/

ร้านชาลับๆ ที่ไม่อยากลับ กับความฝันในการสร้างคอมมูนิตี้คนดื่มชาของ มอส – อภิสิทธิ์ ศรีวิชัย

เมื่อพูดถึง ‘ร้านน้ำชา’ แล้ว หลายๆ คนคงจะนึกถึงภาพร้านน้ำชาในย่านเมืองเก่า ที่ผู้คนต่างแวะเวียนเข้าไปดื่มกิน นั่งพูดคุย และส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารของคนในชุมชนกันอย่างออกรสออกชาติ

 

แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่า ในย่านเมืองเก่าอย่าง หนองมน จ.ชลบุรี มีร้านน้ำชาที่เรียกตัวเองว่า ‘บาร์น้ำชา Mocktail’ อันมีเอกลักษณ์โดดเด่น แม้จะหาไม่ยากมากนักเพราะอยู่ติดกับถนนใหญ่ แต่หลายๆ คนก็ขนานนามให้เป็นร้านลับแห่งหนึ่ง อาจด้วยเพราะ mood and tone ที่มีไสตล์ ไม่แพ้กับบุคคลที่เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักผ่านบทสัมภาษณ์นี้

มอส – อภิสิทธิ์ ศรีวิชัย เจ้าของร้าน MossTea ร้านชาเล็กๆ ในย่านหนองมน จ.ชลบุรี ที่มีความใฝ่ฝันอยากสร้างคอมมูนิตี้ของคนดื่มชา และ Art space โดยเครื่องดื่มภายในร้าน จะประกอบไปด้วยใบชาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ชาแดงใต้ ชาอู่หลง หรือชาเอิร์ลเกรย์ นำเสนอในรูปแบบ Mocktail Bar ที่ลูกค้าสามารถเลือกผสมสูตรเองได้ ประกอบกับการตกแต่งร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น คลอไปกับเพลง Jazz เบาๆ

ถึงแม้จะไม่ใช่คนชลบุรีตั้งแต่กำเนิด แต่การที่เคยได้มาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ ทำให้ มอส ตัดสินใจกลับมายังพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความทรงจำ หรือการใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ที่มีหลายสิ่งให้ค้นหา เขาไม่ขัดเขินเลยที่จะเรียกว่าที่นี่ว่าเป็น ‘บ้าน’ อีกหลังหนึ่ง

ด้วยวาระครบรอบ 1 ปี ของร้าน MossTea เราจึงอยากชวนผู้อ่านทุกคน ไปทำความรู้จักร้านน้ำชาที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เป็นร้านชาลับๆ แต่ไม่ได้ตั้งใจให้ลับ ที่ตั้งอยู่ในย่านหนองมนไปพร้อมๆ กัน

อะไรคือจุดเริ่มต้นของ Moss Tea ที่บางแสน

ส่วนหนึ่งคือเราชอบชา เพราะเราชอบเที่ยวเหนือ เรารัก Vibes ความเป็นชา พอทําแล้ว เฮ้ย! มันตีตลาดได้ คนที่ออฟฟิศชอบ ทุกอย่างเราแพ็คเองหมด ตั้งแต่นั้นมาก็เลยใช้ชื่อ MossTea มาตลอด แต่อาจจะเปลี่ยนพวกโลโก้บ้าง อะไรบ้าง แต่ยังเป็นชื่อเดิมตั้งแต่ตอนที่เราขายให้กับเพื่อนในออฟฟิศ

แต่ต้องเกริ่นก่อนว่า ร้านนี้มันเกิดจากที่บ้าน  ก็คือเราใช้ชื่อนี้ กลับไปเปิดที่บ้านก่อน หลังจากที่ทํางานกรุงเทพได้ประมาณ 5 ปีก็มีเงินอยู่ก้อนนึง แล้วเรารู้สึกว่าอยากเป็นเจ้านายตัวเอง มันคือความใฝ่ฝันของหลายๆ คนเนอะ เราเป็นคนที่แบบ ชอบทํา สินค้า อยากมีสินค้าเป็นของตัวเอง ตอนนั้นก็ทํางานออฟฟิศไปด้วย ขายชาไปด้วย เป็นชาซอง คล้ายๆ กาแฟดริป ทำขายให้ที่ออฟฟิศ อารมณ์แบบคนที่ชอบทําน้ำพริก แล้วเอามาขายคนในออฟฟิศอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ)

ที่นี้ก็คิดว่าลองเปิดร้านดีไหม เลยลองกลับไปหาที่หาทางแล้วก็เกิดขึ้นมาเป็น MossTea ที่แรกที่ จ.สงขลา แต่ด้วยความที่มันเป็นชุมชนอบอุ่นๆ ชุมชนเล็กๆ อะไรแบบนี้ การเปิดร้านที่เป็นเอกลักษณ์จ๋าๆ หรือว่าเน้นคาแรคเตอร์เยอะๆ เนี่ยมันยากมาก ก็เลยลองทําเป็นคาเฟ่ที่มีอาหารด้วย อะไรแบบนี้ครับ

พอเปิดไปสักพักใหญ่ๆ ประมาณ 2 ปีเลย มันก็เป็นช่วงโควิด ทุกคนน่าจะโดนกันหมดเนอะ ก็เลยต้องปิดตัวลง แล้วก็กลับมาที่บางแสนบ้าง กรุงเทพฯ บ้าง เริ่มจับงานเป็นฟรีแลนซ์ ต่อกับคอนเน็กชั่นเก่าๆ  รับงานกราฟิกเต็มตัว กลับขึ้นมารับงานที่คุ้นเคยต่อ

ตอนแรกยังไม่ได้คิดว่าจะมี MossTea อยู่ที่นี่ (หนองมน) นะ เหมือนขึ้นมาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ เหมือนรีเซตอ่ะ เงินเก็บก็ลงทุนไปกับร้านที่สงขลา แต่เราไม่ได้รู้สึกว่า เฮ้ย! เสียดายว่ะ อะไรอย่างนี้นะ มันก็เหมือนกับว่าเงินนั้นก้อนนั้นคือซื้อช่วงเวลาสองปีที่ได้เรียนรู้การค้าขาย เรียนรู้สกิลนี้ขึ้นมา

พอขึ้นมาจากใต้เสร็จปุ๊บ เราก็มาหาที่อยู่ในชลบุรีนี่แหละ จนมาได้ที่นี่ อยู่มาวันนึงก็รู้สึกว่า ที่ๆ เราอยู่ตรงนี้ ทําไมมันบ้านมันว่าง มันเหงาจัง ก็เลยคิดว่าลองกลับมาเปิดดูไหม เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ MossTea ที่นี่ครับ

เอกลักษณ์ของ MossTea คืออะไร

จริงๆ เอกลักษณ์ของร้าน มันเพิ่งเริ่มต้นมาจากสาขาที่หนองมนนี่แหละครับ ที่มันเป็น mood นี้ รูปแบบนี้ เพราะว่ามันได้ใช้คําว่า ‘Tea’ เต็มตัวมากกว่าที่เก่า มันใช้คําว่าชาได้หลากหลายรูปแบบมาก ตั้งแต่ชาที่มิกซ์ขึ้นมาเอง จนกระทั่งชาที่เราไปเรียนรู้สูตรมา ก็คือเป็นชาเบลนด์ที่เป็นชาร้อน ซึ่งถ้าที่นี่ ถ้านิยามเครื่องดื่ม ก็คงเป็น ‘บาร์น้ำชา Mocktail’ อะไรแบบนี้ครับ

ปกติถ้าเป็นค็อกเทล มันก็จะใช้เหล้ากับผลไม้ นู่นนี่นั่น แต่ถ้าเราต้องต้มชามาเป็นหัวเชื้อแทนเหล้า แล้วชงให้เป็นเหมือน mocktail มันก็น่าจะได้ว่ะ ผลที่ออกมาคือ รสชาติมันก็จัดจ้านขึ้น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ไปเลย

หรือถ้าพูดถึงเรื่องแนวการแต่งร้าน เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะนิยามยังไง (หัวเราะ) แต่เคยมีลูกค้ามาบอก แล้วรู้สึกว่า เออ คํานี้มันถูกจริตเราที่สุด ก็คือ ‘บ้านคุณย่า’ แบบคุณย่าคุณยายจิบชา Cozy อบอุ่น อะไรแบบนั้น

ปกติเราเป็นคนชอบดื่มชาแบบไหน

เราชอบชาผลไม้มากๆ เพราะว่าแต่ก่อนตอนที่กินชาผลไม้ คือไปกินชาซองแบบที่มีขายทั่วไป แล้วรู้สึกว่าทําไมออกรสออกชาติได้ขนาดนี้วะ? แต่พอศึกษาแล้ว มันมีการใส่กลิ่น มันมีการใส่รส มันไม่ใช่แค่ผลไม้สด เราก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย! ถ้ามันเป็นผลไม้สดล่ะ ถ้ามันเป็นสิ่งที่เราเองเลือกเองว่าอันนี้มันต้องมิกซ์อันนี้ เราก็พยายามจะต่อยอดจากสิ่งที่เราชอบเนอะ

ถ้าเป็นกาแฟเขาเรียกว่า Slow-bar ใช่ไหม? แบบค่อยๆ ชง ค่อยๆ ดริป อะไรแบบนั้น เราก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย ชามันควรจะทําได้ดิ ชามันควรจะเป็นแบบว่ากูไม่อยากรอ 3 นาที ในความที่ชาต้องกินแบบเย็น แล้วทำแค่ 3 นาทีแล้ว รสชาติที่ออกมามันใสซะจน คนที่ไม่กินหรือคนที่ไม่ get เขาเข้าไม่ถึง เรารู้สึกว่าอยากทําชาให้คนเข้าถึงมากขึ้น ก็เลยลองดีดรสชาติออกมาให้มันมากกว่านั้น เลยออกมาในสไตล์ที่เป็นชาม็อกเทลขึ้นมา

สิ่งที่เราชอบในการได้มาทำ MossTea คืออะไร

จริงๆ ต้องขอบคุณลูกค้าที่บางทีเข้ามาแล้วก็ อยากได้ชาแบบนี้ คือบางทีเขาพูดออกมา แบบอยากได้อันนี้ ผสมอันนี้ บางทีเราก็รู้สึกว่า เอ๊ะ! มันได้ไหมนะ? แต่เราก็ทําให้ และมันก็ออกมาอร่อยด้วย แล้วเรารู้สึกว่า ครั้งหน้าที่เขามา กูจะทําได้เหมือนเดิมไหมวะ? (หัวเราะ)

คือมันกลายเป็นว่า มันเป็นวันต่อวันอะไรอย่างนี้ กลายเป็นว่าลูกค้าก็รู้สึกประทับใจ แล้วเราก็รู้สึกแปลกใจด้วยว่า สั่งอะไรที่นอกเหนือจากเมนู แล้วเราทําออกมาได้ว่ะ

เขาเรียกว่าอะไรนะ? เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกวันจากการที่ลูกค้ามาเลือกชา เบลนด์ชา แบบว่า มันทําแบบนี้ได้ด้วย มันมีสูตรนี้ด้วยว่ะ บางทีเมนูใหม่ใหม่ก็เกิดจากลูกค้าที่มาสั่งนี่แหละ มีเมนูหนึ่งที่เป็นชา Earl grey ใส่ไซรัปอื่นที่ไม่มีอยู่ในเมนู พอเขากินกันแล้วบอก เฮ้ย! อร่อย แล้วเรารู้สึกว่าพอเราทําแล้วเรามา adapt สูตรนิดนึง แล้ว add เข้าเมนูเลย นี่คือตัวอย่างนะ มีอย่างนี้หลายแก้วอยู่ (หัวเราะ)

ปกติเราจะเห็นแต่ร้านกาแฟ แต่ทำไมเราถึงสนใจทำร้านน้ำชา

ความชอบนั่นแหละครับ ความชอบเป็นหลักเลย เพราะเหมือนกับว่าเราเรียนมาแล้ว เราก็อยากจะเอามันออกมาใช้อ่ะ จนมันมาบรรจบกันที่เป็นร้านที่เป็นคอมมูนิตี้ของคนรักชา ทุกคนก็มีสังคมของตัวเองเนอะ ทุกคนมีเหตุผลหมดเลย แล้วเราก็รู้สึกว่า เอ้ย! มันก็น่าจะมี คอมมูนิตี้ของคนรักชาบ้างในแถบนี้ ทําโดยการที่เรายังไม่ได้เป็นคู่แข่ง ไม่ได้เป็นอะไรกับใคร เลยรู้สึกว่ามัน feel good กับตัวเองด้วย

เรามองว่าอนาคตอาจจะเติบโตเท่ากับสังคมของคนทานกาแฟได้นะครับ หมายถึงว่า ชามันก็มีมิติ พอๆ กับกาแฟเหมือนกัน คือคนที่หันมาทานชา มาดื่มชาเนี่ย ก็เพราะว่าอาจจะไม่ชอบรสขมของกาแฟ แต่ว่ายังต้องการคาเฟอีน ซึ่งชาก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากที่เราเปิดร้านมา ทุกคนที่เข้ามาก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่ไม่กินกาแฟเลย มีตัวไหนที่แบบว่ากินแล้ว fresh บ้าง กินแล้วตื่นบ้าง มันมีจริงๆ นะ มันคือกลุ่มคนเดียวกัน แต่มันไม่ได้บรรจบกันอยู่ มันก็แค่แบบว่าเดินไปด้วยกันกับคำว่าคาเฟอีนนะ แต่ทํายังไงก็ได้ให้มันเป็นประโยชน์กับตัวเอง หมายถึงว่าเราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มทางเลือกการเสพคาเฟอีนครับ

ยากไหมกับการเปิดร้านแนวนี้ที่บางแสน

จริงๆ เราก็แอบทำข้อมูลเหมือนกันนะ ก็รู้สึกว่าที่ทำไปเนี่ย มันเข้าถึงความเป็นตัวเองได้มากขึ้น เหมือนปลดปล่อยตัวเองจากที่เก่า เพราะที่เก่ามันสโคปด้วยความเป็นชุมชน แต่เราไม่ได้ว่าว่าชุมชนไม่ดีหีรืออะไรนะ แต่หมายถึงว่าพอเราไปอยู่ที่ไหน เราต้องหลิ่วตาตามเขา ที่บ้านเรามันไม่สามารถที่จะออกแอคชั่นความเป็นเราได้มากขนาดนี้ แต่ว่าพื้นที่ของที่นี่ มันปล่อยความเป็นเราได้มากขึ้น แล้วมันมีคนที่พร้อมเสพ มีคนที่พร้อมที่จะมาลอง มีคนที่อยากศึกษา เราก็เลยรู้สึกว่า มันเป็นพื้นที่ของเรา มันตอบโจทย์

ที่ไปหาข้อมูลมา คือเราอยากรู้ว่าเรามาถูกทางไหม? แต่ปรากฏว่าพอไปรีเสิร์ชมาจริงๆ ร้านของคนอื่นๆ เขาจะแบบว่าเต็มระบบไปแล้ว แต่ร้านเราไฟยังไม่มีโคมเลย (หัวเราะ) แต่คิดว่า เออ อันนี้มันน่าจะเป็นจุดขายเราที่เราเข้าถึงลูกค้า แล้วลูกค้าเข้าถึงเรา เหมือนเราไปด้วยกันได้อะไรอย่างนี้ครับ

มีหลายคนบอกว่าร้านนี้เป็นร้านลับ ลับจริงไหม?

เยอะมากที่บอกว่า อุ้ย! ร้านลับมาก คือต้องบอกก่อนว่าจริงๆ ไม่ได้อยากให้มันเป็นร้านลับขนาดนั้น เราอยากเติบโตเหมือนกันนะ แต่ว่าด้วยความที่ทําร้านด้วยตัวคนเดียว รายละเอียดบางอย่างมันอาจจะต้องค่อยๆ ทำ ก็เลยกลายเป็นว่าทางเข้ายังไม่ได้ทํา แต่ก็กลายเป็นร้านลับไปแล้ว คือไม่ได้แบบว่า “อ๋อ วันนี้ผมรับแค่สี่คนนะครับ” ไม่ใช่นะ (หัวเราะ)

เพราะตอนแรกๆ การทํา การปรับปรุงหลายๆ อย่าง เราต้องลงทุนหมดเลย มันคือเรื่องงบประมาณล้วนๆ คําว่าร้านลับเนี่ย อาจมาจากการที่เรากําลังเก็บเงินเพื่อลงทุนอยู่ เหมือนผ้าม่านกับกระจก ผ้าม่านถูกกว่าสามเท่า เราก็เลยเลือกเอามากั้นแอร์ก่อนละกัน เพราะข้างนอกเป็นประตูไม้ อย่างน้อยพอคนมาก็เย็นเหมือนกัน

ทำไมต้องเป็นพื้นที่หนองมน/บางแสน จ.ชลบุรี

เราคุ้นเคยกับคนที่นี่ เรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตตั้งแต่ตอนเรียนมหา’ลัย จบมาแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ มันก็เลยรู้สึกว่า คือบ้านหลังที่สอง ที่เราเข้าใจบริบทพื้นที่ของมัน คิดว่าน่าจะทําอะไรออกมาแล้วน่าจะง่ายกว่าที่อื่น คงเป็นเรื่อง ‘มนต์บางแสน’ แหละมั้ง มาอยู่แล้ว ก็จะไปที่อื่นยาก (หัวเราะ)

แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่ง คือเราไปดูดวงกับหมอดูตอนก่อนเปิดร้าน หมอดูบอกว่ามีสองสถานที่ ที่ทําแล้วรุ่ง แล้วเขาก็บอกว่าเป็นจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับทะเล เราก็มาคิด สงขลาก็ทะเล บางแสนก็ทะเล ก็เลยมีความกล้าที่จะทำเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย (หัวเราะ)

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ในตอนแรกไหม

ตอบโจทย์มาก เหมือนตอนเนี้ย ถ้ามีอยู่ 10 ขั้น เรากําลังเดินไปเรื่อยๆ แล้วมันมา 5 ขั้น มันมาครึ่งทางแล้ว ตอนนี้มันเหลือแค่การที่สโคปให้ทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ครับ ก็ถือว่ามันไปในทิศทางที่เรากําลังจะให้ไปอยู่

เมนู Signature ของร้าน MossTea คืออะไร

จริงๆ ก็คือตัวเราที่เราบอกว่าอยากทําชาเป็นผลไม้ขึ้นมา มันก็คือเป็นเบสของเมนูชา เขาเรียกว่าชาแดง เป็นชาใต้ของที่บ้านเลย เอามาให้คนที่นี่ได้รู้จักกัน แต่ว่าด้วยความที่พอมันอยู่ในร้าน ก็เลยพยายามทําให้มันแตกต่างและเพิ่มคาแรกเตอร์เข้าไป กลายเป็นชาแดงในรูปแบบของ MoseTea ครับ แล้วก็มามิกซ์กับตัวผลไม้ครับ เขาเรียกว่าเป็นฟรุตตี้ ซึ่งจะเป็นได้หลายๆ ตัวอีก ก็คือมีพวกสตรอว์เบอร์รี พีช ส้ม มะนาวอย่างเนี้ยครับ

ถ้าเป็นเมนูแนะนำ ก็เป็น MossTea Peach ครับ ออนท็อปด้วยเลมอน เมนูนี้คือมันก็มาจากลูกค้าอีกที เรารู้สึกว่าเราทําแล้วเรารู้สึกโอเค อร่อย แต่ตอนแรกเราไม่กล้าขาย แต่กลายเป็นว่าพอทุกคนมาแล้วบอก อยากดื่มชาพีช แล้วมีชาพีชตัวนี้ พอสั่งแล้ว เฮ้ย! ทําไมรสชาติมันเป็นอย่างงี้วะ แต่ว่ามันไปในทางที่ดีนะ เฮ้ย! แสดงว่ามันได้เว้ย ก็เลยลากมันมาเรื่อยๆ

ถ้าให้คิดถึงเมนูชาที่เบลนด์ความเป็นภาคตะวันออก คิดว่าจะเป็นเมนูไหน?

คือเราก็เคยคิดว่า อยากจะทําชาอะไรที่มันออกแนว เป็นข้าวหลามนะ คือเคยคิด เคยลองทําแล้วด้วย ทุกอย่างมันเทสต์หมดแล้ว เป็นเมนูแรกที่เทสต์เป็น signature แต่ผลที่ออกมาก็คือ ไม่ได้ไปต่อ เพราะว่ามันกินยาก (หัวเราะ)

แต่ด้วยความบังเอิญ วันนั้นก็ไปเดินตลาดหนองมนนี่แหละ ไปหาวัตถุดิบ จนมาจบที่ตัวหนึ่งก็คือเป็นน้ำดอกมะพร้าวน้ำตาลสด ที่หนองมนมีขายเยอะมาก เราก็เลยคิดว่า เออ! ลองดู ก็เทสต์ไปเทสต์มาจนมาจบเป็น ชาอู่หลงน้ำดอกมะพร้าวครับ เป็น signature ของทางร้านเหมือนกัน

ภาพร้าน MossTea ในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป

จริงๆ ก็มีแพลนที่จะกลับไปเปิดที่บ้านอีกรอบหมือนกัน แต่จะเป็นในรูปแบบที่ อาหาร 70% ชา 30% ด้วยความที่เรารู้สึกว่ามันยังไปต่อได้อยู่ กับความที่แม่ของตัวเองทํากับข้าวอร่อยอยู่แล้ว แต่อาจจะเปิดเป็นแนวอาหารตามสั่งในรูปแบบบาร์ ครับ ถ้าอนาคตอยากจะแตกออกไปอย่างนั้น

ถ้าสําหรับที่หนองมน ก็อยากจะให้มันกลายเป็น ‘Tea Gallery’ ไปเลยก็ได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้พอมีน้องๆ ที่ออกแนวศิลป์เขามาเขาก็รู้สึกว่า อยากมาจัดงาน เราก็สนับสนุนเต็มที่เลย อยากจะทําแกลลอรี่ อยากจะมาโชว์งานเซรามิก อยากจะอะไร เราให้ใช้สถานที่ได้แบบฟรีๆ เลย คือจริงๆ อยากจะบอกผ่านทางนี้ไปเลยว่า ถ้ามันมีงาน หรืออยากจะโชว์อะไร สามารถทําให้ที่นี่เป็น community ของพวกคุณได้นะ

แล้วก็มีแพลนที่จะทําห้องข้างบนครับ ก็คือทำเป็นห้องมืดที่คนสามารถขึ้นไปนัดเดทกัน เหมือนในหนังเรื่อง About time สั่งชาขึ้นไปดื่ม ไปคุยกันอย่างเนี้ย คือเป็นนัดบอร์ด นัดเดท ขึ้นไปปุ๊บ คุณสามารถคุยกันได้ แต่ไม่เห็นหน้ากันนะ ข้างบนจะเป็นห้องมืดเลย แล้วถ้าโอเค ตกลงอาจจะลงมากินชา คุยสานต่ออะไรก็ว่ากันไป (ยิ้ม)

แล้วในฐานะที่มาอยู่ภาคตะวันออกแล้วคิดว่า อยากเห็นภาคตะวันออกเป็นแบบไหน?

สําหรับเรา มันคือบ้านได้ไหมนะ? แต่เป็นบ้านที่ทําธุรกิจได้ดี เหมือนอารมณ์อยู่บ้านที่เมืองใหญ่อ่ะ เวลาจะทําอะไรมันง่าย ทุกอย่างมันเติบโตไปหมด รู้สึกน่าจะเป็นอย่างนั้น อาจจะเพราะด้วยความที่เราคุ้นเคบกับพื้นที่มาตั้งแต่ตอนเรียนมหา’ลัยด้วยแหละ อะไรๆ ก็ดูง่าย ดูไปต่อได้

จริงๆ อยากให้ที่นี่มันเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ นะ ตอนนี้มันก็โตอยู่แล้วแหละ ถ้าในเรื่องของธุรกิจของเครื่องดื่ม อะไรหลายๆ อย่าง ตอนนี้มันกําลังโตไปเรื่อยๆ เราก็มาได้ถูกทางแล้ว เพราะว่าตอนนี้คนในเจนใกล้ๆ กัน เขาอยากที่จะมีธุรกิจของตัวเอง แล้วไม่ได้แบบ งูๆ ปลาๆ อ่ะ แต่แบบมันตั้งใจจริง ซึ่งไม่ใช่แค่อยู่ในบางแสนนะ เพื่อนที่เรียนจบ ทำงานกันไปแล้ว ก็กลับไปทําที่บ้าน กลับไปพัฒนาด้วยการที่เอาสกิลที่ไปเรียนมา หรือได้มาจากการทำงาน ทุกคนกําลังทําให้บ้านเกิดในภูมิภาคตรงนี้มันต่อยอดขึ้นไปอีก

 

เมื่อบทสนทนาจบลงแล้ว ก็ถึงเวลาจิบชาที่เป็นเมนู Signature จากทางร้าน MossTea ที่มอสภูมิใจนำเสนอ

เมนูแนะนำจาก MossTea

ชื่อเมนู : MossTea Peach 

รสชาติ : เปรี้ยวๆ หวานๆ มีความเข้มข้นของชาแดง มีกลิ่นหอมเลม่อน และมี texture ของเนื้อเลม่อน

ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปี้กระเป่า

ชื่อเมนู :ชาอู่หลงน้ำดอกมะพร้าว

รสชาติ : นัวๆ มีรสเข้มของชา กลิ่นชาอู่หลงชัดเจน มีกลิ่นส่าเหล้านิดๆ จากน้ำตาลดอกมะพร้าว

ให้ความรู้สึกละมุน นุ่มๆ สบายๆ เหมือนกินชาตอนเช้า

 

ติดตาม MossTea ได้ที่

Facebook : MossTea

Instagram : MossTea_Bangsane

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR