/

แบบทดสอบ: คุณเข้าใจภาษาตะวันออกแค่ไหน?

“รีบไปเถอะ ฝนอ่อยแล้ว ”

 “ถนนหลุมเยอะจัด รถตกกะหลุกจนหัวโยก” 

ชาวภาคตะวันออกคนไหนบ้างที่เคยเจอสถานการณ์ใช้ศัพท์บางคำจนชินปาก จนกระทั่งไปอยู่กับคนภาคอื่นๆ แล้วเจอคิ้วขมวดกลับมา 

เชื่อว่าคำบางคำเราก็ใช้เป็นประจำจนเข้าใจว่าเป็นคำที่คนทั่วไปเข้าใจและใช้เหมือนๆ กัน แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าคำเหล่านั้นกลับไม่ใช่คำที่ทุกคนใช้ และวินาทีนั้นเราถึงเพิ่งเข้าใจว่าภาคตะวันออกของเราก็มีภาษาถิ่นกับเขาด้วย

จริงๆ ภาคตะวันออกนั้นก็มีรากคำศัพท์บางคำมาจากภาษาชอง ที่เป็นชาติพันธุ์ดั้งเดิมของคนในภาคตะวันออก นั่นแปลว่าภูมิภาคแห่งนี้ก็มีภาษาถิ่นเป็นของตัวเองด้วยเหมือนกัน คำบางคำจึงกลายเป็นำคที่เราชินหู คุ้นเคย เพราะถูกส่งต่อมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จนถึงพ่อแม่ของเรา

วันนี้เราก็เลยขอวัดเซียนคำศัพท์ภาคตะวันออกกันหน่อย เผื่อใครห่างบ้านไปนาน เผื่อจะได้ปัดฝุ่นความทรงจำในหัว หรือใครที่อยู่ในพื้นที่ ลองมาเช็กกันดูว่าคุณรู้ลึก รู้จริงแค่ไหน

ลองตอบกันดูได้ และสามารถดูเฉลยได้ด้านล่างเลยนะ! แล้วถ้าใครมีคำศัพท์ไหนที่อยากแชร์เพิ่ม ก็มาบอกกันได้เลย

 

ราชบัณฑิตยสถาน แบ่งภาษาถิ่นไทยออกเป็น 4 กลุ่มภาษาตามภูมิภาคที่เรามักได้ยินกันบ่อยครั้ง ได้แก่ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นใต้ และภาษาถิ่นอีสาน แต่เคยมีคนสงสัยไหมว่า แล้วภาษาถิ่นตะวันออกและภาษาถิ่นตะวันตกหายไปไหน? 

แต่จริงๆ แล้วภาคตะวันออกก็มีภาษาถิ่นและสำเนียงเป็นของตัวเองเหมือนกัน โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด 4 จังหวัดนี้ มีภาษาถิ่นและสำเนียงเหน่อที่เป็นตัวเอง ซึ่งบางส่วนได้รับอิทธิพลมาจากภาษาชอง กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกอย่างชัดเจน 

แต่ที่ผ่านภาษาถิ่นของตะวันออกค่อยๆ ถูกทำให้หายไป และบางครั้งก็ไม่ได้รับการจดจำเท่ากับภูมิภาคอื่นๆ แม้ว่าหลายๆ คนจะเติบโตมา และยังใช้พูดติดปากในชีวิตประจำวัน

เราเลยชวนไปรู้จักความหมายของภาษาตะวันออกด้วยกันให้มากขึ้น

 

ฝนอ่อย (ฝน – อ่อย) ก. แปลว่า ฝนปรอย 

คำว่าฝนอ่อย คนระยองมักใช้เรียกเวลาที่ฝนเพิ่งเริ่มตก หรือตอนที่ฝนตกลงมาเป็นละอองเบาๆ แม้คำว่าฝนอ่อย จะเป็นการนำ
คำว่าฝน มารวมกับคำว่าอ่อย แต่ไม่ได้แปลว่าความหมายในเชิงยั่วยวนหรือล่าเหยื่อแต่อย่างใด 

 

กระอับ (กระ – อับ) น. แปลว่า กล่องที่ใช้บรรจุของ หรือทัพเพอร์แวร์

ในสมัยก่อนคนระยองหรือคนแถบภาคตะวันออกมักออกเสียง ต เป็น ก เช่นจาก ตรงๆ ก็เพี้ยนเสียงไปเป็น กงๆ เช่น เดียวกันกับคำว่า ตลับ ที่เพี้ยนเสียงไปเป็นกระอับในที่สุด ดังนั้นกระอับจึงมีความหมายว่า กล่องหรือภาชนะอย่างหนึ่งสำหรับใส่ของ เช่น กระอับข้าว หมายถึงกล่องข้าว กระอับตังค์ หมายถึงกล่องใส่เงิน 

 

กะหลุก (กระ – หลุก) น. แปลว่า หลุมเล็กๆ

ถนนเมื่อถูกใช้ไปนานวันเข้าก็ไม่เรียบเนียน เสื่อมโทรมกลายเป็นหลุ่มเป็นบ่อตามกาลเวลา หลุมหรือบ่อเล็กๆ บนถนนแบบนั้น คนระยองเรียกว่า กระหลุก 

 

ก๋องหลัง (ก๋อง – หลัง) ก. แปลว่า ขี่หลัง

ก๋องหลังเป็นคำกิริยาแสดงลักษณะท่าทางในการขี่หลัง หรือการแบกอีกฝ่ายขึ้นหลัง มักถูกใช้ระหว่างบุคคลที่มีความใกล้ชิดกัน เช่น พี่ให้น้องก๋องหลัง ลูกขอพ่อก๋องหลัง

 

เอาได้ (เอา – ได้)  ว. แปลว่า ดี ใช้ได้ 

หลายครั้งที่คำว่า ‘เอาได้’ ถูกใช้ไปในเชิงล้อเลียนโดยเฉพาะทางเพศ ทั้งที่จริงๆ แล้ว คำว่าเอาได้ในภาษาระยอง และในความหมายของคนตะวันออก เป็นคำที่ให้ความหมายเชิงบวก ใช้ในการอธิบายลักษณะบางอย่างว่า ดี ใช้ได้ หรือโอเค เช่น ผู้หญิงคนนี้เอาได้ หมายถึง ผู้หญิงคนนี้สวย นิสัยน่ารัก มารยาทดีงามพอใช้ เป็นต้น ขออย่างคิดเป็นอย่างอื่น

 

เพาะ  (เพาะ) น. แปลว่า พ่อ , แมะ (แมะ) น. แปลว่า แม่

นอกจากภาษาระยองจะมีสำเนียงที่เป็นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว ภาษาระยองยังมีเสียงเหน่อเฉพาะตัวด้วย โดยส่วนใหญ่จะออกเสียงเหน่อ เน้นเสียงหนักกว่าที่อื่น คำว่าพ่อในภาษาระยอง จึงออกเสียงว่า เพาะ เช่นเดียวกับคำว่าแม่ ที่ออกเสียงว่า แมะ และยังมีคำเรียกแทนยายหรือย่าว่า แมะคุณ ที่ยังมีการใช้อยู่ในบางอำเภอในจังหวัดระยองด้วย

 

มะเขือเม่ด (มะ – เขือ – เม็ด) น. แปลว่า มะเขือพวง

หลายคนคงเคยได้ยินประโยค ‘แกงไก่ใส่มะเขือเม่ด แกงเผ็ดบ้านเก่า’ มาบ้าง มะเขือเม่ด ในประโยคนี้ หมายถึง มะเขือเม็ด หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ มะเขือพวง โดยคนระยองมีการออกเสียงโดยใส่วรรณยุกต์เอกเข้าไปแทนในคำที่ใช้ไม้ไต่คู้  

 

บานเบอะ (บาน – เบอะ) ว. แปลว่า มาก เยอะ

คำว่าบานเบอะ มีลักษณะเป็นคำซ้อน คือเป็นการนำคำที่มีความหมาย และเสียงคล้ายกันมาซ้อนกันจนเกิดเป็นคำใหม่ขึ้น นอกจากคำว่า บานเบอะ แล้วในภาษาระยองยังมีอีกหลายคำที่แปลว่า เยอะหรือมาก เช่น นักนั่ก บานเต บานตะเกียง เต็มตำ เต็มปึ้ด เป็นต้น

 

สาระพี (สา – ระ – พี) น. แปลว่า ทัพพี

คนแถบชลบุรีและระยองในบางพื้นที่เรียก ทัพพีหรือที่ตักข้าวหรือแกงที่มีลักษณะคล้ายช้อนแต่ใหญกว่ามากว่า สาระพี โดยส่วนมากมักมาคู่กับคำว่าฝาละมี ที่แปลว่า ฝาหม้อ

 

ถั่วค้าง (ถั่ว – ค้าง) น. แปลว่า ถั่วฝักยาว 

ถั่วค้าง เป็นคำเรียกถั่วฝักยาวของคนชลบุรีและระยอง ซึ่งเรียกกันปากต่อปากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เข้าใจว่าคำว่า ‘ค้าง’ ในถั่วค้างมาจาก ค้างถั่ว ที่หมายถึงการทำโครงสร้าง หลัก เสา หรือระแนงให้ต้นถั่วเติบโตแล้วเลื้อยขึ้นไปตามค้างที่สร้างไว้ ส่วนใหญ่ค้างทำมาจากไม้ไผ่ หรือทางมะพร้าว 

 

สุย (สุย) ก. แปลว่า เข็น 

สุย เป็นอีกหนึ่งคำที่คนจันท์ใช้กันบ่อย โดยสุยเป็นคำที่แสดงลักษณะของการ ออกแรงดันเพื่อให้สิ่งสิ่งนั้นเคลื่อนที่ไปได้ มีความหมายเหมือนคำว่า เข็น เลื่อน ดัน ผลัก ไส เช่น สุยรถ สุยโต๊ะ สุยเก้าอี้ สุยก้น เป็นต้น 

 

สำมะรด (สำ – มะ – รด) น. แปลว่า สับปะรด 

สำมะรด หรือ สำหม่ะหรด หมายถึง สับปะรดเป็นภาษาถิ่นที่คนระยอง จันทบุรีและตราดมักใช้เรียกกัน เรามักได้ยินคำว่าสำมะรดบ่อยในเมนูอาหารพื้นถิ่นชื่อดังของจังหวัดระยองอย่าง ‘หมูต้มสำมะรด’ 

 

เช่ด (เช่ด) ใช้ได้ในสองความหมาย

ในพจนานุกรมภาษาถิ่นระยอง ให้ความหมายเช่ดเป็นคำกริยา แปลว่า  หมด  เช่น แม่กินทุเรียนเช่ดเลย หมายถึง แม่กินทุเรียนหมดเลย

ส่วนอีกความหมาย เช่ด คำนี้ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่าหมด แต่ใช้เป็นคำซ้อนต่อท้ายคำว่าหมด เป็น ‘หมดเช่ด’ ให้ความหมายว่า หมดชนิดที่ว่าหมดเกลี้ยงเลย ดังนั้น เช่ด ในบริบทนี้จริงแปลว่า มาก อย่างมาก ตัวอย่างเช่น หมดเช่ด คือ หมดอย่างมาก หมดไม่มีเหลือเลย หรือ สวยกว่าเขาเช่ด คือ สวยมาก สวยกว่าทุกคน 

 

เสงิด (สะ – เหงิด) ก. แปลว่า เห็นคนอื่นทำอะไรแล้วอยากทำบ้าง 

ในบางพื้นที่อาจออกเสียงว่า เตงิด (ตะ – เหงิด) เป็นคำที่มักได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่ในจันทบุรีใช้ มีความหมายว่า อยากทำหรืออยากทำตามอย่าง เช่น มานีเห็นใครๆ เขาใช้รถจักรยานใหม่ก็เตงิดอยากใช้ตามเขาด้วย หรือ มานพเตงิดไปแตะบอลตามเพื่อน

 

สงาด (สะ – หงาด )  ว. แปลว่า ดีที่สุด มากที่สุด มากเหลือเกิน 

เป็นคำที่ใช้กันทั้งในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดแต่ไม่ได้นิยมใช้กันเยอะนักในปัจจุบัน ในบางพื้นที่อาจออกเสียงว่าฉงาด หรือตะหงาด ตัวอย่างเช่น นักข่าวหนุ่มคนนี้หล่อฉงาด หมายความว่า นักข่าวหนุ่มคนนี้หล่อที่สุด

 

อีเหร่งเข่งขั่ง (อี – เหร่ง – เข่ง – ขั่ง) ก. แปลว่า การมาแบบล้มลุกคลุกคลาน สภาพแทบดูไม่ได้ 

มักใช้ในรุ่นพ่อรุ่นแม่เวลาบ่น เช่น ถ้าลูกไปทำอะไรมาเหนื่อยจบหอบแฮกๆ “ดู๊ดูสภาพอีเหร่งเข่งขั่ง รีบไปอาบน้ำจะได้มากินข้าว” หมายถึง ลักษณะของลูกที่ไปเล่นนอกบ้านจนกลับมาสภาพดูไม่ได้

 

น้ำเคย (น้ำ – เคย) น. แปลว่า น้ำปลา

น้ำเคย เป็นคำที่คนตราดใช้เรียกน้ำปลา หรือเครื่องปรุงรสที่ให้รสชาติเค็มกลมกล่อม ทำมาจากการนำปลากะตักมาหมักกับเกลือ ในครัวไทยนิยมใช้น้ำปลาในการประกอบอาหาร 

 

พอแรง (พอ – แรง) ว. แปลได้สองความหมาย

โดย พอแรง หรือ พะแรง ในภาษาถิ่นระยองแปลว่า มาก เช่น ฉันรักเธอพอแรง หมายถึง ฉันรักเธอมาก 

ในขณะที่คำว่า พอแรง ในจังหวัดตราด คนตราดใช้ในความหมายว่า พอประมาณ พอสมควร 

 

เซา (เซา) ก. แปลว่า ค่อยๆ หรือ ลดลง 

คำว่า เซา ในที่นี้คนตราดใช้ในความหมายว่าค่อยๆ ลดลง เช่น บ่อน้ำในสวนน้ำเซา หมายถึง บ่อน้ำในสวนลดลง ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า เซา ในภาษาอีสานที่แปลว่า หยุด หรือชะงัก 

 

กะแต (กะ – แต) ว. แปลว่า แก่แดด

คำว่ากะแต ใช้กับผู้หญิงที่แก่แดด หรือ แรด แต่ในความหมายที่ซอฟกว่า เป็นคำที่ผู้ใหญ่มักใช้แซวเด็กๆ ในเชิงบ่นปนเอ็นดู
ทุกวันนี้ก็ยังใช้กันเป็นปกติ 

 

อ้างอิง
10 ภาษาถิ่นระยองที่ได้ยินแล้วถึงกับงง
ศัพท์คนชล
จันทบุรีก็มี “เหน่อ” ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านปทานุกรมศัพท์จันท์
ภาษาตราด ที่ควรรู้
เรียนรู้ภาษาถิ่นนครนายกกันหน่อย.
ภาษาไทยถิ่น ‘Never Die’
เพื่อนฉันคนจันท์
ความเป็นมาของภาษาระยอง
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR