/

#ซัพพอร์ตร้านโลคอล : เมื่อกฎหมายไทยเอื้อธุรกิจจีน แล้วธุรกิจท้องถิ่น จะได้โตกี่โมง?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากใครสังเกตสักหน่อย เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยเห็นแฟรนไชส์ร้านอาหารหรือร้านไอศกรีมจากจีนผ่านตามาบ้าง ไม่ใช่เฉพาะแค่ในห้างสรรพสินค้า แต่เป็นตามท้องถนน อย่างล่าสุดที่เริ่มเห็นในภาคตะวันออกมากขึ้นก็คือ แบรนด์ไอศกรีมแฟรนไชส์ชื่อดังที่แทรกตัวโดดเด่นท่ามกลางร้านท้องถิ่น 

 

รู้ตัวอีกทีแฟรนไชส์จีนเหล่านั้นก็อาจจะเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดแข่งกับผู้ประกอบการท้องถิ่นไปแล้วด้วยกลยุทธ์ราคาที่ถูกและเมนูที่มีให้เลือกเยอะจนเลือกไม่ถูก รวมถึงการเข้าถึงที่ทั้งง่ายและสะดวกสบายด้วยจำนวนสาขาที่มีเยอะแบบหันไปทางไหนก็เจอ โดยในเคสของร้านไอศกรีมชื่อดังปัจุบันก็จำนวนสาขาถึง 200 สาขาทั่วประเทศไทยแล้ว 

และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจร้านอาหารจีนต่างๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสิทธิพิเศษและช่องโหว่ทางกฎหมายของประเทศไทยเอง 

เราชวนไปสำรวจกลยุทธ์ของธุรกิจร้านอาหารจีนที่เป็นผลมาจากข้อได้เปรียบทางกฎหมาย ซึ่งถ้าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปผู้ประกอบการร้านโลคอลของตะวันออก รวมถึงทั่วปรเทศไทย อาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม 

แล้วอะไรคือภาพที่ควรจะเป็นในการปกป้องธุรกิจโลคอลในภาคตะวันออก เราพาไปหาคำตอบกัน

กองทัพธุรกิจจีนบุกตะวันออก

ต้องเกริ่นก่อนว่า ประเทศไทยเริ่มเนื้อหอมจากธุรกิจจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การลงทุนจากจีนจึงมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวคือ ทุนจีนเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น รถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินอู่ตะเภา รวมไปถึงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ หรืออุตสาหกรรมหนักต่างๆ เป็นต้น 

ไม่เพียงเท่านั้น ธุรกิจจีนยังขยายตัวสู่ธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหารและแฟรนไชส์ หรือธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเติบโตมากเป็นพิเศษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

จากการลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านท้องถิ่นในพื้นที่บางแสน อย่างร้านไอศกรีมฟ้าไทย และร้านชานมเด็กชา ผู้ประกอบทั้งสองร้านได้ให้ความเห็นที่ตรงกันว่า ภายหลังจากแฟรนไชส์ไอศกรีมจีนเข้ามาลงทุนทำให้กิจการมียอดขายที่ลดลงจริง แต่ไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้ 

ทำให้พอจะเห็นภาพว่าการเข้ามาของทุนจีนแม้จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจีนก็มาพร้อมกับโจทย์ท้าทายโดยเฉพาะกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ว่าจะปรับตัวสู้ได้อย่างไร

เมื่อกฎหมายไทยกำลังทำร้ายธุรกิจท้องถิ่นไทย

แต่การให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นปรับตัว อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดฝาผิดตัว เนื่องจากการที่ทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยได้ง่ายอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับจีน 

โดยข้อตกลงนี้มุ่งลดหรือยกเลิกภาษีและข้อจำกัดทางการค้า ช่วยให้การค้าระหว่างประเทศราบรื่นและแข่งขันได้ง่ายขึ้น โดยครอบคลุมการลดภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการรักษามาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม

นี่คือสิทธิประโยชน์ที่ผู้มาลงทุนผ่านข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ได้รับ 

แต่นอกจากเรื่อง FTA แล้วมาตรการ Free Tax ก็เป็นอีกมาตรการที่ช่วยดึงดูดธุรกิจจีนให้หลั่งไหลเข้าไทย โดยการยกเว้นภาษีในบางกรณี เช่น เขตปลอดภาษีเพื่อกระตุ้นการค้า และสินค้าปลอดภาษี (Duty-Free) สำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการยกเว้นภาษีรายได้หรือภาษีลงทุนในอุตสาหกรรมบางประเภท เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในไทยมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับช่องโหว่ในกฎหมายไทย เช่น การใช้ช่องทางนอมินีถือหุ้น และกฎระเบียบที่ขาดการตรวจสอบเข้มงวดของภาครัฐ ทำให้ทุนจีนเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น 

มีข้อมูลจากรายการจับตารอบทิศ โดย ThaiPBS ได้นำเสนอว่า หนึ่งในวิธีการเข้ามาของทุนจีน คือการใช้ช่องทางนอมินีโดยจ้างคนไทยให้ถือหุ้น 51% ส่วนคนจีนถือหุ้น 49%  แต่ความจริงแล้วจีนเป็นเจ้าของหุ้นทั้งหมด และอีกหนึ่งวิธีคือ การแต่งงานกับคนไทย และถ้าจีนมีลูกติดก็จะให้คนไทยรับเป็นบุตรบุญธรรม 

นอกจากนี้การที่กฎระเบียบของภาครัฐไม่เข้มงวดทำให้นักลงทุนจีนสามารถจดทะเบียนบริษัทได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อนหรือการอนุมัติจากหลายหน่วยงาน โดยการขออนุญาตทำธุรกิจในบางอุตสาหกรรมก็ไม่ต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวด ทำให้สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้เร็วขึ้น 

ยิ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและกฎระเบียบที่ไม่ได้เคร่งคัดให้กับนักลงทุนต่างชาติมากอยู่แล้ว รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากจีนก็ไม่มีการตรวจสอบที่ยุ่งยาก ทำให้แบรนด์จีนทั้งหลายสามารถนำเข้าสินค้าได้อย่างรวดเร็วและไม่เลือกใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตชาวไทย 

จากช่องโหว่ทางกฎหมาย ผสมเข้ากับกลยุทธ์ทางการตลาด ทำให้ธุรกิจจีนเติบโตและขยายวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ยากลำบากขึ้น ยกตัวอย่าง ไอศกรีมชื่อดังจากจีน ที่มีจุดประสงค์หลักในการเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม จึงมีการสร้างภาพจำของแบรนด์ผ่านมาสคอตตุ๊กตาหิมะ รวมถึงเพลงที่มีทำนองฮิตติดหู และยังใช้สีสันดึงดูด ซึ่งช่วยเพิ่มการจดจำและสร้างบรรยากาศในร้าน 

แต่กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ ไอศกรีมเจ้านี้มีแต้มต่อในการแข่งกันกับแบรนด์ท้องถิ่นของไทยคือ การตั้งราคาที่ถูกมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถผลิตและนำเข้าวัตถุดิบเอง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดี อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการยกเว้นภาษีศุลกากรในบางส่วนช่วยลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบจากจีน ที่มักจะไม่เสียภาษีจัดเก็บตามมาตรฐานที่สินค้าทั่วไปต้องจ่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากกฎหมายของไทย

ธุรกิจอาหารจีน vs ธุรกิจท้องถิ่นไทย

ผลจากกลยุทธ์และกฎหมายเหล่านี้ทำให้คนไทยมักหันมาบริโภคธุรกิจอาหารและบริการจากจีนมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหารและบริการของไทยอาจยังไม่มีต้นทุนทางการตลาดในลักษณะเดียวกัน

จากการลงสำรวจผู้ใช้บริการร้านไอศกรีมจีนชื่อดังในสาขาบางแสน ส่วนใหญ่สะท้อนว่า ไอศกรีมและเครื่องดื่มมีราคาถูกมาก มีเมนูหลากหลายไม่ว่าจะเป็นชานมไข่มุกหรือเครื่องดื่มอื่นๆ ร้านมีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมเครื่องปรับอากาศ ทำให้เป็นที่นิยมของลูกค้า ซึ่งนอกจากราคาที่จับต้องได้แล้ว การมีบรรยากาศที่สบายและการตกแต่งที่ดึงดูดใจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ลูกค้าเลือกเข้ามาใช้บริการ 

ในอีกด้าน จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านไอศกรีมฟ้าไทย ซึ่งเป็นร้านไอศกรีมท้องถิ่นที่เปิดมากว่า 30 ปีมองว่าหลังจากไอศกรีมจีนชื่อดังเข้ามาเปิดสาขาแม้ลูกค้าจะไม่ได้ลดลงมาก แต่ยังคงกังวลเกี่ยวกับการแข่งตัดราคาจากทุนจีนที่ขายสินค้าราคาต่ำ จนคนไทยสู้ไม่ได้ นอกจากนี้ ร้านยังไม่ได้ใช้การตลาดแบบออนไลน์ แต่เน้นขายให้ลูกค้าขาประจำและคนในชุมชน 

ส่วนผู้ประกอบการร้านชานมบางส่วนในพื้นที่ มองว่าการเข้ามาของไอศกรีมจีนชื่อดังอาจไม่ได้ส่งผลต่อยอดขายมากนัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน โดยร้านเน้นขายชานมไข่มุกและกาแฟสด และไม่ได้ใช้การตลาดออนไลน์เช่นกัน โดยลูกค้าหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวและลูกค้าประจำ ร้านไม่ได้กังวลกับการขยายตัวของแฟรนไชส์จีน แต่เลือกที่จะทำธุรกิจในแบบของตนเอง

ในขณะที่ผู้บริโภคมองว่าการเข้ามาของธุรกิจจีนในตลาดไทยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดี คือราคาที่ถูกและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในบางส่วน แต่ทั้งนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็พบว่าวัตถุดิบของแบรนด์จีนไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร จนน่าสงสัยว่าเป็นการขายตัดราคามากเกินไป ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับร้านอาหารท้องถิ่นนอกจากผลกระทบต่อร้านอาหารท้องถิ่นแล้ว การเข้ามาของร้านอาหารจีนยังอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยด้วย โดยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศและการแข่งขันด้านราคาอาจบีบให้เกษตรกรใช้วิธีการผลิตที่ไม่ยั่งยืน 

ทั้งหมดนี้อาจสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม การผูกขาดตลาดในบางธุรกิจ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น การปรับปรุงกฎหมายและการกำกับดูแลอย่างจริงจังจึงจำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ถึงเวลาปกป้องธุรกิจโลคอลหรือยัง?

ท่ามกลางเงื่อนไขที่ภาครัฐไม่ได้เข้ามาช่วยดูแล ปกป้องผู้ประกอบการในประเทศอย่างจริงจัง แต่เมื่อสอบถามผู้บริโภคคนไทยบางส่วนก็มีความต้องการที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบางแสนส่วนใหญ่จะเลือกทานไอศกรีมแบรนด์ไทยอย่างไอศกรีมไผ่ทองมากกว่า นอกจากจะเป็นของคนไทยแล้ว ยังมีราคาที่เหมาะสม และเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นชิน โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่เชื่อมั่นในแบรนด์ไผ่ทอง อีกทั้งอยากสนับสนุนแบรนด์ไทย สนับสนุนคนในประเทศเดียวกัน และอยากเห็นคนไทยกลับมาสนับสนุนแบรนด์คนไทยด้วยกันเอง ซึ่งในส่วนนี้ก็แสดงให้เห็นว่าคนไทยที่เป็นผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนร้านอาหารโลคอลมากกว่าธุรกิจแฟรนไชส์จากจีน

แต่อย่างไรก็ตาม ภาครัฐคือส่วนที่สำคัญที่สุดที่จะต้องดำเนินมาตรการปกป้องธุรกิจท้องถิ่น ของไทยจากทุนจีนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยจากแนวทางที่สำคัญ โดยข้อเสนอถึงภาพที่อยากเห็นคือการตั้งกำแพงภาษีสำหรับสินค้าบางประเภทนอกข้อตกลง FTA และการให้ซอฟต์โลนช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือทั้งในเรื่องของเครื่องมือ และความสร้างสรรค์ในการทำการตลาด เพื่อลดต้นทุนการผลิต และกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนต่างชาติใช้วัตถุดิบจากไทย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สุดท้ายแล้วการขยายตัวของทุนจีนในธุรกิจไทย โดยเฉพาะในภาคบริการร้านอาหารหรือแฟรนไชส์จากจีน ได้ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ร้านอาหารท้องถิ่นต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาและการเข้าถึงทรัพยากรที่ยากขึ้น ขณะที่ช่องโหว่ในกฎหมายไทย เช่น การใช้ช่องทางนอมินี และการกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวด ยิ่งเอื้อให้ทุนจีนเข้ามาครอบครองตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องดิ้นรนต่อสู้ในสภาพการแข่งขันที่ยากลำบาก หากยังปล่อยให้มีช่องโหว่เช่นนี้แล้ว ร้านอาหารโลคอล จะโตกี่โมง

 

ถึงเวลาที่ภาครัฐจะหันมาใส่ใจคนท้องถิ่นหรือยัง

อ้างอิงข้อมูลจาก
อีอีซี ขยายโอกาสการค้าการลงทุน ไทย-จีน ผนึกกำลัง สร้างความร่วมมือของเขตเศรษฐกิจพิเศษสองประเทศ EEC – GBA
EEC หมุดหมายนักลงทุนจีนทั่วโลก ‘ธนินท์’ ชี้มีสิทธิประโยชน์หนุนเต็มที่
แบรนด์จีนป่วนธุรกิจไทย ‘อาหาร – เครื่องดื่ม’ เจอดัมพ์ราคาทุบตลาด
อิทธิพลแนวคิดจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย
Zoom In: ทุนจีนรุกคืบไม่หยุด!! ช่องโหว่กฎหมาย หรือทุนไทยอ่อนแอ
เปิดข้อมูลทุนจีน “แฟรนไชส์” ไทยเปิดเสรีไร้กฎหมายเฉพาะคุม
เปิดช่องว่างกฎหมาย จีนรุกหนักลงทุนธุรกิจ | จับตารอบทิศ
ทำอย่างไร? เมื่อ “ทุนจีน” บุกไทย ขายทุกอย่าง ยัน แฟรนไชส์ “น้ำมะนาว” แก้วละ 20 บาท
“การเข้ามาของทุนจีน : ความสำคัญของนักการเมืองและบทบาทในการเปลี่ยนแปลง”
รกิจร้านอาหาร รถทัวร์ไทย ผวา ‘ทุนจีน’ กินรวบ จี้รัฐตั้งรับด่วน ก่อนเจ๊งระนาว
ชี้หาก “รัฐบาล” ยังคงนิ่งเฉย ไม่เกิน 5 ปี “ธุรกิจไทย” กว่า 50% จะตกเป็นของ “จีน”

บทความโดย สิริกัญญา จิตหาญ, ภาสินี สุดเสนาะ และศศิธร นามวงศ์พรหม
ภาพโดย ชยานันต์ ลี้ตระกูล และ วธูสิริ ครรธิตะวงศ์
นิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชั้นปีที่ 4
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Where we belong : ภาคตะวันออกที่เราอยากอยู่ ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, Land Watch และ Local PBS (ThaiPBS)
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR