/

มะม่วงแปดริ้ว : จากอกร่อง น้ำดอกไม้ ถึงมะม่วงชื่อไม่คุ้นอีกมากมายของฉะเชิงเทรา

ดินแดนตะวันออก มีชื่อเสียงด้านอาหารการกินเลื่องชื่อนอกจากอาหารทะเล อาหารป่าแล้วอีกสิ่งที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังคือผลไม้ จนแทบได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองสวรรค์ของผลไม้ไทยอย่าง ทุเรียน, เงาะ, มังคุด, มะยงชิด, ลองกอง, หรือมะพร้าว ผลไม้อีกชนิดที่ได้รับการชื่นชมว่ารสชาติเป็นเลิศในดินแดนนี้คือมะม่วง โดยเฉพาะมะม่วงแปดริ้ว

 

แปดริ้วหรือฉะเชิงเทราเป็นดินแดนที่มีทั้งพื้นที่น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มเข้าถึง ผ่านแม่น้ำบางปะกง สะท้อนให้เห็นว่าเป็นที่ราบลุ่มต่ำขนาดกว้างใหญ่ทำให้มีคุณภาพของดินตะกอนที่เหมาะสมในการสร้างสรรค์รสชาติของมะม่วงจนทำให้กลายเป็นแหล่งผลิตและต้นกำเนิดมะม่วงรสเลิศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่เป็นสินค้าส่งออกและกระจายตัวไปทั่วทุกตลาดก็พัฒนาสายพันธุ์จากแปดริ้วฉะเชิงเทรานี้เอง

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงเรียกมะม่วงทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับสีม่วง ถึงแม้ว่าในไม่กี่ปีให้หลังจะมีการเพาะปลูกมะม่วงที่มีเปลือกสีม่วงก็ตามแต่เป็นรุ่นใหม่สายพันธุ์ที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่แล้วทำไมถึงเรียกลูกไม้นี้ว่า “ม่วง” ได้ จากข้อมูลสืบค้นคำไทยโบราณนั้นพบว่าคำว่าม่วงนั้นพ้องกับลักษณะของการอธิบายรูปทรงอย่างหนึ่ง มีเรือชนิดหนึ่งที่เป็นเรือขุดหัวกลมท้ายงอน เชิดขึ้นเรียกว่าเรือม่วง ข้อนี้จึงสันนิษฐานได้ว่ามะม่วงมาจากการอธิบายรูปทรงของมะม่วงนั่นเอง

ผู้เขียนในฐานะที่เป็นคนฉะเชิงเทรา รู้จักคุ้นเคยกับมะม่วงมาตั้งแต่เด็กแทบทุกบ้านในเมืองจะมีต้นมะม่วงปลูกอยู่ทั้งน้ำดอกไม้ เขียวเสวย และมีสายพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นที่นิยมจำหน่ายในท้องตลาดอย่างเจ้าคุณทิพย์, หัวช้าง, แก้วพวง, และสามฤดู ที่มีให้กินอยู่ตลอดทั้งปีตามชื่อ ทำให้เกิดความสนใจว่ามะม่วงที่กระจายตัวอยู่ในฉะเชิงเทรานั้นมีอะไรบ้างเท่าที่ยังหาได้ และอยากพาผู้อ่านมารู้จักสายพันธุ์อันหลากหลายในดินแดนมะม่วงแห่งนี้

จากการสืบค้นและไถ่ถามเจ้าของสวนตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่ปลูกมะม่วงเก่าแก่ บางต้นมีขนาดหลายคนโอบ สูงตระหง่านท่วมหลังคาบ้านอายุหลาย 10 ปี เมื่อมันเทียบเคียงลักษณะในเอกสารบันทึกตลอดจน บทพรรณนาว่าด้วยพันธุ์พฤกษาของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เดิมเป็นคนฉะเชิงเทรา และเป็นครูภาษาไทยคนสำคัญที่แต่งตำราเรียนมากมาย  พระยาศรีสุนทรโวหารได้มีการบันทึกชื่อมะม่วงโบราณเอาไว้ซึ่งในปัจจุบันมีมากขึ้นอีก ทั้งจากการกลายพันธุ์ การนำมาผสมพัฒนาสายพันธุ์ตลอดจนเอามะม่วงต่างประเทศเข้ามา ทำให้ความหลากหลายของมะม่วงในจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ในแถบถิ่นตะวันออกนี้เพิ่มขึ้น

เท่าที่สามารถจำแนกได้ ชื่อของมะม่วงนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นการตั้งชื่อจากลักษณะรูปร่าง ตั้งชื่อจากผู้ปลูก ผู้ที่ค้นพบ หรือตั้งชื่อจากสถานที่ที่ปลูกเป็นแห่งแรก นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อให้ไพเราะสอดคล้องหรือเกี่ยวข้องกับที่มาเช่นกัน หลายครั้งหลายคราวบางชนิดยังถูกเรียกไม่เหมือนกันเนื่องจากยังไม่มีการศึกษาวิจัยและเก็บรวบรวมสายพันธุ์ของมะม่วงอย่างเป็นรูปแบบแพร่หลายนัก ทำให้ชื่อสายพันธุ์บางชนิดยังคลุมเครืออยู่ ซึ่งหากมีผู้สนใจคงจะสามารถรวบรวมข้อมูลและพัฒนาออกมาเป็นตำราเอกสารให้สืบค้นได้ในอนาคต

นอกจากชนิดและสายพันธุ์แล้วลักษณะการใช้ประโยชน์ของมะม่วงยังปรากฏอยู่ในอาหารหลายแบบ แน่นอนว่าลูกมะม่วงเป็นที่นิยมกินกันอยู่แล้ว แต่ยอดมะม่วงโดยเฉพาะที่เป็นยอดอ่อนนั้นเป็นหนึ่งในผักจิ้มน้ำพริกที่ให้รสชาติฝาด ถือเป็นผักที่หาง่ายใกล้ตัวใกล้บ้าน  ลูกมะม่วงที่นำมากินนั้นมีตั้งแต่ลูกอ่อนเมล็ดยังไม่แข็งเรื่อยไปจนถึงลูกดิบที่ให้รสชาติหลากหลาย ทั้งจืด มัน เปรี้ยว และหลายสายพันธุ์จะนิยมกินในระยะแก่ ห่าม สุกให้รสชาติต่างกันออกไป บางชนิดเมื่อสุกแล้วจะมีรสชาติพิเศษเฉพาะตัว แต่พอดิบจะเปรี้ยวจัดหรือจืดมาก ก็มีแต่บางชนิดกินดิบเท่านั้นถึงจะอร่อยเพราะเมื่อสุกแล้ว เนื้อจะเละ มีกลิ่นเหม็นโอ่ และไม่หวาน มะม่วงบางชนิดกินเปล่าๆ ก็หวานชื่นใจ บางชนิดเหมาะกินกับข้าวเหนียวมูน จนเกิดเป็นเมนูข้าวเหนียวมะม่วง ของหวานไทยที่โด่งดังระดับโลก

ในบรรดามะม่วงที่มีชื่อเสียงไปทั่วในปัจจุบันที่เป็นที่รู้จักต้องยกให้ ‘น้ำดอกไม้’ จากความนิยมในการปลูก ความนิยม และรสชาติ น้ำดอกไม้ถูกจำแนกออกเป็น 3 สายพันธุ์หลัก โดยพันธุ์แรกคือน้ำดอกไม้สีทอง ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มากว่า 30 ปี เปลือกตอนดิบเป็นสีเขียวนวลจาง เมื่อสุกจะค่อยๆ เหลืองทองอร่าม ยิ่งบ้านไหนสวนไหนห่อกระดาษหรือห่อใบตองเอาไว้ จะช่วยทำให้ผิวยิ่งสุกนวลสว่างไร้ตำหนิ สวยสมชื่อน้ำดอกไม้และขายได้ราคาดีขึ้น

รสชาติของน้ำดอกไม้สีทองจะมีความหวานปลาย เปรี้ยวจางๆ แต่เมื่อสุกงอมเต็มที่จะมีความหวานสนิท ฉ่ำน้ำพอประมาณ เนื้อแน่นไร้เสี้ยน ต่างจากน้ำดอกไม้ดั้งเดิม ที่มีรูปทรงเรียวยาว ก้นแหลม และมีสีเขียวแม้ว่าจะสุกจัดเต็มที่ เราเรียกสายพันธุ์นี้ว่าน้ำดอกไม้เขียวเปลือกหนา สามารถลอกได้ รสชาติหวานสนิท และมีสีเหลืองเข้ม แต่ในบรรดาสายพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้ที่คนชื่นชมกันนักคือ น้ำดอกไม้เบอร์ 4 เป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติหวานจัดจ้าน มีความหอมราวกับน้ำลอยดอกไม้สมชื่อ เนื้อสีเหลืองเข้ม เมื่อสุกเปลือกจะยังติดสีเขียวจางๆ ไม่เหลืองทั้งลูก มีลักษณะกลมป้านกว่าน้ำดอกไม้สีเขียว สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

มีคำสำนวนอยู่ว่าเศรษฐีใหม่กินน้ำดอกไม้ แต่ผู้ดีเก่าจะกินอกร่อง ซึ่งหมายถึงมะม่วงสุกอีกสายพันธุ์หนึ่งที่รสชาติเป็นเลิศไม่แพ้กัน และผู้ใหญ่ที่อายุมากหน่อยจะชอบความซับซ้อนของรสชาติหวานอมเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ และหอมเป็นพิเศษ แม้จะลูกเล็กเปลือกบางเฉียบและเนื้อติดเมล็ดจะมีเสี้ยนอยู่บ้าง แต่อกร่องถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในมะม่วงรสเลิศที่สุด 

ในย่านฉะเชิงเทรามีต้นมะม่วงอกร่องเก่าแก่อยู่หลายที่ทีเดียว บางต้นอายุเกือบร้อยปี ส่วนใหญ่เป็นอกร่องโบราณเรียกว่าอกร่องเขียวลูกเล็ก ลักษณะเด่นคือมีร่องอยู่ตรงกลางจนเป็นที่มาของชื่อ เมล็ดใหญ่มีเสี้ยนอยู่รอบเมล็ดแต่รสชาติจัดจ้านหวานชนิดที่เมื่อปาดเนื้อออกจะมีน้ำมะม่วงหยดลงมาที่ปลายมีด ต่อมาเช่นเดียวกันมีทั้งการกลายพันธุ์และการพัฒนาสายพันธุ์เกิดเป็นอกร่องชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอกร่องกะทิที่เนื้อสีออกขาวนวล รสชาติหวานมัน อกร่องสีทองที่มีผิวสีสุกอร่าม รูปกลมแป้นกว่า และเมื่อนำไปผสมกับสายพันธุ์อื่นก็จะได้ผลผลิตที่แตกต่างออกไป โดยมีทั้งอกร่องพิกุลทอง อกร่องดำเนิน และอกร่องบ้านแพ้ว โดยรสชาติจะต่างออกไปตามคุณภาพดินและน้ำในแต่ละแห่ง

มะม่วงสุกอีกชนิดหนึ่งที่คนโบราณคนเก่าคนแก่ยกย่องชื่นชมคือ ทองดำ มะม่วงเปลือกหนา ลูกใหญ่ราวครึ่งกิโล เปลือกสีเขียวเข้ม มีจุดกระจายตัวอยู่ทั่วผล เนื้อแน่นหวานฉ่ำกลมกล่อม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ในอดีตถูกจำแนกออกเป็น 2 ชนิด คือมะม่วงทองดำมีเนื้อสีเหลืองขมิ้น กับมะม่วงทองแดงที่มีสีออกส้มสดใส รสชาติคล้ายกัน นิยมกินสุก และเป็นมะม่วงที่มีสามารถกินกับข้าวเหนียวมูลได้รสชาติประณีตไม่แพ้น้ำดอกไม้และอกร่อง

นอกจากนี้ยังมีมะม่วงกินสุกในย่านแปดริ้วที่กระจายตัวไปแถบชลบุรีและปราจีนบุรีอีกหลายชนิด แต่ที่ปลูกกันโดยทั่วตามบ้านคือมะม่วงสามฤดู, หงสา, พิมเสน, และมะม่วงแก้ว มะม่วงสามฤดูจะออกลูกตลอดทั้งปีดังชื่อ โดยมะม่วงที่ออกลูกทั้งปีมีชื่อเรียกว่ามะม่วงทวาย มีลักษณะลูกกลมเล็ก ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก โหนกกลมสูง เมื่อดิบจะเนื้อกรอบ มักนิยมเอามาทำยำหรือผสมกับน้ำพริกกะปิ เมื่อสุกเนื้อยังแข็ง เป็นสีเหลืองเข้ม มีเสี้ยนเล็กน้อย รสชาติหวานหอมอมเปรี้ยว มีกลิ่นยางเป็นเอกลักษณ์

สำหรับมะม่วงหงสา มีลักษณะลูกทรงแป้นปลายเรียวก้นแหลม ผลใหญ่เท่าฝ่ามือ เมื่อสุกจะมีผิวสีเหลืองนวล รสชาติไม่หวานจัด ส่วนมะม่วงพิมเสนนั้น มีทั้งพิมเสนมันและพิมเสนเปรี้ยว กินดิบก็ได้รสเปรี้ยวจืดเนื้อหนาเนียน ไม่มีเสี้ยน แต่เมื่อสุก ส่วนเนื้อเย็นที่ละเอียดตรงกลางติดกับเมล็ด จะมีลักษณะเป็นวุ้น รสชาติไม่จัดจ้านนัก ยังพอจะหากินได้ตามตลาดท้องถิ่น แต่ไม่เป็นสายพันธุ์เศรษฐกิจส่วนมะม่วงแก้วนี่ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ โดยมีทั้งมะม่วงแก้วดำ, แก้วขาว, แก้วพวง, รวมไปถึงกลุ่มมะม่วงพวกสำปั้นติ๊ก มักจะถูกนำไปกินตอนดิบเพราะมีเนื้อเยอะ กรอบแข็ง เอาไปทำเป็นมะม่วงดองหรือมะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงอีกสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือมะม่วงแก้วขมิ้น ที่ให้เนื้อสีเหลืองตั้งแต่ยังดิบ รสชาติเปรี้ยวหลากหลาย มีเนื้อมาก เมื่อกินสุกจะมีรสชาติหวานกำลังดี และออกลูกตลอดทั้งปีจึงทำให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีมะม่วงกินสุกที่รสชาติน่าสนใจอยู่อีกมาก เช่นมะม่วงแฟบหรือมะม่วงตับเป็ด ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะแบนเหมือนหินแม่น้ำ เนื้อแข็ง รสชาติหวานปนจืด เป็นมะม่วงโบราณที่หาได้ยากในท้องตลาด อีกหนึ่งรสชาติที่น่าสนใจคือมะม่วงหัวช้าง ที่ลูกใหญ่สมชื่อ โดย 1 ลูกอาจจะหนักเกิน 1 หรือ 2 กิโลกรัม บ้างก็มีต้นสูงใหญ่อลังการ ออกผลเต็มต้น เนื้อเยอะ แต่เมื่อสุกรสชาติไม่ได้หวานจัดจึงมักนำเนื้อมาผสมกับสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อทำมะม่วงกวน 

ส่วนกลุ่มมะม่วงหน้าตาที่เรียวยาวมาหน่อยที่ยังพอหากินได้อย่างมะม่วงแก้วลืมรังและมะม่วงลิ้นงูเห่า ก็ให้รสชาติวิเศษหวานหอม เนื้อเนียนใสละเอียดไร้เสี้ยน รวมทั้งเมื่อถูกนำมาผสมพันธุ์กับมะม่วงต่างประเทศอย่างพันธุ์ซันเซ็ท (Sunset) กลายเป็นมะม่วงที่รู้จักกันดีในชื่อมหาชนก ที่มีลักษณะเรียวยาวราว 1 ฝ่า มือสีเหลืองอมส้มแดง กลิ่นหอมแรงฉุนแบบมะม่วงต่างประเทศ ที่มักจะนิยมเอาไปทำน้ำมะม่วงกล่องมากกว่ากินสุกเพราะหลายคนเห็นว่ากลิ่นแรงไป แต่บางคนกลับชอบในกลิ่น ตามสำนวนลางเนื้อชอบลางยา

เมื่อพูดถึงมะม่วงสุกไปแล้ว มะม่วงที่นิยมกินดิบและได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตคงหนีไม่พ้นเขียวเสวย มะม่วงมันสีเขียวเข้ม ทรงยาวปลายแหลมมน เมื่อแก่จัดผิวมีฝ้าจนทำให้ดูคล้ายสีเขียวอมฟ้าเข้ม เนื้อกรอบแห้งสีเหลืองอ่อน รสชาติมันอมเปรี้ยวอมหวาน กินดิบรสชาติดีนัก แต่ถ้าบางคนชอบรสมันออกจืดเนื้อกรอบคงต้องรู้จักมะม่วงฟ้าลั่น ตามชื่อคือเมื่อปอกแบบแก่จัด ความตึงผิวสูงทำให้เนื้อแตกลั่นดังโป๊ะกลายเป็นที่มาของชื่อเนื้อสีขาว แม้จะไม่มันติดหวานมากก็นิยมนำมาใช้ทำมะม่วงน้ำปลาหวานกับเครื่องจิ้มกะปิกุ้งแห้ง ใส่พริกสด พริกป่น และหอมแดง กลายเป็นของว่างเลิศรสของโปรดของหลายคน

ขายตึก เป็นสายพันธุ์มะม่วงเก่าแก่รูปร่างทรงป้อมโหนกกลม ถ้าส่วนไหนห่อกระดาษจะได้ผิวสว่างสีเขียวตองอ่อนเรื่อยไปจนเหลืองทองทั้งที่ยังไม่สุก แต่ถ้าส่วนที่ไม่ห่อจะเป็นขายตึกผิวสีเข้มนิยมกินในทุกระยะ ผลอ่อนจะมีเนื้อกรอบแห้ง มีแป้งมาก รสชาติมัน เปรี้ยว จืด เนื้อสีเหลืองเหมาะกินกับน้ำปลาหวานกะปิโหว่ เมื่อสุกเนื้อมีสีเหลือง หวานจืด น้ำน้อย มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และมีลักษณะเฉพาะคือมีจุดในเนื้อ ที่ชาวสวนเรียกว่าเห็บ ถือว่าเป็นสายพันธุ์เก่าแก่มีชื่อปรากฏมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยชื่อขายตึกนั้นมาจากแขกขายตึก ซึ่งเชื่อกันว่ามีที่มาจากการเปรียบเปรยว่า อร่อยจนแขกพาหุรัดต้องขายตึกทิ้งเพื่อไปซื้อมะม่วงพันธุ์นี้ ชื่อเสียงเรียงนามการเปรียบเปรยว่าอร่อยทำนองนี้มีอยู่เยอะเชียวในสายพันธุ์มะม่วง นอกจากแขกขายตึกก็มีพราหมณ์ขายเมีย, ตาเตะหลาน, ค้างคาวลืมลูก, แก้วลืมรัง, สาวกระทืบหอ, ผัวตีเมีย, สะท้อนถึงทั้งรสชาติและบริบทสังคมของคนสมัยก่อนในการใช้คำว่า ยอมลืม ทิ้ง ตีสิ่งหรือคนที่รัก เพื่อแลกกับการกินมะม่วงแสนอร่อย

มะม่วงกินดิบเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งคือมะม่วงแรด เป็นมะม่วงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อผลแก่จัดจะมีนอบริเวณหัวของผลคล้ายนอแรด จึงเป็นที่มาของชื่อ มีรสชาติเปรี้ยวออกจืดเมื่อยังอ่อน เนื้อสีขาวนิยมนำมาทำยำ เพราะเนื้อกรอบแน่นไม่ฉ่ำน้ำ ขณะที่เมื่อแก่จัดจะมีรสเปรี้ยว มีมิติติดมันและรสหวาน สามารถกินเปล่าๆ หรือจะจิ้มพริกเกลือก็ได้ เมื่อหามก็มีรสชาติหวานหอมอร่อย เมื่อสุกจะหวานสนิท ถือเป็นมะม่วงที่มีรสชาติดีในทุกระยะ

การตั้งชื่อผ่านลักษณะหน้าตาเช่นนี้ในสายพันธุ์มะม่วงก็มีอยู่มากมายเช่นกันมะม่วงไข่เหี้ย, มะม่วงไข่ไก่, มะม่วงหัวช้าง, ตับเป็ด, แฟบ, งาช้าง, มะตูม เป็นต้น ที่เมื่อพูดชื่อแล้วต่อให้ไม่เคยเห็นผลจริงๆ ก็พอจะเดารูปร่างได้ว่าลักษณะเช่นไร นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อสายพันธุ์จากแหล่งที่ค้นพบครั้งแรกหรือเป็นที่นิยมเช่น มันบางขุนศรี เพชรบ้านลาด มันหนองแซง และยังมีชื่อที่ถูกสร้างผ่านศิลปะทางภาษาอีกหลายสายพันธุ์ เช่น ทองปลายแขน เทพรำลึก นวลจันทร์ หนังกลางวัน หรือบางสายพันธุ์ตั้งชื่อเปรียบเทียบความหวานเช่น พันธุ์น้ำตาลเตา คือเหมือนน้ำตาลที่เคี่ยวใหม่ๆ บนเตามีกลิ่นคาราเมล พันธุ์น้ำตาลปากกระบอกที่มีความหวานและกลิ่นคล้ายกับน้ำตาลที่รองมาจากต้นตาล พันธุ์น้ำตาลจีน คือสายพันธุ์ที่รสชาติและมีกลิ่นคล้ายกับน้ำตาลทรายแดงเป็นต้น นอกจากนี้ชื่อจากบุคคลหรือตัวละคร เช่น อินทรชิต ชาละวัน หรือ ยายกล่ำ สายพันธุ์ขึ้นชื่อของนนทบุรีก็อยู่ในทำนองนี้

อีกหนึ่งในสายพันธุ์ชนิดมะม่วงโบราณที่เคยกระจายตัวอยู่ทั่วไปแต่ในปัจจุบันไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายนักแล้วคือมะม่วงกะล่อน สายพันธุ์นี้มีลักษณะลูกเล็ก มีขนาดโตกว่าลูกชิ้นเล็กน้อย ถ้ารู้จักกันทั่วไปก็จะดูคล้ายกับมะม่วงเบา แต่กะล่อนจะมีความกลมเรียวเป็นทรงหัวใจมากกว่า เปลือกหนาเนื้อน้อยเมล็ดใหญ่เป็นลักษณะเดียวกับมะม่วงป่าคือต้นใหญ่ลูกดกเนื้อน้อยเมื่อสุกหวานอมเปรี้ยว แต่ที่วิเศษสุดของมะม่วงชนิดนี้คือกลิ่นที่มีความหอมละมุนกระจาย คนโบราณบางคนเอามะม่วงชนิดนี้ตั้งทิ้งไว้ในห้องส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้อง

ในอดีตมะม่วงชนิดนี้รวมทั้งมะม่วงสายพันธุ์มะม่วงป่าต่างๆ ที่มีลูกเล็กเมล็ดใหญ่เปลือกบางแต่รสชาติอวบหวานอมเปรี้ยวและหอมฟุ้งนั้นคนสมัยก่อนจะนำเนื้อออกมาจากการตัดตรงจุกบีบเมล็ดออกแล้วคลุกกับข้าวสวยกินเป็นอาหาร ไม่ก็นำข้าวเหนียวมายัดลงไปกินไปทั้งลูกแบบนั้นกลายเป็นที่มาของข้าวเหนียวมะม่วงยุคแรกๆ ปัจจุบันมะม่วงกะล่อนถูกนำมาเพาะเพื่อใช้เป็นต้นต่อพันธุ์ในการเสียบยอดมะม่วงสายพันธุ์ชนิดอื่น จึงมักไม่ค่อยพบจำหน่ายโดยทั่วไป

ความหลากหลายของสายพันธุ์มะม่วงนั้นยังมีอยู่อีกมากมายในดินแดนตะวันออก มีการรวบรวมแหล่งสายพันธุ์มะม่วงเก่าแก่และหายากเอาไว้หลายที่ บางส่วนอยู่ที่ปราจีนบุรี บางส่วนอยู่ที่อ.บางคล้า หรืออ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทราที่ยังพอจะหาชิมทั้งรสชาติในฤดูและยังพอจะหาต้นพันธุ์มาปลูกได้

การเปิดโอกาสหรือได้ลองรสชาติแปลกใหม่ที่อาจจะถูกใจ หรืออาจจะเป็นเฉยๆ สู้พันธุ์ที่เคยกินอยู่แล้วไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบแต่อย่างน้อยจะเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่ได้ชิมและในสิ่งนั้นอาจจะทำให้บางสายพันธุ์ของผลไม้ยังดำรงอยู่ได้ ไม่ถูกละเลยให้หลงลืมและทยอยโค่นทิ้ง เหลือแต่กับระบบเกษตรเชิงเดี่ยวปลูกมะม่วงชนิดเดียวปริมาณมากและในท้ายที่สุดก็ล้นตลาดถูกทิ้งกลายเป็นขยะอาหาร

มีนาคมรอยต่อเมษายนจนถึงพฤษภาคมเป็นช่วงฤดูกาลผลไม้ตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะม่วงที่ออกวางขายช่วงนี้ ผลไม้ชนิดนี้อยู่คู่ครัวไทยมานานทั้งคาวหวานและของว่าง ที่อยากให้ลองเมื่อมาเที่ยวแถบจังหวัดตะวันออก

เมื่อเราเดินตามตลาดสดทั้งเช้าและเย็นอาจจะได้ค้นพบมะม่วงที่ไม่เคยเห็นตามห้างหรือร้านขนาดใหญ่ให้ลิ้มลองก็เป็นได้

 


เรื่องและภาพโดย คัดไว้ พิชญกันตกุล
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR