/

ประวัติศาสตร์ ‘พัทยา’ : ทำไมพัทยาถึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก?

เมืองพัทยา หากพูดถึงชื่อนี้ หลายๆ คนคงจะนึกถึงเมืองท่องเที่ยวครบวงจร มีชายหาดที่ยาวสวยงาม ที่พักอันสะดวกสบาย สถานที่ช้อปปิ้ง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย เรียกได้ว่ามาแค่ที่เดียว แต่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ครบทุกอย่าง

แต่ทราบไหมว่า ต้นกำเนิดของนครแห่งแสงสีและความบันเทิง จนมีวลีที่น่าจะอธิบายตัวตนของเมืองพัทยาได้ชัดเจนอย่างเช่น ‘What’s goes in Pattaya keep in Pattaya’ (อะไรที่เกิดในพัทยา ก็ให้มันอยู่ที่พัทยานั่นแหละ!) จะมีที่มาจากเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียสอย่าง ‘สงครามและการเมือง’

‘พัทยา’ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางละมุง มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตตำบลหนองปรือ ตำบลนาเกลือ และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตตำบลห้วยใหญ่ และตำบลหนองปลาไหล แต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมง มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ ต.นาเกลือ ชาวบ้านที่นี่มักจะออกเรือประมงเพื่อหาสัตว์ทะเลมาค้าขายเพื่อหาเลี้ยงชีพ มีตลาดเก่าแก่ ขายอาหารทะเลโดยประมงพื้นบ้านที่อยู่มาถึงปัจจุบันอย่าง ‘ตลาดลานโพธิ์’

ชื่อพัทยามายังไง?

หากว่ากันตามชัยภูมิที่ตั้งของเมืองพัทยาในปัจจุบัน ที่จุดศูนย์กลางย้ายมาอยู่บริเวณ ‘หาดพัทยา’ นั้น ในอดีตมีชื่อว่า บ้านหนองไผ่ (กินบริเวณตั้งแต่ หลังที่ตั้งของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ไปจนถึงถนนสุขุมวิทในปัจจุบัน) ซึ่งตามประวัติศาสตร์กระแสหลักก็กล่าวไว้ว่าเป็นสถานที่ที่ ‘พระเจ้าตากสิน’ ยกทัพมาค้างแรมเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายจากพม่า ราวๆ ปี พ.ศ.2310 ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ทุบหม้อข้าวหม้อแกงเพื่อรอเข้าตีเมืองจันทบูรณ์ สร้างความฮึกเหิมและเรียกกำลังใจของพลทหาร ณ บริเวณ ‘เขาพระตำหนัก’ (หรืออีกชื่อคือ เขา สทร.5) ซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไปจากหาดพัทยาเท่าไหร่นัก ต่อมา หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จาก ‘บ้านหนองไผ่’ แต่เดิม ก็ถูกเรียกชื่อใหม่โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นว่า ทัพพระยา ก่อนที่จะกร่อนเสียงและเพี้ยนมาเป็น ‘พัทยา’

ส่วนในประวัติศาสตร์กระแสรอง บ้างก็ว่าชื่อพัทยามาจากการที่ ลมประจำฤดูฝน ที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีชื่อเรียกว่า ลมพัทธยา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจะทราบได้ทันทีว่าใกล้เข้าสู่หน้าฝนเมื่อลมชนิดนี้พัดผ่านพื้นที่ไป ก่อนที่จะถูกนำมาใช้เป็นชื่อเรียก ‘หมู่บ้านพัทธยา’ ในตอนหลังนิยมเขียนตามการออกเสียงว่า ‘พัทยา’ จึงเป็นที่มาและสาเหตุของการเรียกชื่อสถานที่ตรงนี้

ภาพจาก : naewna.com

จากพัทยาในอดีต สู่เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสัน

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่พระเจ้าตากสินยกทัพผ่านและแวะค้างแรม เพราะอะไรในเวลาต่อมา จึงกลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวอันโด่งดังระดับโลก อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ได้

ต้องท้าวความว่า เรื่องนี้มีที่มาจากสงคราม! สงครามที่ว่า คือ ‘สงครามเวียดนาม’ หรือสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 โดยประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ เนื่องจาก เมื่อปี พ.ศ.2497 (สมัย จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี) ไทยได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ สมาชิกองค์การสนธิสัญญาร่วมป้องกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี ‘สหรัฐอเมริกา’ เป็นผู้นำขบวนในการทำสงครามเพื่อ ‘ต่อต้านคอมมิวนิสต์’ (ขณะนั้นประเทศเวียดนามถูกแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ หลังสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 ตามสนธิสัญญาเจนีวา) สหรัฐอเมริกาจึงได้เข้าไปช่วยเหลือและส่งกำลังรบเพื่อให้การสนับสนุนเวียดนามใต้ในการทำสงครามครั้งนี้ จึงเกิดการขอใช้พื้นที่บางส่วนของประเทศไทย ตั้งเป็นฐานทัพชั่วคราวของกองทัพอเมริกัน

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก 50+

การตั้งฐานทัพชั่วคราวในไทยของอเมริกา ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายอเมริกันชนจำนวนมากมาที่ไทยเพื่อรับใช้ภารกิจในกองทัพ โดยฐานทัพที่ใกล้เมืองพัทยาที่สุดคือ ‘อู่ตะเภา’ (หรือในทุกวันนี้ที่ทุกคนคุ้นหูในชื่อสนามบินอู่ตะเภา ตั้งอยู่ที่บริเวณรอยต่อของจังหวัดชลบุรีและระยอง) จุดเริ่มต้นมาจากการที่ เมื่อทหารอเมริกันปฏิบัติภารกิจครบกำหนด จะมีการผลัดเปลี่ยนเวรเพื่อให้กลับพักผ่อน ณ ฐานทัพ ในปี พ.ศ.2502 ทหารอเมริกันชุดแรกจากฐานทัพในจังหวัดนครราชสีมา ราวๆ 400-500 คน ขึ้นรถบรรทุกทหารขนาดใหญ่ ผลัดเปลี่ยนเวรมาพักผ่อนที่นี่ อาจเพราะชัยภูมิและสภาพพื้นที่อันเหมาะสม เป็นทะเลที่ใกล้ที่สุดที่จะมาได้ พัทยาจึงกลายเป็นสถานที่กองทัพสหรัฐฯ เลือกเป็นที่เพื่อให้เหล่าชายหนุ่มที่จากบ้านมานานได้พักผ่อนหย่อนใจ เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมกลับไปยังสมรภูมิอีกครั้ง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เมืองแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จัก และเริ่มมีชื่อเสียงในเหล่าทหารอเมริกัน จนต่อมากลายเป็นเมืองตากอากาศที่ทหารอเมริกันเกือบทุกคนมาใช้เวลาพักผ่อนหลังกลับจากสนามรบที่นี่

‘พัทยา’ ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก

นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘เมืองท่องเที่ยว’ ของพัทยา เมื่อมีชาวต่างชาติจำนวนมาก ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาพักผ่อนในพื้นที่ ชาวบ้านในบริเวณนั้น จึงได้ทำการหาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มาใช้สถานที่เหล่านี้ เกิดเป็นธุรกิจ ห้างร้าน โรงแรมต่างๆ มากมาย ผันตัวจากการประกอบอาชีพประมง มาเป็นการทำกิจการเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ก่อนที่นักลงทุนต่างถิ่นจะเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม ส่งผลให้เมืองพัทยามีการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด ที่แม้กองทัพสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากประเทศไทยไปในปี พ.ศ.2519 นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกก็ยังมากันอย่างไม่ขาดสาย และมีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้จากแต่เดิมเมืองพัทยา ที่อยู่ภายใต้สุขาภิบาลนาเกลือ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 พอพื้นที่ได้ขยายเพื่อรองรับการท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ การบริหารที่อยู่ภายใต้กฎหมายสุขภิบาลอาจไม่ทันกับความเจริญ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ.2521 รัฐบาล ณ ขณะนั้น จึงได้ออก พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2521 ขึ้น ส่งผลให้เมืองพัทยา กลายเป็นรูปแบบการบริหารแบบพิเศษเหมือนกับกรุงเทพฯ (นั่นก็คือชาวพัทยาเลือกตั้งผู้ว่าฯ ของตัวเองได้นะ)

จะเห็นได้ว่า เรื่องราวและที่มาที่ไปของสถานที่ต่างๆ มักจะมีผลสืบเนื่องมาจากการเมืองและนโยบายจากรัฐอยู่เสมอ การที่เมืองพัทยาโด่งดัง และเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนานอย่างทุกวันนี้ ก็มีที่มาจากเรื่องราวเหล่านี้ คำถามสำคัญคือ จะทำให้ยังไงให้เมืองท่องเที่ยวที่สามารถสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก และสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาลนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สร้างผลกระทบต่อทั้งกับธรรมชาติ และประชาชนที่หากินและอยู่อาศัยในพื้นที่ หรือแม้แต่ตัวนักท่องเที่ยวเอง ได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูลจาก

ประวัติเมืองพัทยา (pattaya.go.th)

ชื่อพัทยามาจากไหน หมู่บ้านประมงเล็กๆ มาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้อย่างไร?

‘พัทยา’ เมืองท่องเที่ยวระดับโลก เมืองแห่งโอกาสที่ยังดีกว่านี้ได้

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR