/

เมื่อไรเดอร์ จน – เจ็บ -ตาย จากนโยบายที่ไร้ความยุติธรรม คุยกับ สมชาติ เรืองภู สมาคมไรเดอร์ภาคตะวันออก

“สังคมได้อะไรจากบริษัทแพลตฟอร์มนอกจากค่าอาหารที่ “แพงขึ้น” และไรเดอร์ “เจ็บตาย” จากนโยบายบริษัท”

นี่คือหนึ่งเสียงสะท้อนจาก สหภาพไรเดอร์ ต่อแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่ ที่ในทุกวันนี้ การสั่งอาหารผ่านการใช้แอพ ดูจะเป็นเหมือนหนึ่งสิ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว และบริษัทแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่ต่างๆ ก็ดูจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางปัญหาอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น และส่งผลให้ทั้งผู้ซื้อ และผู้ส่ง ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุต่างๆ ที่ตามมาเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ ท่ามกลางประเด็นการลดค่ารอบของแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่เจ้าหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแส #หยุดเอาเปรียบไรเดอร์ เราจึงได้เห็นภาพการรวมตัวกันของไรเดอร์ในหลายๆ จังหวัดอีกครั้ง เพื่อเป็นการส่งเสียงถึงบริษัทแพลตฟอร์มว่าควรมีความเป็นธรรมในการรับผิดชอบดูแลเหล่า ‘ไรเดอร์’ ผู้เป็นมดงานที่สร้างความมั่งคั่งให้กับบริษัททเหล่านี้ให้มากขึ้น

ชวนทำความรู้จักกับ ชาติ – สมชาติ เรืองภู ประธาน สมาคมไรเดอร์ภาคตะวันออก ได้กล่าวว่า ทุกวันนี้ ปัญหาของไรเดอร์ต่อแพลตฟอร์มยังไม่ถูกแก้ไข วิธีการเดียวที่เสียงของพวกเขาจะดังขึ้นได้คือการรวมกลุ่มกันเพื่อขับเคลื่อนประเด็นปัญหาที่มี และส่งเสียงออกไปสู่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้มีความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่รอวันสะสาง

ร่วมฟังเสียงสะท้อนจากตัวแทนของเหล่าไรเดอร์ พร้อมกับข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในมุมมองของคนทำงานผ่านบทสัมภาษณ์นี้กัน

มาประกอบอาชีพไรเดอร์ได้ยังไง?

ผมเป็นคนชลบุรีตั้งแต่กําเนิดเลยครับ บ้านผมอยู่หนองรี อำเภอบ้านบึงนี่แหละ แล้วก็เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ตอนเรียนเนี่ย ผมก็หารายได้พิเศษในการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คือเราก็ชอบขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งนานแล้ว หลังจากนั้นก็ได้มาทําอาชีพขับรถตู้รับส่งพนักงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม แล้วพอดีว่ามีรุ่นน้องได้ชวนเข้ามาเป็นไรเดอร์ ก็เลยเป็นไรเดอร์มาเรื่อยๆ ครับ

เราทํางานกับบริษัทแฟลตฟอร์มมาประมาณ 3-4 ปีได้ ก็คือทําตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลย คือช่วงก่อนโควิด ทุกวันนี้เราก็ประกอบ 2 อาชีพ ทั้งรับ-ส่งพนักงานในนิคมฯ แล้วถ้าเหลือเวลาเราก็จะมาขับแพลตฟอร์มครับ

มันก็เหมือนเป็นอาชีพเสริม สมมุติว่าช่วงนี้โรงงานไม่ค่อยมีโอที พนักงานเขาก็จะหันมาเป็นไรเดอร์ควบคู่กันไป เป็นรายได้เสริม เพราะว่าทุกคนมีหนี้มีสินเนอะ (หัวเราะ)

ปัญหาจากการประกอบอาชีพไรเดอร์ที่เราพบเจอคืออะไร?

สมัยก่อนผมทำงานครึ่งวัน ได้มาแล้วพันกว่าบาท แต่สมัยนี้ครึ่งวันบางทีได้สามร้อย มันก็เกี่ยวกับเศรษฐกิจด้วย เพราะว่าถ้าเศรษฐกิจดี เขาก็อาจจะสั่งกันเยอะกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าสั่งกัน ผมอยู่ในเขตนิคมฯ จะรู้เลยว่า เดือนนี้จะได้ยอดเยอะทันทีเลย แต่ตอนนี้ขนาดเงินเดือนออกยังแทบไม่มีใครสั่ง ผมบอกเลยว่าสมัยก่อนในนิคมฯ ผมวิ่งกันแบบยางไหม้เลยดีกว่า (หัวเราะ) แต่ช่วงนี้มาเศรษฐกิจไม่ค่อยดี เงียบกริบ หลังโควิดมานี่ก็ค่อยๆ ลดลง มันก็เป็นวงจรของมัน

อีกเรื่องในตอนนี้ที่เป็นประเด็นในหมู่ไรเดอร์คืองาน bash (แบช) มันคืองานเพิ่มจากหนึ่งมาเป็นสอง จากสองมาเป็นสาม ในการวิ่งหนึ่งรอบ พูดแบบภาษาชาวบ้านเลยก็คือออกหนึ่งครั้งเนี่ย เราต้องรับสามงานติด แล้วทีนี้ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เวลาเราไปส่งของให้ลูกค้าช้า ของไม่เหมือนตอนอยู่ที่ร้าน น้ำแข็งละลายบ้าง บางคนเขาไม่เข้าใจ เพราะแพลตฟอร์มไม่เคยแจ้งลูกค้าเลย พอทางแพลตฟอร์มเขาไม่ได้แจ้ง คนที่โดนก่อนคือไรเดอร์ครับ แล้วการที่เขาให้งาน bash มาบางตัว ถ้าเกิดมันวิ่งส่งฝั่งเดียวกัน มันก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ แต่ทีนี้งาน bash บางที่มันทำให้เราต้องวิ่งออกไปนอกเขตที่เราอยู่ มันทําให้เสียเวลาแล้วก็เสียน้ำมันเพิ่ม บางที่เสี่ยงอันตรายจากรถสิบล้อมั่งอะไรมั่ง บางคนเลยต้องจำใจขี่ย้อนศรแม้รู้ว่ามันผิด เราเลยรู้สึกว่าแพลตฟอร์มค่อนข้างปัดความรับผิดชอบมาให้ไรเดอร์อยู่ตลอด

อีกเรื่องหนึ่งคือการเติมเครดิต คุณจะรับงานได้ คุณก็ต้องเติมเครดิตเข้าไปด้วย คุณถึงจะได้งาน มันเหมือนเป็นการหมุนเงินเพื่อให้ร้านค้าหักค่าอาหารกับเราไปก่อน สมมติมีเครดิตแค่ร้อยนึง ส่งให้สองงานก็คือหมด จบวันนั้นเลยถ้าไม่มีตังค์เติมเข้าไป ตอนเช้ามาเราต้องดูยอดเครดิตเราแล้วว่าเหลือเท่าไหร่ สมมุติว่าเหลือต่ำกว่า 50 บาท มันก็จะเปิดระบบไม่ได้ พอเติมเข้าไปสัก 500 บาท เราจะได้งาน แล้วเขาก็จะเอาเงินที่เราเติมเนี่ย ไปหักให้ร้านค้า โดยที่ว่าบริษัทฯ ไม่ได้ลงทุนหรือทําอะไรเลย กลายเป็นว่าแพลตฟอร์มไม่เสียอะไรเลย เราเหมือนไปเสียให้เขาซะด้วยซ้ำ แล้วบริษัทฯ บอกว่ายุติธรรม ผมอยากทราบว่าจริงว่าบริษัทฯ ยุติธรรมตรงไหน?

‘ค่ารอบที่ไม่เป็นธรรม’ คืออะไร ไม่เป็นธรรมยังไง?

ค่ารอบตอนนี้มันไม่เวิร์กเหมือนสมัยก่อนนี้ครับ แรกๆ ที่ผมวิ่งเขาเรียกกันว่าแอพส้มเขียว ราคาเริ่มต้นคือ 3 กิโลฯ แรก 75 บาท ตอนนั้นยังไม่มีโควิดด้วยนะครับ แล้วพอมาช่วงโควิดเขาปรับลดลงมาเหลือประมาณ 50-60 บาท เราก็ยังพออยู่กันไหว ยังโอเค บวกกับตอนนั้นราคาน้ำมันก็ไม่แพง แล้วงานเขาก็เยอะ รอบเดียวส่งแค่ออเดอร์เดียว ไม่เหมือนตอนนี้ ทีนี้ตอนหลังมา ก็กลายมาเป็นแอพเขียวเต็มรูปแบบเลย พอแอพเขียวเข้ามา 3 กิโลฯ แรก มันเหลือ 45 บาท ก็ลดมาเรื่อยๆ

ตอนที่พวกผมประท้วงกันครั้งแรก ตรงที่ที่ว่าการอำเภอศรีราชา ตอนนั้นมันลดลงมาเหลือ 32-33 บาท พอมันลดมาเรตนั้น เรารับไม่ได้แล้ว เพราะว่าค่าครองชีพมันสูงกว่านั้น ค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอของรถมันเยอะ ถามว่างานเยอะไหม มันก็เยอะ แล้วเราก็วิ่งให้เยอะเพราะว่าเราก็อยากได้ตังค์เหมือนกัน แต่พอลองคำณวนกันดูแล้ว โห! แค่ค่าสึกหรอรถก็ไม่ได้แล้ว ไอ้ที่วิ่งมาสองเที่ยวเอามาบำรุงรถก็หมดแล้วนะ ผมก็เลยคิดกันว่าเราไม่ไหวแล้ว ก็เลยคุยกันทุกๆ เขต เขาจะมีหัวหน้ากลุ่มของแอพเขียวในแต่ละเขตนะครับ ก็รวบรวมกันในเขตจังหวัดชลบุรี ถามน้องๆ กันว่า เฮ้ย! เราต้องทําอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อผลักดันค่ารอบขึ้นมาเหมือนเดิม เราถึงจะอยู่กันไหว

ภาพจาก : ประชาไท

จุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มต่อสู้เรื่องแรงงานแพลตฟอร์มมาได้ยังไง?

ครั้งล่าสุดที่ประท้วง เราก็เลยฟอร์มกลุ่มกันขึ้นมา แล้วก็เริ่มคุยกับทางศรีราชาอีกกลุ่มหนึ่งว่ารวมตัวกันไหม? ประท้วงปิดแอพทุกคนเลย ขอแค่วันละ 2 ชั่วโมงก่อน ตอนแรกผมก็ปิดกัน 2 ชั่วโมงใช่ไหมครับ เพื่อดูว่าบริษัทจะมีท่าทียังไง สรุปว่าบริษัทไม่แคร์ ไปเรียกคนที่โดนแบนไปแล้วมาขี่มั่ง โทรไปบอกเขาว่าจะเปิดระบบเดี๋ยวนี้เลย หรือไม่ก็รับคนใหม่เข้ามามั่ง แล้วก็เอาคนของบริษัทลงมารับสมัครคนที่ขี่อีกแพลตฟอร์ม มาเป็นไรเดอร์แพลตฟอร์มนี้ด้วย สมัครแบบฟรีๆ ไม่เสียอะไรเลย แต่คนแรกๆ แบบพวกผมต้องเสียค่านู่นค่านี่ กระเป๋าก็ต้องซื้อเอง เสื้อก็ต้องซื้อเอง เราต้องลงทุนเองทุกอย่าง นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เรายังต้องต่อสู้เรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ และต้องรวมตัวกัน หลังจากนั้นเลยเกิดขึ้นมาเป็น ‘สมาคมไรเดอร์ภาคตะวันออก’ ครับ เราก็ดำเนินการจดจัดตั้งให้เป็นสมาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ในขั้นต้นก็เริ่มจากจังหวัดชลบุรีก่อนครับ ในเขตตัวเมืองกับเขตนิคมฯ รวมไปถึงโดยรอบถนนสุขุมวิทครับ ถ้ามันแข็งแรงพอก็มีแผนที่จะขยายแล้วก็ประสานงานกับจังหวัดอื่นๆ ที่มีไรเดอร์ในภาคตะวันออก เช่นจังหวัดระยอง การทำงานแบบสมาคมคือ ต้องมีตัวแทนหนึ่งคนของกลุ่มหรือจังหวัดนั้นๆ เข้ามา เพื่อมาประสานงานกับสมาคมอีกทีครับ

การรวมกลุ่มสำคัญยังไง ทำไมถึงต้องรวมกลุ่ม?

ถ้าเราไม่รวมตัวกัน หรือว่าทําอะไรซักอย่างเนี่ย มันก็จะเรียกร้องยาก การรวมกลุ่มกันมันจะสามารถทําให้เราเรียกร้อง ต่อรองอะไรได้บ้าง แต่ว่าเราก็ต้องรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องให้เขารู้ว่าเราไม่ไหวจริงๆ เราก็ต้องสู้เหมือนกัน อะไรประมาณนี้ ซึ่งปัญหาแบบนี้นี่มันไม่ใช่ปัญหาในเชิงที่แบบมีแค่คน-สองคน แต่มันเป็นปัญหาของทุกคนที่ประกอบอาชีพไรเดอร์ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่สําหรับคนขี่แฟลตฟอร์มจริงๆ ครับ

ทางสมาคมก็พยายามรวบรวมไรเดอร์ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกวันนี้ ทุกแพลตฟอร์มเป็นเหมือนกันหมดเลย ผมก็เลยอยากให้พี่น้องไรเดอร์ใหม่ๆ ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับเราด้วย แล้วก็อยากให้เขารู้ว่าเราก็มีสิทธิ์เรียกร้องนะ เราก็เป็นแรงงาน ใช้แรงงานเหมือนกัน ให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียว การมีกลุ่ม มีสมาคมเนี่ย มันก็จะได้เจอ พูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความคิดได้ด้วยครับ

สมาคมไรเดอร์ภาคตะวันออก จะมีการทำประกันให้แก่สมาชิกด้วย เป็นประกันกลุ่ม แล้วสามารถใช้ได้เลยตอนเกิดอะไรขึ้น ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทประกันเจ้าหนึ่ง เอาไว้ให้เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพไรเดอร์ครับ

รู้สึกยังไงกับคำที่แพลตฟอร์มใช้เรียกเราเช่น พาร์ตเนอร์ หรืออาชีพอิสระ

มันเป็นอาชีพที่เขาตั้งกฎเองทุกอย่างเลย แพลตฟอร์มจะทํายังไงกับเราก็ได้ อํานาจต่อรองไม่เท่ากัน เราไม่ได้รู้สึกว่าเรามีการมีสิทธิ์ในกับการกําหนดการทํางานของเราได้ แล้วตอนนี้เนี่ย ไรเดอร์ที่กรุงเทพฯ ต้องจองเวลาวิ่งแล้วนะ ผมคิดเลยว่ามันไม่ใช่ มันไม่อิสระแล้ว มันเหมือนมีกฎทุกอย่างให้เราต้องทําตามกฎของบริษัทเขา หรืออย่างคําแบบ ‘เราเป็นพาร์ทเนอร์ เราไม่ได้เป็นเจ้านายลูกน้อง’ มันเหมือนเป็นลูกน้องไปแล้วทุกวันนี้ เหมือนเราเป็นลูกจ้างเขาเลย


แล้วนี่เพิ่งมีกฎใหม่มาอีกนะ ก็คือห้ามไปรับงานนอก นอกจากแอพเขา คุณต้องเลือกวิ่งแพลตฟอร์มเดียว คุณอย่าหลายใจ ประมาณนั้น ซึ่งมันส่งผลให้โดนแบนไม่ให้ขี่ง่ายมาก บางคนโดนไปหลายวัน เพราะดุลยพินิจมันอยู่ที่บริษัทฯ

เหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุดในการประกอบอาชีพไรเดอร์

เรื่องเกิดประมาณปีที่แล้วครับ ก็คือน้องในกลุ่มคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ โดนรถสิบล้อเหยียบ แพลตฟอร์มก็ไม่รับผิดชอบ ไม่รับรู้อะไรเลย แม้กระทั่งงานศพก็ไม่มา ไม่มีแม้แต่พวงหรีด ไม่มีอะไรเลยครับ แถมยังมาถามอีกว่าในเวลางานหรือเปล่า พอถามเสร็จก็ไม่เห็นมีอะไรมาเลย คือเขาก็ให้ทนายเขาคุยกับประกัน ผมก็เลือกที่จะไม่เข้าไปแทรกแซง

แต่จริงๆ แล้ว ถ้าคิดแบบง่ายๆ เลยนะ ผมเป็นลูกพี่เขา เป็นเจ้าของบริษัท แล้วลูกน้องเสียชีวิต ยังไงก็ต้องมางานศพมั่ง ใช่ไหมครับ? นี่ไม่มีแม้แต่พวงหรีด ไม่มีแม้กระทั่งพนักงาน หรือตัวแทนมาเลยสักอย่าง มีแต่พวกผม ผมก็ไป มันก็กลายเป็นว่าเหมือนผมไปในนามบริษัทเขา เพราะว่าเราใส่เสื้อไรเดอร์กันไป

อีกเคสนึง มีน้าอยู่คนนึงเนี่ย หลังประท้วงครั้งล่าสุดผ่านไปได้ประมาณ 3-4 วัน อยู่ดีๆ แกหายใจไม่ออก แกน่าจะวิ่งงานมาเหนื่อยแล้วช่วงนั้นแดดร้อนมาก แกไม่ไหว ออเดอร์ยังคามืออยู่เลย ตอนแรกจะไปรับออเดอร์แต่แกวิ่งเข้าบ้านก่อน แฟนแกเล่าให้ฟังว่าแกมานั่งฟุบกับโซฟา แล้วสักพักหนึ่งแฟนแกได้ยินเสียงเฮือก พอเข้ามาเรียกอีกทีก็เสียชีวิตไปแล้ว ทีนี้มีน้องอยู่คนหนึ่ง เขาวิ่งเข้าไปหาก่อน แล้วก็โทรแจ้งบริษัทว่า คนนี้ยังรับออร์เดอร์อยู่ แต่ตอนนี้แกเสียชีวิตแล้ว แกไปรับออเดอร์ไม่ได้แล้ว บริษัทฯ บอกว่า “ต้องหาคนเปลี่ยนค่ะ” นั่นคือปัญหา ช่วยใส่ใจคนตายหน่อยไม่ได้รึยังไง ผมถามหน่อย

หลังจากนั้นก็ถามว่า ที่บริษัทว่ามีหาค่าประกันอะไรให้คนขับไหม บริษัทบอกไม่มี แม้กระทั่งในตอนสุดท้าย พวงหรีดสักพวงก็ไม่ได้ ผมเจอกับตัวเนี่ย ผมพูดไม่ออกเลยจริงๆ

ทางครอบครัวเขาเนี่ย เขาบอกว่าน้าแกอยู่กับแพลตฟอร์มมานานมาก แกขี่มารุ่นแรกๆ แล้วแกอายุเยอะแล้ว แกคงไปทําอาชีพยาก นอกจากขี่รถแบบนี้ อย่างน้อยที่สุดถ้ามันมีการรับรองสถานะอย่างชัดเจน ว่าเราก็เป็นลูกจ้างแพลตฟอร์ม การรับผิดชอบจาก จากแพลตฟอร์มมันอาจจะมากกว่านี้ อันนี้เหมือนปล่อยปละละเลยไปเลย คุณเรียกร้องอะไรคุณก็ไม่ได้อะไร

สุดท้ายสมาคมฯ กับ สหภาพไรเดอร์ เลยร่วมกันจัดพวงหรีดให้แกครับ แล้วก็มีมอบเงินเล็กๆ น้อยๆ ให้ไว้กับครอบครัว อาจจะไม่มาก แต่ก็เป็นน้ำใจของพี่น้องไรเดอร์ในกลุ่มทุกแพลตฟอร์มรวมกันไป กลายเป็นว่าเราก็ต้องมาดูแลกันเองในท้ายที่สุด

เราต้องการบอกอะไรถึงแพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่?

เราต้องการเป็นพนักงานที่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.แรงงาน มีประกันสังคม มีอะไรให้ อันนี้ประกันสังคมก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี แถมนี่ก็ต้องมาหาประกันใช้กันเองอีก ส่วนเรื่องค่ารอบ มันไม่เป็นธรรมอยู่แล้ว มันต่ำเกินไป ค่าน้ำมันตอนนี้เท่าไรแล้ว?

ถ้าถามว่าทําไมผมถึงเลือกตั้งเป็นสมาคม คือถ้าเราเป็นสมาคมแล้ว เรามีพลังกว่า สามารถร่างจดหมายส่งให้รัฐสภา หรือรวมเป็นสมาพันธ์กับภาคอื่นๆ ได้ ซึ่งส่งผลดีกับไรเดอร์เอง เพราะเรามีจำนวนมากขึ้น พลังในการต่อรองมันก็มากขึ้น

นอกจากเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม มีเรื่องอื่นๆ ไหมที่เราคิดว่าส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกต้องจัดการปัญหา

อยากให้ส่วนท้องถิ่นดูแลเรื่องถนนที่มันเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะที่เป็นเขตนิคมฯ เพราะบางทีก็มีไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุ ขี่ๆ ไปลื่นล้มแบบนี้ ถ้าเกิดมันพลิก ล้มเลยนะครับ แล้วรถสิบล้อวิ่งตามหลัง เสียวสันหลังมากเขาน่าจะทําถนนให้มันเสมอกันหน่อย

ถึงมันจะดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จริงๆ แล้วมันก็สําคัญมาก ไม่ต้องแค่อาชีพไรเดอร์หรอกครับ มันเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกคนครับ

written by
photo by
Picture of Tapakorn Kamjorn

Tapakorn Kamjorn

Photographer

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR