ช่วงนี้ หนึ่งในโรงไฟฟ้าที่หลายคนอาจจะได้ยินชื่อบ่อยครั้งคือโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ โรงไฟฟ้าก๊าซฟอสซิลแห่งใหม่ที่ได้รับบอนุญาติประกอบกิจการพลังงานเป็นที่เรียบร้อยไปมาดๆ เมื่อ 22 ตุลาคมที่ผ่าน (ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กกพ.เคยสัญญากับประชาชนว่าจะลงมารับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้านก่อนอนุมัติ)
โรงไฟฟ้าแห่งนี้นับเป็นโรงไฟฟ้าที่หลายคนเฝ้าจับตา เพราะก่อนจะมาเป็นโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ในปัจจุบัน ที่แห่งนี้เกือบได้เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกแห่งของประเทศไทย แต่ประชาชนในพื้นที่รวมตัวคัดค้านนื่องจากกังวลถึงคุณภาพชีวิต ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินอันเป็นต้องพับโปรเจ็กต์ไป และได้กลายมาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซฟอสซิลแทน
จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นเวลา 18 ปี ของโปรเจ็กต์โรงไฟฟ้าในพื้นที่ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีขั้นตอนพาให้งงงวยมากมาย อีกทางหนึ่งนี่คือมหากาพย์การต่อสู้ของคนในพื้นที่ที่อยากรักษาความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เอาไว้ ในวันที่เราต่างเฝ้าฝันถึงพลังงานที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย
เราชวนไล่เรียงไทม์ไลน์การกำเนิดขึ้นของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ แนบไปด้วยไทม์ไลน์การปกป้องบ้านเกิดของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนได้ลองสำรวจข้อมูลของโปรเจ็กต์นี้ไปด้วยกัน

7 ธันวาคม พ.ศ. 2550
โรงไฟฟ้าถ่านหิน National Power supply หรือ NPS (ชื่อเดิม) ผ่านการประมูลผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) กับกฟผ. ครั้งที่ 2 ตามแผน PDP 2007 จำนวน 540 เมกกะวัตต์ (โรงไฟฟ้าขนาด 600 เมกกะวัตต์) โดยจะก่อตั้งขึ้นในนิคมอุตสาหกรรม 304 ฉะเชิงเทรา ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แจ้งผลพิจารณารายงาน EIA ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน National Power supply หรือ NPS (ชื่อเดิม) ซึ่งจัดทำโดยบริษัท แอร์เซฟ จำกัด ว่า ผ่านความเห็นชอบ จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
4 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เครือข่ายติดตามผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าฯ ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อขอใช้สิทธิตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ขอให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment : HIA) จากโครงการดังกล่าว
3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ในการประชุม คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพครั้งที่ 7/2553 ที่มีนายแพทย์วิพุธ พูลเจริญเป็นประธานการประชุมได้มีมติเห็นชอบสนับสนุนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชน (Community Health Impact Assessment : CHIA) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล หลักฐาน ผลกระทบต่อสุขภาพชุมชน ในการเข้าไปมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นในกระบวนการ EHAI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
21 สิงหาคม พ.ศ. 2554
รายงาน CHIA ได้ถูกรวบรวมเป็นเอกสาร (ร่าง) ความมั่นคงทางอาหาร กับ พลังงานถ่านหิน : ความขัดแย้งบนพื้นที่เกษตรกรรมและวิถีชุมชนคนลุ่มน้ำคลองท่าลาด และจัดเวทีนำเสนอ ณ หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และประชาชนในพื้นที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยกันตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูล
19 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ภายหลังเติมข้อมูลและประชุมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเด็นโดยเฉพาะแล้วจึงสรุป รายงาน CHIA ออกมาเป็นเอกสาร (ร่าง) อาหาร – ถ่านหิน จุดตัดการพัฒนาบนพื้นที่เกษตรกรรม พนมสารคาม – สนามชัยเขต นำเสนอต่อนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ โดยมี ผศ. นพ. ปัตพงศ์ เกษสมบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์ ม. ขอนแก่น และกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้มาร่วมให้ข้อคิดเห็น ได้แก่ ผู้แทนกรมโรงงาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นักวิจัยจากมูลนิธินโยบายสุขภาวะ นักผังเมืองจากเครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม นักกฎหมายจากโครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากกรีนพีซ และสื่อมวลชลที่สนใจ

22 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ประชาชนได้ร่วมนำเสนอผลรายงานการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพโดยชุมชน (Community Health Impact Assessment: CHIA) กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 600 เมกะวัตต์ จ. ฉะเชิงเทรา ต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ตามมติของคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เพื่อพิจารณาส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองต่อไป และให้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อจัดกลไกในการแก้ปัญหาผลกระทบเดิมที่มีอยู่
12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ทีม CHIA และชาวบ้าน ได้มีโอกาสนำเสนอผลการศึกษาต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ซึ่งลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้รับรายงานฉบับนี้ไปประกอบการพิจารณา รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ร่วมชี้แจงข้อมูลด้วย ซึ่งสรุปว่า คชก. ยังไม่มีการเห็นชอบรายงาน EHIA ของโครงการนี้
ระหว่าง กรกฎาคม – ตุลาคม พ.ศ. 2555
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 เมกะวัตต์ (จ่ายไฟ 540 เมกกะวัตต์) จ. ฉะเชิงเทรา ของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (คชก.) ครั้งที่ 1
17 ตุลาคม พ.ศ. 2556
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 เมกะวัตต์ จ. ฉะเชิงเทรา ของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ครั้งที่ 2 โดยนอกจากชาวบ้านจะมีการเก็บข้อมูลต่างๆในเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งผลิตอาหารมานานกว่า 2 ปี ยังได้มีการยื่นรายชื่อประชาชนกว่า 6,000 คนที่ลงชื่อผ่าน Change.org/stopcoal ให้คชก. พิจารณาด้วยว่ามีคนทั่วประเทศคัดค้านโครงการนี้
14 มกราคม พ.ศ. 2559
พี่น้องชาวฉะเชิงเทรา และเครือข่าย304กินได้ มารวมตัวกัน และเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่บริษัทดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ที่บางปะกง เพื่อยื่นรายชื่อกว่า 10,000 รายชื่อ พร้อมกับแถลงการณ์ร่วมกับอีก 45 เครือข่าย ขอให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ก่อนเดินทางไปที่หน้าสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) พิจารณาไม่อนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อนและรอฟังผลการพิจารณารายงาน EHIA จาก คชก.
15 มกราคม พ.ศ. 2559 รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 เมกะวัตต์ จ. ฉะเชิงเทรา ของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ครั้งที่ 3
23 มีนาคม พ.ศ. 2560 รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 600 เมกะวัตต์ จ. ฉะเชิงเทรา ของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ไม่ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ครั้งที่ 4
ในการพิจารณาครั้งนี้ คชก. ให้แต่ละฝ่ายเข้าให้ข้อมูลฝ่ายละ 15 นาที โดยมีการถกเรื่อง EHIA นานถึง 5 ชม. แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ด้านชาวบ้านได้นำผัก-ผลไม้อินทรีย์ไปขายที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย

24 มกราคม พ.ศ. 2562
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (NPS) สามารถขอเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติได้ ซึ่งกระทรวงพลังงานมีความเห็นว่า “ปัจจุบันมีการต่อต้านเชื้อเพลิงถ่านหินของสังคมและประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้องมีการปรับเลื่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือปรับแผนเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินจากแผน PDP2015 ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เคยมีมติอนุมัติให้โรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซธรรมชาติได้ ดังนั้น จึงเห็นควรให้สามารถพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติได้ตามความเหมาะสมเป็นรายโครงการ โดยให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นสำคัญ”
30 เมษายน พ.ศ. 2562
คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP2018 โดยที่ยังใส่ตัวเลขสัดส่วนเชื้อเพลิงจากถ่านหิน เข้ามาในระบบในระหว่างปี พ.ศ. 2569-2570 รวม 540 เมกะวัตต์ แต่มีหมายเหตุว่า “เนื่องจากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟาเชื้อเพลิงถ่านหินยังไม่ได้รับการยอมรับจากภาคประชาชนทำให้การพัฒนาโครงการมีความล่าช้า และอาจไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนฯ จึงอาจพิจารณาให้มีการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงได้ตามความเหมาะสม”
3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ คณะกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการเจรจาราคารับซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มบริษัท NPS ในกรณีการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ โดยให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้ กกพ. ยืนยันว่า การปฏิบัติดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดกับกฎหมาย และเสนอดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป
23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบ ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เจรจากับบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด(มหาชน)หรือ NPS ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการไอพีพี โรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ขนาด 540 เมกะวัตต์ เปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ
12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (NPS) เปลี่ยนชื่อเป็นโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ และได้เข้าลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นระยะเวลา 25 ปี
15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ได้เข้าลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement) กับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เป็นระยะเวลา 25 ปี

20 สิงหาคม พ.ศ. 2562
บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (NPS) ทำหนังสือแจ้งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อขอเพิกถอนรายงาน EIA รฟฟ.ถ่านหิน (ที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว) แต่ยังไม่มีผลสรุปของ EHIA หลังจากเดือนพ.ค. 62 ได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐให้สามารถเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินไปเป็นก๊าซธรรมชาติได้
17 มกราคม พ.ศ. 2563
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอรจี้ ดีเวลลอปเมนท์จำกัด (มหาชน) ได้มีหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท บูรพา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (BPH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (NPS) และเป็นบริษัทที่ถือหุ้นบริษัทอื่น (holding company) ได้แก่บริษัท บูรพา พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด (BPG) เพื่อพัฒนาและดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ จำนวน 540 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา (โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์)
โดยบริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นสามัญของ BPH จาก NPS ในสัดส่วนร้อยละ 35 ที่ราคา 10 บาทต่อหุ้นซึ่งเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้(par value) และได้ชำระค่าหุ้นและรับโอนหุ้นจำนวน 12,075,000 หุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 120,750,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันเดียวกัน
หลังจากที่ผ่านมา กัลฟ์ฯ ได้เข้าซื้อหุ้น ในสัดส่วน49% ในบริษัทหินกองเพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ราช กรุ๊ป เพื่อร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าหินกอง(โรงไฟฟ้าภาคตะวันตก) ขนาด 1,400เมกะวัตต์ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา
20 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ครม.อนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรังปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 rev. 1) โดยหนึ่งในนั้นมีการปรับเปลี่ยนแผนสำหรับโรงไฟฟ้าบูรพาเพาเวอร์ จากเดิมที่จะเข้าระบบปี 2568 และจะเลื่อนวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ไปเป็นปี 2570 พร้อมทั้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง จำนวน 540 เมกะวัตต์
20 มกราคม พ.ศ. 2564
คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เห็นชอบ EIA โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาเพาเวอร์ ระบุว่าเป็นโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าจาก IPP ตามแผน PDP2018 และลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับกฟผ. ในไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2562 โครงการได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐเรื่องการเปลี่ยนเชื้อเพลิง โดยเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ภาคประชาชนในพื้นที่เกิดความสับสนในกระบวนการ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ โครงการจึงได้ดำเนินการแจ้งถอนรายงาน EHIA เดิม

5 มิถุนายน พ.ศ. 2567
คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เห็นชอบ EIA โครงการท่อก๊าซโรงไฟฟ้าบูรพาเพาเวอร์ บริเวณ ตำบลเกาะขนุน และตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ของบริษัท บูรพา พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งจัดทำโดยบริษัท ทีแอลที คอนซัลแตนส์ จำกัด
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
เครือข่ายภาคประชาชน ใน อ.พนมสารคาม และ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และผู้ได้รับผลกระทบที่ดินทำกินจากเครือข่ายคัดค้านระบบโครงข่ายไฟฟ้า ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ของบริษัท บูรพาพาวเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวไม่มีการสอบถามความเห็นของประชาชน ละเมิดสิทธิชุมชน เสี่ยงสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และขัดต่อเป้าหมายลดโลกร้อนของประเทศ
โดยมีนายสมศักดิ์ ฐิติภัค เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เป็นผู้รับหนังสือ ด้าน กกพ. ระบุว่า ยังไม่ได้รับคำขออนุญาตจากโครงการดังกล่าว และจะส่งความเห็นของประชาชนให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
มิถุนายน พ.ศ. 2568
โครงการท่อก๊าซโรงไฟฟ้าบูรพาเพาเวอร์ ยื่นขอใบอนุญาตทั้ง 3 ใบอนุญาต
1) ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน
2) ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารฯ (อ.1)
3) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)
11 กันยายน พ.ศ. 2568
กลุ่มรณรงค์หยุดโรงไฟฟ้าก๊าซ บูรพาพาวเวอร์ – เขาหินซ้อน และ Fossil Free Thailand ร่วมรณรงค์ระดับภูมิภาคเนื่องในแคมเปญ #AsiaDayofActionAgainstCoal เพื่อให้มีการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเร่งด่วนและหยุดสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่
15 กันยายน พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้า เดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านการออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน โรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ 600 MW ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
16 กันยายน พ.ศ. 2568
ตัวแทนชุมชนเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ยื่นเรื่องต่อ ผู้ตรวจราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีขอให้ตรวจสอบโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (ก๊าซฟอสซิล) ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
29 กันยายน พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ ยื่นเรื่อง ต่อ ประธาน กกพ. ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะมีการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน โดยได้มีการประสานงานไปมาอยู่หลายรอบ จนในที่สุดได้วันนัดหมาย คือ 22 ต.ค. 68
3 ตุลาคม พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ มีการรวมตัวกันในเวทีสร้างความเข้าใจ “ทำไมเราต้องร่วมกันหยุดโรงไฟฟ้าบูรพา & เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย” ณ วัดยางแดง ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา เวลา 13.00 – 15.30 น.
6 ตุลาคม พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้หยุดโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาฯ ถึง 3 หน่วยงาน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ เทศบาลตำบลเขาหินซ้อ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา
7 ตุลาคม พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์เปิดแคมเปญ ‘หยุดโรงไฟฟ้าบูรพา เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย’ พร้อมแถลงข้อเสนอต่อ
(1) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พิจารณาไม่ให้อนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน แก่ โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์
(2) เจ้าของโครงการ คือ NPS และ Gulf คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ รวมถึงแหล่งเงินทุน ให้มีการทบทวนยกเลิกโครงการนี้เพื่อเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยให้เหตุผล 5 ข้อ อาทิ ไฟฟ้าล้นเกิน, ปัญหาการใช้น้ำ, การเวนคืนที่ดิน, มลพิษ และไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานหมุนเวียน
และได้มีการส่งตัวแทนเพื่อขอเข้าหารือกับผู้แทน 2 บริษัทเจ้าของโครงการฯ คือ บริษัท DoubleA และบริษัท Gulf เรื่องข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการฯ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ โดยบริษัท DoubleA ได้ตอบกลับว่าผู้บริหารที่เครือข่ายติดต่อขอเข้าหารือคือโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จะติดต่อกลับภายหลัง ขณะที่บริษัท Gulf ส่งเจ้าหน้าที่อาคารมาแจ้งว่าไม่ให้เข้าพบ และไม่ลงรับหนังสือที่เครือข่ายยื่นฯ
นอกจากนั้นได้มีการเริ่มรณรงค์ “แคมเปญ #หยุดโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ #หยุดเพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชน” ร่วมกับกลุ่ม Fossil Free Thailand ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มชุมชนผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนข้อเรียกร้องต่อ กกพ.และกพช.ดังกล่าว โดยตั้งเป้าให้ได้ 10,000 รายชื่อ https://burapa-power.justpow.co/
15 ตุลาคม พ.ศ. 2568
สนง.กกพ. ได้มีมติประชุมเร่งรัดบรรจุวาระโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ให้ กกพ. พิจารณา และ กกพ. ได้อนุมัติใบอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ ก่อนวันนัดลงพื้นที่ฟังชุมชนในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ตามที่ได้นัดหมายไว้
22 ตุลาคม พ.ศ. 2568
กกพ. อนุมัติใบอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ ตามข้อมูลจากเว็บท่าผู้ประกอบการกิจการพลังงาน ระบุว่า ออกใบอนุญาตผู้ผลิตไฟฟ้า ณ วันที่ 22/10/2568 และสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 21/10/2593

1 – 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
เครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์เดินเท้ากว่า 125 กม. จากเขาหินซ้อนสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ โดยการเดินเท้าเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พ.ย. 2568 ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองแปดริ้วและจัดกิจกรรมเสวนาระหว่างทางที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ วันที่ 3 พ.ย.
จากนั้นขบวนเดินถึงกรุงเทพฯ วันที่ 6 พ.ย. และยื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 7 พ.ย.
โดยเครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ให้เหตุผลว่า แม้โครงการจะเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากถ่านหินมาเป็นก๊าซธรรมชาติแล้วแต่เชื้อเพลิงทั้งสองชนิดต่างเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิสซึ่งสร้างผลกระทบใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินความจำเป็นถึงเกือบ 50% จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ทั้งยังมีการเร่งพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการฯ โดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน และการจัดทำรายงาน EIA ที่ล้าสมัย
ยิ่งไปกว่านั้นโครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์มีความต้องการใช้น้ำถึงวันละ 12,000 ลบ.ม. ซึ่งเสี่ยงจะกระทบคลองระบมและการทำการเกษตรในพื้นที่ รวมถึงชาวบ้านยังกังวลเรื่องการลิดรอนสิทธิ์ที่ดินกว่า 500 ไร่ และความเสี่ยงมลพิษทางอากาศ รวมถึง PM2.5 ที่จะเกิดจากกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิง ยังไม่รวมถึงโครงการใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งสวนทางกับความต้องการพลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

อ้างอิง
https://eia.onep.go.th/eia/detail?id=9948
https://app.box.com/s/h4e3dmdioq2bbt974rl77kmz5os4lcdx
ชาวบ้านเฮ!! โรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อนไม่ผ่านEHIA แต่ยังไม่วางใจเหตุโครงการยังไม่เลิก
https://thaingo.in.th/detail/648
ถก EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหิน เขาหินซ้อน 5 ชม.ยังไร้ข้อยุติ : PPTVHD36
กพช.ครั้งที่ 16 วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562
แผนพัฒนากาลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 (PDP2018)
https://dmf.go.th/public/list/data/detail/id/14326/menu/crc32
Click to access PDP2018Rev1.pdf


