโก สงวน สุวรรณศรี ในปี ค.ศ. 1961 โดยมีการเสกพระแท่นซึ่งมีพระธาตุของนักบุญปรอสเปรี่กับดรารี่ ไว้

ในปี 2024 นี้วัดอารักขเทวดาได้เริ่มงานการรับพระกุมารอวยพรตามบ้าน และส่งความสุขให้กับทุกคนตั้งแต่วันที่ 11 – 18 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีการทำต้นคริสต์มาสและประดับตกแต่งไฟ ณ วัดอารักขเทวดา โคกวัด โดยนักเรียนโรงเรียนเทวรักษ์และชุมชนในงานเทวรักษ์หรรษา ปี ค.ศ. 2024 ด้วย

 

 

วัดพระแม่เมืองลูร์ด บางแสน

สำหรับโบสถ์ต่อมา ที่หากใครได้ไปเยือนถิ่นบางแสน ก็ต้องเคยเห็นกันไม่มากก็น้อย เพราะอยู่ในเส้นทางสายหลักสู่หาดบางแสน และอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งอดีตโบสถ์แห่งนี้ยังเคยเป็นที่พักของนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้นับถือศาสนาริสต์อีกด้วย 

เรากำลังพูดถึง วัดพระแม่เมืองลูร์ด บางแสน

วัดพระแม่เมืองลูร์ด บางแสนตั้งอยู่ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ชุมชนคริสต์ชนแห่งนี้มีอายุราว 53 ปี โดยได้เริ่มก่อขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 

ณ เวลานั้นชายหาดบางแสนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว แล้วก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากหลายพื้นที่เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อน เช่นเดียวกับในขณะนั้นก็เริ่มมีคริสตชนจากกรุงเทพฯ นครปฐม จันทบุรี  ศรีราชาหรือแม้กระทั่งในชลบุรีเองย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำงานที่บางแสนมากขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่ออรุณ ธรรมธาดา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสที่วัดพระนามพระเยซู จังหวัดชลบุรี ได้ติดตามและเริ่มต้นมาทำพิธีมิสซาให้กลับคริสตชนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ที่บ้านของคริสตชนหลายๆ คน

 จนเมื่อ ค.ศ. 1968 หรือ1 ปีต่อมา คุณพ่อประพล ธรรมพิชัยได้ประสบอุบัติเหตุ คุณพ่อจึงได้มาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายที่บางแสนแได้เช่าบังกะโลที่ชื่อว่า โคโค่นัท บาร์ เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ให้กับคริสตชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อนในพื้นที่บางแสน 

ต่อมามีซิสเตอร์จากคณะพระกุมารเยซูจากจังหวัดชลบุรีได้เข้ามาสอนคำสอนให้กับเด็กๆ ในพื้นที่และในปีเดียวกันนั้นเองคุณพ่อวาณิช คุโรวาท เจ้าอาวาสที่วัดพระนามเยซู จังหวัดชลบุรี ก็ได้มาซื้อที่ดินบริเวณที่ตั้งวัดในปัจจุบันจำนวน 8.5 ไร่ และได้สร้างวัดหลังแรกขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1972 โดยชั้นล่างสามารถใช้งานได้ราว 50 คน ส่วนชั้นที่สองนั้นให้ใช้เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาคาทอลิก ที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพาสมัยนั้น โดยวัดหลังปัจจุบันเป็นวัดหลังที่สองซึ่งทำพิธีเสกและเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่  15 กุมภาพันธ์ 2003 โดยพระสังฆราชลอเบนซ์ เกรียงชัย สมานจิต 

ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาวัดพระแม่เมืองลูร์ดก็ได้กลายเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาและที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้กับนิสิต นักศึกษาคาทอลิกในมหาวิทยาลัยบูรพารวมถึงคนบางแสนมารุ่นแล้วรุ่นเล่า สำหรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงวัดพระแม่เมืองลูร์ด มีกำหนดการพิธีมิสซาช่วงเทศกาลคริสต์มาส 2024 และปีใหม่ 2025 ดังนี้ 

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2024 : มิสชาภาษาอังกฤษ เวลา 18.30 น.

มิสซาภาษาไทย เวลา 20.30 น.(มีฟังแก้บาปก่อนมิสชา)

วันพุธที่ 25 ธันวาคม 2024 : มิสชาภาษาไทย เวลา 10.00 น.

และวันพุธที่ 1 มกราคม 2025 :มิสชาภาษาไทย เวลา 10.00 น.

 

 

วัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ อรัญประเทศ สระแก้ว

มากันเกินครึ่งทางแล้วกับวัดที่ห้าที่เราอยากแนะนำ นั่นก็คือ วัดพระราชินีแห่งสันติภาพ อรัญประเทศ เพราะนี่ก็คือ โบสถ์คริสต์หนึ่งเดียวในบรรดาโบสถ์คริสต์ 6 วัดที่จังหวัดสระแก้ว ที่จะได้ต้อนรับการมาเยือนของบิชอปองค์ใหม่แห่งสังฆมณฑลจันทบุรี ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาฟรานซิส

วัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพ เป็นวัดคาทอลิกที่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 80 ปี จุดเริ่มต้นของวัดนี้ ต้องย้อนกลับไปช่วงสงครามอินโดจีนและมหาสงครามเอเชียบูรพา ซึ่งได้มีคริสตชนเชื้อสายเวียดนามกลุ่มหนึ่งลี้ภัยทางการเมืองและการเบียดเบียนทางศาสนาจากประเทศกัมพูชาเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่พื้นที่นี้ ต่อมาก็มีคริสตชนจากจังหวัดต่างๆ ใกล้เคียง ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่อรัญประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ คริสตชนและผู้มีจิตศรัทธาต่อพระคริสต์จึงได้ร่วมกันก่อตั้งวัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยการก่อตั้งโรงเรียนดาราสมุทร อรัญประเทศ ภายใต้การดูแลของสังฆมณฑลจันทบุรี

โดยชื่อของวัดแห่งนี้ได้ตั้งตามนามเรียกขานของพระนางมารีใน ในช่วงปี ค.ศ. 1914 -1918 ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยพระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 15 ได้ออกมาต่อต้านประเทศต่างๆ ที่ทำสงครามโดยได้เพิ่มคำว่า ‘ราชินีแห่งสันติภาพ’ เข้าไปในบทสอดวิงวอนของพระนางมารี เพื่ออาศัยคำวิงวอนของพระนางมารีช่วยยุติสงครามและก่อสันติภาพขึ้นในโลก

ตัววัดแม่พระราชินีแห่งสันติภาพเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยสีขาว – ทอง ยกหลังคาสูงส่งเสริมให้ตัวอาคารสง่างาม ตั้งโดดเด่นอยู่กลางสนามหญ้ากว้าง ปัจจุบันที่ขอบรั้วสีขาวได้เริ่มประดับประดาด้วยดวงดาวสีเขียว แดง เงิน กวางเรนเดียร์ และต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่เพื่อตอนรับวันแห่งความสุข ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 24 – 25 ธันวาคมนี้

 

วัดคาทอลิกนักบุญเปาโลกลับใจ ปากน้ำ ระยอง 

มาต่อกันที่วัดที่หกที่เราเลือกมานำเสนอซึ่งคือ วัดคาทอลิกนักบุญเปาโลกลับใจ วัดคาทอลิกนักบุญเปาโลกลับใจเป็นวัดคาทอลิกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในถนนหน้าหาดแสงจันทร์จังหวัดระยอง วัดนี้ไม่ได้โดดเด่นที่สถาปัตยกรมภายนอกแต่โดดเด่นที่สถานที่ตั้งที่ติดทะเลและการเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวประมงคริสเตียนในชุมชนปากน้ำระยองมาอย่างยาวนานซึ่งแสดงผ่านแต่ละเทศกาลที่จะมีชุมชนคริสตชนในพื้นที่ปากน้ำมาร่วมกิจกรรมของวัดอย่างเนืองแน่น 

นอกจากนั้นการตกแต่งภายในของวัดที่ประกอบไปด้วยผนังไม้สีทอง ไม้กางเขนและรูปปั้นที่ให้ความรู้สึกอิ่มเอิบไปด้วยความสงบสุขเรียบง่ายแต่ยังคงความสง่างามในที 

วัดนักบุญเปาโลกลับใจ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ริเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1899 หรือ 122 ปีมาแล้ว โดยได้มีครอบครัวคริสตชนกลุ่มแรกได้แก่ ครอบครัวเจริญทรัพย์ ครอบครัววงเวียน และครอบครัวบุญไทยซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพประมงและขับเรือเมลโดยสารจากจังหวัดจันทบุรีมาถึงจังหวัดระยองซึ่งถือว่าเป็นพาหนะที่สะดวกในสมัยนั้น โดยที่มีคุณพ่อเวติกัน คุณพ่อเจ้าอาวาสวัดจันทบุรีและบาทหลวงองค์อื่นๆ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาถวายบูชามิสซาขอบพระคุณและโปรดศีลให้พวกเขาโดยใช้บ้านของคุณพิศาล โลหะพจน์ เป็นสถานที่สวดภาวนาและถวายมิสซา 

36 ปี ต่อมาในราวปี ค.ศ. 1925 จึงได้เริ่มมีโครงการสร้างวัดหลังแรก ซึ่งก็คือวัดหลังปัจจุบันนี้บนที่ดินของคุณพิศาล ประจวบกับราวปลายปี ค.ศ. 1927 นายด้าย เจริญทรัพย์ ได้สั่งซื้อรูปปั้นของนักบุญเปาโล รูปปั้นของแม่พระ รูปปั้นของนักบุญยอเเซฟ และระฆังใบเล็กหนึ่งใบจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ วัดนักบุญเปาโล ปากน้ำจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างครบบริบูรณ์

 โดยวัดแห่งนี้มีพิธีเปิดและเสกในวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1928 ปัจจุบันมีอายุราว 96 ปี สำหรับวันที่ 24 – 25 ธันวาคมนี้ ถ้าประชาชนทั่วไปในระยองอยากเข้ามาสัมผัสความศรัทธาอันแรงกล้าของชุมชนคริสตชนปากน้ำวัดนักบุญเปาโลกลับใจก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

 

วัดนักบุญนิโคลัส พัทยา 

สำหรับวัดนักบุญนิโคลัส พัทยา นี้มีจุดเด่นคือวัดนี้นอกจากจะ เป็นวัดคาทอลิกแห่งแรกในพัทยาแล้วยังเป็นวัดคาทอลิกแห่งเดียวในสังฆมณฑลจันทบุรีที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมทรงไทยอีกด้วย 

โดยวัดนักบุญนิโคลัส พัทยาริเริ่มเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1956 หรือ เมื่อ 68 ปี จากการที่มีคริสตชนต่างชาติที่ได้เข้ามาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองพัทยาราว 30 คน ได้เชิญคุณพ่อโรเจอร์ ก็อดเบาวซ์ บาทหลวงฐานะพระมหาไทย จากบ้านเณรพระมารดานิจจานุเคราะห์ที่ศรีราชามาถวายมิสซาให้แก่พวกเขา

โดยพวกเขาได้ใช้บ้านบังกะโลของดร. เลิศ ศรีจันทร์ เป็นสถานที่ถวายบูชามิสซา หลังจากนั้น 5 ปี ดร. วอเตอร์  เมเยอร์ ได้ขออนุญาตพระสังฆราชสงวน สุวรรณศรี สร้างวัดน้อยบนที่ดินของตัวเองบนชายหาดโกลเดนบีช โดยใช้ชื่อว่า วัดนักบุญนิโคลัส เดอ ฟือ 

6 ปีหลังจากนั้น คริสตชนต่างชาติได้รวมเงินกันซื้อที่ดิน (ณ สถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน) เพื่อสร้างวัดและสุสานสำหรับพวกเขาอย่างเป็นทางการ โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1967 

ปัจจุบันวัดนักบุญนิโคลัส พัทยา ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่ประกอบด้วยหลังคาทรงไทย ที่มีทั้งปั้นลม เหงาปั้นลม และหน้าจั่วลายกนกแบบไทยที่มีไม้กางเขนตรงกางไว้ได้อย่างดี เป็นอีกโบสถ์คริสต์ที่มีการผสมผสานระหว่างเชื่อทางศาสนาคริสต์และสถาปัตยกรรมไทยไว้อย่างน่าประทับใจชวนให้ไปเยี่ยมชมสักครั้ง

โดยสำหรับปีนี้วัดนักบุญนิโคลัส พัทยา มีกำหนดการพิธีมิสซาฉลองพระคริสตสมภพ 2024

ในวันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2024 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. (พิธีมิสชาภาษาอังกฤษ)

ไปจนถึงเวลา 21.30 น. (พิธีมีสซาภาษาไทย) 

และจะเริ่มจับสลากตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 23.00 น.

ส่วนในวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นงานฉลองพระคริสตสมภพ

จะเริ่มพิธีมิสชาภาษาอังกฤษตั้งแต่เวลา 08.30 น.

ตามมาด้วยพิธีมิสชาภาษาไทยเวลา 10.00 น. 

และสุดท้ายพิธีมิสชาภาษาอิตาเลียนเวลา 16.00 น. ตามลำดับ 

และในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2024 จะมีพิธีมีสชาภาษาเยอรมัน

เวลา 11.00 น. นับเป็นสิ้นสุดพิธีมิสซาฉลองพระคริสตสมภพ 2024

 

  • ที่อยู่ : 10/98 ม.9 ถ.สุขุมวิท กม.145 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TkVS3mDQVCwERjox5

 

วัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า ศรีราชา ชลบุรี

และในที่สุดก็ดำเนินมาถึงวัดสุดท้ายที่เราอยากมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและชวนมาเยี่ยมชมในวันคริสต์มาสนี้ เพราะถ้าพูดถึงโบสถ์คริสต์ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกก็คงหนีไม่พ้นวัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า ศรีราชา ด้วยสถาปัตยกรรมทรงสามเหลี่ยมสูงสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนถนนสุขุมวิท ด้านข้างโรงเรียนดาราสุมทรศรีราชา ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นจะมองไม่เห็น และนอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกที่ดึงดูดสายตาแล้ว การตกแต่งภายในของวัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูก็งดงามไม่ต่างกัน โดยเฉพาะ เพดานสามเหลี่ยม หน้าต่างทรงสามเหลี่ยมที่รับกับเพดานและเส้นไฟสีเหลืองนวลที่นำสายตาไปสู่โต๊ะหินอ่อนกลางปะรำพิธีที่ด้านหลังมีไม้กางเขนและองค์พระคริสต์สถิตอยู่ 

ปัจจุบันวัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า ศรีราชา โดยมีพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้าเป็นองค์อุปถัมภ์ มีอายุราว 97 ปี นับตั้งแต่มีครอบครัสคริสตชนครอบครัวแรกย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งรกรากในบริเวณนี้ในปี ค.ศ. 1926 ประกอบกับในเวลาใกล้เคียงกันบ้านเณรพระหฤทัย ได้ย้ายจากบางนกแขวก จ.สมุทรสงคราม มาอยู่ที่ศรีราชา คุณพ่อยาโกเบ จึงได้สร้างเรือนไม้สองชั้นโดยใช้ชั้นเเรกเป็นวัดน้อย สำหรับบรรดาสัตบุรุษรุ่นบุกเบิกได้มาร่วมมิสซาที่นี่เป็นครั้งแรก และมีคุณพ่อมอริสการ์ ตอง เป็นคุณพ่ออธิการ

ต่อมาในราวปี ค.ศ. 1940-1943 ระหว่างสงครามอินโดจีน ครอบครัวคริสตชนถูกเบียดเบียนอย่างหนักจนต้องย้าย ครอบครัวไปอยู่ที่อื่นบ้านเณรจึงปิดตัวลง จนกระทั่งคุณพ่อฟังซิสเซเวีย สงวน สุวรรณศรี ได้รับเเต่งตั้งเป็นอธิการในยามที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มสงบ บ้านเณรจึงได้เปิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

จากนั้นในราวปี ค.ศ. 1945 – 1953 คุณพ่อฟังซิสเซเวีย สงวน สุวรรณศรี ได้รับแต่งตั้งจากพระสังฆราชให้เป็นเจ้าอาวาสดูแลกลุ่มคริสตชนท่านจึงได้เริ่มสร้างอาคารเรือนไม้สองชั้น โดยใช้ชั้นล่างเป็นโรงเรียนดาราสมุทร ชั้นบนเป็นวัด ตั้งชื่อว่า ‘วัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า ศรีราชา’ อันเป็นนามที่ถูกเรียกมาจนถึงปัจจุบันขึ้นในปี ค.ศ. 1947 


อ้างอิง

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ประวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งความเชื่อ วัดพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า ศรีราชา

วัดอารักขเทวดาโคกวัด

วัดในสังฆมณฑลจันทบุรี

โบสถ์ใหม่วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว

วัดเซนต์ปอล

วัดเซนต์ปอล แปดริ้ว

Saints in Chan พระหฤทัยพระเยซูเจ้า

Saints in Chan นิโคลัส พัทยา

Saints in Chan นักบุญเปาโลกลับใจ ปากน้ำ ระยอง

Saints in Chan ราชินีสันติภาพ

Saints in Chan แม่พระเมืองลูร์ด บางแสน

สถูปหินโบราณพันปี วัดอารักขเทวดา โคกวัด ปราจีนบุรี

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR