ในทุกวันนี้ หันไปทางไหน การเจอป้ายภาษาจีน ร้านรวงโดยคนจีน กลายเป็นภาพที่เราเห็นผ่านตากันบ่อยๆ
และพอรู้ตัวอีกทีการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นเช้าจรดค่ำของคนภาคตะวันออกก็ข้องเกี่ยวไปกับ ‘ทุนจีน’ ที่เข้ามาเติบโตในภูมิภาคนี้ไม่มากก็น้อย เริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำว่าที่หลายอย่างเราก็เอฟมาทางช่องออนไลน์ของแอพพลิเคชั่นจากจีน ออกจากบ้านขับรถก็เป็นรถไฟฟ้ายี่ห้อดังจากจีน หรือถึงแม้จะไม่ใช่ก็ต้องมีชิ้นส่วนในรถที่ผลิตจากจีน จนกระทั่งขับรถมาถึงที่ทำงาน ก็ยังเป็นไปได้ว่าจะเป็นโรงงานจากจีนที่เข้ามาลงทุน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
หรือหลังเลิกงานแวะซื้อข้าวเย็นกลับบ้าน ก็ไม่แน่ว่าร้านอาหารไทยที่เราซื้ออาจจะเป็น ของคนจีนไปแล้วก็ได้ หรือถ้าอยากจะกินทุเรียนสักลูก ในตลาดก็แทบไม่มีทุเรียนเกรดดีๆ ให้คนไทยกินเพราะ ทุเรียนเกรดดีๆ เหล่านั้นถูกล้งจีนเหมาสวนส่งออกไปหมดแล้ว ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ คิดจะไปเที่ยวเกาะล้าน พัทยา หรือบางแสนมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่ที่มากไปกว่านั้นบางครั้งทัวร์ที่คนไทยซื้อหรือโรงแรมที่เราจองก็อาจจะเป็นของจีนด้วยเหมือนกัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากิจวัตรประจำวันของเราอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับ ‘ธุรกิจจากคนจีน’ ไม่มากก็น้อย เราจึงไปสำรวจว่า ธุรกิจจีนที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนภาคตะวันออกมีอะไรบ้าง ผ่านเศรษฐกิจ 3 ขา ซึ่งเป็นเหมือนเศรษฐกิจชูโรงของภาคตะวันออก ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากการสำรวจเท่านั้น

เศรษฐกิจพื้นฐานที่ขับเคลื่อนภาคตะวันออก และการเข้ามาของทุนจีน
ก่อนอื่นต้องบอกว่า เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนภาคตะวันออกของเรา แบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ ได้แก่
- ภาคอุตสาหกรรม
- ภาคการท่องเที่ยวและบริการ
- ภาคเกษตรกรรมและประมง
โดยเริ่มแรกภาคตะวันออกของเรามีเศรษฐกิจที่สมดุลกันอยู่ รายได้ 100% ของจังหวัดในภาคตะวันออก ก่อนยุค Eastern Seaboard ยกตัวอย่างเช่นระยอง มาจากภาคอุตสาหกรรม 30 กว่าเปอร์เซ็น ภาคเกษตรและประมงชายฝั่ง 30 % ภาคบริการและการท่องเที่ยวที่เริ่มเติบโตขยายมาจากพัทยาอีกอีก 30% ต่อมาในยุค Eastern Seaboard เชื่อมต่อกับ EEC รายได้ภาคอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น 70% – 80% กลืนกินสัดส่วนรายได้จากภาคอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามรายได้ทั้งหมดยังคงหมุนเวียน และเติบโตภายในประเทศ ส่งผลให้คนภาคตะวันออกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมยกระดับให้ภาคตะวันออกกลายเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
ย้อนกลับไป 10 ปี ที่แล้วจากอานิสงส์การขยายตัวของ FDI หรือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องทำให้เริ่มมีการลงทุนจากจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย โดย ‘ทุนจีน’ เริ่มเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อราวปี พ.ศ. 2550 โดยเริ่มจากสินค้าการเกษตรอย่างลำไยและทุเรียน ส่งผลให้ราคาสินค้าการเกษตรของไทยสูงขึ้น แต่ก็ตามมาด้วยปัญหาการควบคุมราคาสินคาของพ่อค้าคนกลาง
ต่อมามีการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมหาศาลจนเกิดเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างที่เราเคยได้ยินกันในราวปี พ.ศ. 2556 ซึ่งทำให้เกิดเครือข่ายทุนจีนเข้ามาลงทุนใน supply chain การท่องเที่ยวของไทยโดยในนอมินี ทำให้เกิดธุรกิจการท่องเที่ยวของคนไทยถูกกีดกันออกจาก supply chain ทัวร์จีน และเกิดการเข้ามาซื้อและจับจองอสังหาริมทรัพย์ในไทยผ่านตัวแทนในปี พ.ศ. 2558 จนกลายเป็นการร่วมลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับไทย และในปี พ.ศ. 2559 ใกล้ๆกันก็มีการเข้ามาของ Online Platform จีน เพื่อระบายสินค้าจีนและผูกขาดช่องทางการขายออนไลน์ในประเทศไทย
หลังจากนั้นท่ามกลางปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และการลงนามในมาตรการ CBEM (มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนสหภาพยุโรป) ร่วมถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจโลกภายหลังการฟื้นตัวจากโควิด และปัญหาจีโอโพลิติกส์ทั่วโลก ผลักดันให้นักลงทุนจีนขยับย้ายฐานการผลิต หันมาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งมีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและภูมิศาสตร์ โดยมีการเข้ามาลงทุน ในทุกๆ ภาคส่วนเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นใน ภาคอุตสาหกรรมที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ภาคการเกษตร รวมถึงในภาคการท่องเที่ยว
ภาคอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ EV
เนื่องจากเดิมไทยก็เป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งสำคัญของภูมิภาค มาเป็นเวลานาน มีข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
รวมถึงรัฐบาลมีการส่งเสริมด้านการลงทุน ทำให้อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าของจีนอย่างน้อย 7 บริษัทเลือกเข้ามาตั้งฐาน การผลิตในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง มีมูลค่าลงทุนกว่า 44,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,520 ไร่ และควบคุมแทบจะในทุกองค์ประกอบ ของการผลิตรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น หน่วยทาสี ประกอบชิ้นส่วน ประกอบเครื่องยนต์ และประกอบแบตเตอรี่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนอื่นๆ อันจำเป็น
โดยแทบไม่ซื้อหรือแบ่งส่วนตลาดให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของคนไทยเลย รวมถึงภายในโรงงานผลิตของจีนเลือกใช้เทคโนโลยีในการผลิตแทนการใช้แรงงานคนจึงไม่ส่งผลให้เกิดการแจ้งงานแรงงานไทย เหมือนโรงงานผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นหรือยุโรป
อุตสาหกรรมผลิตแบตเตอร์รี่
ตามรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่า จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานของรัฐบาลไทยทำให้มี บริษัทผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำระดับโลกจากจีน 7 ราย ได้แก่ CATL, CALB, IBT, Eve Energy, Gotion High-tech, Sunwoda และ SVOLT Energy Technology สนในที่จะมาลงทุนในประเทศไทย
ภายในปีนี้ คาดว่าจะผู้ผลิตรายใหญ่อย่างน้อย 2 ราย มีความชัดเจนในการเข้ามาลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ในไทย โดยแต่ละรายจะมีขนาดกำลังการผลิตในเฟสแรกประมาณ 6-10 GWh มูลค่าเงินลงทุนเฟสแรกรวมกันกว่า 30,000 ล้านบาท โดยบริษัท CATL ได้ประเดิมลงทุนกว่า 3.6 พันล้านบาทในจังหวัดชลบุรี เพื่อตั้งโรงงานลิเธียมเรียบร้อยแล้ว
อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
มีรายงานจากประชาชาติธุรกิจว่า มีการเข้ามาของบริษัทผลิตชิ้นส่วนของ อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ประเภทต่างๆ เช่น แอร์ ตู้เย็น ชิ้นส่วนไมโครเวฟ
ที่มีความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าจำนวนมากในการผลิต โดยมีการเข้ามาลงทุน 66 โครงการ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงพบการกว้านซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรีมากกว่า 1000 ไร่ในปี 2566
ในขณะเดียวกันการเข้ามาของอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ แอร์ ตู้เย็น ชิ้นส่วนไมโครเวฟ ฯลฯ จากจีนก็ทำให้ในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ของไทยโดยเฉพาะในขนาด SMEs ได้รับผลกระทบจากการดัมพ์ราคาสินค้าลงมา 35-50% ของอุตสาหกรรมจากจีนทำให้ยอดขายสินค้าประเภทดังกล่าว ของไทยลดลงถึง 30%
และนอกจากนั้นแล้วยังมีแนวโน้มที่จะมีการเข้ามาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ดิจิทัล อุปกรณ์การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคตอีกด้วย
อุตสาหกรรมผลิตโลหะและเหล็ก
อุตสาหกรรมผลิตโลหะและเหล็ก เป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีทั้งการระบายสินค้าและเข้ามมาลงทุนสร้างและผลิตโรงเหล็กมากที่สุดกลุ่มหนึ่งเนื่องจากปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกในประเทศจีน ซึ่งการเข้ามาของกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ส่งผลให้
ภาวะเกิดสินค้าล้นตลาดในไทย เกิดการกดราคาเหล็กในประเทศไทยลง จนสร้างผลกระทบต่อโรงเหล็กของไทยดังจะเห็นได้จากข่าวการล้มละลายของโรงเหล็กหลายเจ้า
โดยมีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ว่า ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะการเข้ามาลงทุนจำนวน 69 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 51,000 ล้านบาท
ซึ่งภาคตะวันออกก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเข้ามาก่อสร้างโรงเหล็กจากจีน ดังจะเห็นได้จากข่าวเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้มีข่าวเคนถล่นทับคนงานประเทศพม่า และเจ้าหน้าที่ชาวจีนเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โรงงานดังกล่าวเป็นบริษัทผลิตเหล็กชื่อดังของจีนที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตเหล็กในไทย
โรงงานรีไซเคิล กำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์และฝังกลบกากอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน (Land Watch Thai) ที่พบข้อมูลการเกิดขึ้นของโรงงานรีไซเคิลและฝังกลบกากอุตสาหกรรมหลายร้อยแหล่งในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเป็นโรงงานจีนที่ได้รับอนุญาต ให้สร้างในช่วงเวลารอยต่อที่ยังไม่มีการบังคับใช้ผังเมือง
เช่นเดียวกันจากข่าวการพบกากแคดเมียม กว่า 6,720 ตัน อยู่ในถุงบิ๊กแบ็กจำนวนมากกระจายอยู่ในพื้นที่ของบริษัทจีนแห่งหนึ่งในตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นกากแคดเมียมที่มาจากจังหวัดตาก ที่ตรวจพบที่โรงงานที่สมุทรสาครก่อนหน้านี้
อุตสาหกรรมยางรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อุตสาหกรรมอาหาร, อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี
นอกจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบันที่ทุนจีนเข้ามามีบทบาท มากที่สุดในภาคตะวันออกแล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่ทุนจีนเข้ามามีบทในภาคตะวันออกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – 2564 ได้แก่ 4 อุตสาหกรรมอันประกอบด้วย อุตสาหกรรมยางรถยนต์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี
โดยอุตสาหกรรมยางรถยนต์ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่มีการเข้ามาลงทุนจากจีนมากติดหนึ่งในสี่ของภาคตะวันออก ในปี พ.ศ. 2561 นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง เผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่ากลุ่มทุนจีนมีแผนจะมาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยางด้วยเงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อผลิตยางล้อรถเก๋ง ยางรถสิบล้อและรถบัส กำลังผลิตรวม 12 ล้านเส้นต่อปี
จนมาถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2566 -2567 BOI หรือ สำนักงานคณะกรรม การส่งเสริมการลงทุน ได้ให้ข้อมูลว่ามีการเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรม ยางล้อรถยนต์ 7 โครงการ ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมูลค่าลงทุนกว่า 44,000 ล้านบาท
ส่วนในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกจากข้อมูลในปี 2664 มีการบันทึกว่า มีจำนวนโรงงานผลิตเมล็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกในจังหวัดระยอง ราว 200 – 300 แห่ง ในจังหวัดฉะเชิงเทราอีกราว 180 แห่ง รวมถึงในจังหวัดชลบุรีที่มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตพลาสติกอีกกว่า 550 แหล่ง ปัจจุบัน ปี 2667 อุตสาหกรรมผลิตพลาสติกทุนจีนก็ยังเป็นอุตสาหกรรม ที่เข้ามาตีตลาดอุตสาหกรรมผลิตพลาสติกของประเทศไทย โดยเฉพาะในประเภท ผลิตภัณฑ์พลาสติก ยางสังเคราะห์และเส้นใยสังเคราะห์ และจีนมีแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบย่อยสลายได้มากขึ้น
เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมอาหารที่มีข้อมูลบันทึกว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารทุนจีนในจังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรามากกว่าจังหวัด 100 แห่ง โดยพบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารทุนจีนในจังหวัดชลบุรีมากที่สุดคือ มากกว่า 200 แห่ง
สุดท้ายอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมีมีข้อมูลบันทึกว่า มีโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมีทุนจีนในอำเภอเมืองระยอง อำเภอบ้านฉาง อำเภอเขาชะเมา อำเภอนิคมพัฒนา รวมมากกว่า 250 โรงงาน

ภาคการท่องเที่ยวและบริการ
ทัวร์อั้งยี่ ทัวร์ศูนย์เหรียญ
มีรายงานข่าวจากมติชนพบว่า หลังการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวจากโควิด มีกลุ่มนักธุรกิจและทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยเเฉพาะทัวร์อั้งยี่ ทัวร์ศูนย์เหรียญผ่านนอมินีคนไทย โดยพบว่าเครือข่ายเหล่านี้กระจายอยู่ในพื้นที่เมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ
โดยทัวร์อั้งยี่ หมายถึง ทัวร์ที่ชาวจีนทำธุรกิจเองทั้งหมด รวมทั้งมีการนำมัคคุเทศก์คนจีนเข้ามาครั้งละ 60 – 80 คน จัดหาที่พักและหางานมัคคุเทศก์ให้ ซึ่งตามกฎหมายเป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้แค่คนไทยเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาไกด์เถื่อนตามมา ในปี 2566 พบ บริษัทนำเที่ยวที่ทำธุรกิจคู่ค้ากับจีนมากจาก 10,000 บริษัท
ผู้ประกอบการรถบัส รถเช่า
ตั้งแต่ลงเครื่องบินเหยียบเท้าลงสนามบินสุวรรณภูมิก็จะใช้บริการของรถบัสที่พานักท่องเที่ยวเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจัดหามาหรือมีเจ้าของเป็นคนจีนโดยในนอมินี นำพานักท่องเที่ยวชาวจีนไปยังพัทยา ชลบุรี โดยนอกจากจะมีคนจีนเป็นเจ้าของกิจการรถบัสแล้ว บางครั้งแม้แต่คนขับรถก็ยังเป้นคนจีนด้วย
เรือโดยสาร สปีดโบ๊ต
เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในภูเก็ตเมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงแล้วต้องการเที่ยวทะเล เช่น ไปเกาะล้าน ก็จะใช้บริการเรือกับเจ้าที่มีการติดต่อไว้แล้วและต่อรอง ในราคาพิเศษสุดหรือบางบริษัททัวร์จีนอาจใช้เรือของตัวเอง ซึ่งเริ่มพบเห็นแล้วหลายพื้นที่ว่ามีการวิ่งให้บริการ
ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก
แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจในจังหวัดชลบุรี กล่าวว่านักลงทุนจีน เริ่มมีเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมขนาด 3-4 ดาวและโครงการพูลวิลล่า ในย่านบางละมุง พัทยา หาดจอมเทียน เหมือนกับทัวร์ศูนย์เหรียญที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
ร้านอาหาร ผับ บาร์ ร้านนวดและนวดสปา
หลังจากท่องเที่ยวแล้วเมื่อถึงเวลาทานอาหาร ก็จะพาไปกินอาหารยังร้านที่ซื้อหุ้นหรือกิจการไว้แล้ว
ยกตัวอย่างกรณีธุรกิจร้านอาหารในย่านวอกกิ้งสตรีทพัทยา พบว่าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารของนายทุนจีน และอินเดีย ที่เปิดแข่งกับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย บางคนอาจร่วมร่วมหุ้นกับคนไทย เพื่อให้คนไทยออกหน้าทำธุรกรรมแทน ซึ่งส่งผลทำให้ค่าเช่าร้าน พื้นที่พุ่งสูงขึ้นจนผู้ประกอบการไทยบางรายสู้ราคาไม่ไหว
ซึ่งนอกจากร้านอาหารแล้วในพื้นที่เดียวกันไม่ว่าจะเป็น ผับ บาร์ ร้านนวดก็เป็นกรณีเดียวกัน มากไปกว่านั้นที่สำคัญคือ ในบางกรณีร้านหรือสถานบริการเหล่านั้นกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมจีนเทาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ด้วย
แหล่งท่องเที่ยว ร้านของฝาก
นอกจากการเหมาแหล่งท่องเที่ยวในไทยแล้ว ทุนจันยังมีการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมลงทุน แหล่งท่องเที่ยวในไทยที่ปิดตัวไปช่วงโควิด แล้วก็จะพาไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็น Outlet ซึ่งทัวร์จีนจะพานักท่องเที่ยวมาซื้อหมอน และที่นอนยางพารา โดยหากคนไทยจะเข้ามาศูนย์การค้าแห่งนี้ต้องใช้บัตรประชาชน น่าจะให้บริการกับกรุ๊ปทัวร์เป็นหลัก
แผงขายวัตถุมงคลในวัด
เคยมีการพบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีรถทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากแวะเวียนมาตลอดทั้งวัน โดยมีกิจกรรมให้การกราบไหว้รูปปั้นพระพรหมสี่หน้า และพาเข้าอาคารหลังหนึ่งมีการปล่อยให้ผู้ประกอบชาวจีนเช่าภายในวัด เพื่อให้กลุ่มทัวร์จีนจับจ่ายใช้สอย ซื้อของที่ระลึก
โดยพระเครื่องที่เปิดให้เช่าราคาสูงถึง 20,000 บาท ซึ่ง ดร.เสมอ งิ้วงาม หรือป๋อง สุพรรณ เซียนพระเจ้าของสถาบันรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลประเทศไทย ระบุว่าเป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ที่ถูกทำเลียนแบบขึ้นมามีต้นทุนไม่ถึง 10 บาท
ร้านขายผลไม้ ธุรกิจผลไม้
ร้านผลไม้หรือ ธุรกิจผลไม้เป็นธุรกิจอีกประเภทที่ได้รับการคุกคามจากทุนจีนเนื่องจาก ธุรกิจประเภทดังกล่าวเป็นกิจการที่นักท่องเที่ยวจีนชอบ เช่น มีร้านผลไม้หลายแห่งที่ทัวร์จีนมักจะพานักท่องเที่ยวลงซื้ออยู่เป็นประจำ
ซึ่งเดิมทีร้านขายผลไม้ หรือร้านน้ำผลเหล่านั้นมีเจ้าของเป็นคนไทย ซึ่งอาจมีการตกลงร่วมกัน แต่ปัจจุบันเริ่มพบว่าทุนจีนมีการขยับขยาย เปิดร้านขายเอง และจ้างคนไทยหน้าร้านเท่านั้น

ภาคการเกษตร
สวนทุเรียน
นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออก เผยว่า ทุนจีนที่เข้ามากว้านสวนทุเรียน และกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อปลูกทุเรียนมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่จันทบุรี และตราด
นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในอำเภอแก่งหางแมวที่มีลักษณะเป็นป่าเสื่อมโทรม จำนวนกว่า 1,300 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้อนุญาตให้ประชาชนสามารถขอเช่าเพื่อทำประโยชน์ได้ แต่กลับมีนอมินีของคนจีนเข้ามาทำสวนผลไม้
โดยรูปแบบการร่วมลงทุนของกลุ่มทุนจีนและชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกจะเริ่มจากการมาติดต่อขอซื้อทุเรียน จนเกิดความคุ้นเคย จากนั้นจะชักชวนให้ร่วมลงทุน บางกรณีใช้วิธีแต่งงานกับคนไทยเพื่อซื้อที่ดิน หรือหาคนมาจดทะเบียนเป็นหุ้นส่วน โดยให้คนไทยถือหุ้น 51% ต่างชาติ 49% ตามที่กฎหมายกำหนด
ทำให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำจนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำที่ใช้นำมาหล่อเลี้ยงต้นทุเรียนระหว่างเกษตรกรไทยและสวนของคนจีน รวมถึงอาจถูกลักลอบเรียนรู้เทคนิคการปลูกทุเรียนส่งต่อไปยังประเทศจีนที่กำลังทดลองปลูกทุเรียนเองด้วย จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสำรวจการถือครองที่ดิน และควรมีกฎหมายควบคุมให้เข้มข้นมากกว่านี้
ซึ่งถ้าหากในอนาคตรัฐบาลเปิดกว้างให้เช่าที่ดิน 99 ปี ได้โดยไม่จำกัดว่าเป็นที่ดินประเภทใดเกรงว่าผลไม้ขึ้นชื่อของภาคตะวันออก รวมถึงที่ดินการเกษตรอันแสนสำคัญของประเทศอาจจะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติทั้งหมด
สวนลำไย
ลำไยเป็นผลไม้ที่ปลูกมากในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและสระแก้วของภาคตะวันออก โดยเฉพาะในอำเภอสอยดาว กับ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 2 อำเภอที่เพาะปลูกลำไยส่งขายให้จีนมากที่สุด ปัญหาของสวนลำไยแตกต่างจากสวนทุเรียนของทุนจีน ตรงที่มีปัญหาการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางชาวจีนที่เข้ามาทำล้งลำไย กว้านซื้อลำไยเป็นจำนวนมากจนสามารถควบคุมราคาสินค้าในตลาดได้ รวมถึงการเข้ามาทำสัญญาซื้อลำไยจากชาวสวนในพื้นที่
แต่สุดท้ายยังไม่ทำการจ่ายเงิน ยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค.2566 มีเกษตรกรประมาณ 100 คนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีที่ยังไม่ได้เงินค่าซื้อขายลำไย นอกจากนั้นยังมี ‘ล้งนินจา’ ที่ทำธุรกิจแบบเลี่ยงกฎหมาย ไม่มีการขึ้นทะเบียนการค้า ไม่เสียภาษี คือ เพียงนำเงินมาซื้อลำไยเมื่อได้กำไรแล้วจะหายไปทันที
สวนผลไม้อื่นๆ (มังคุด เงาะ กล้วย)
นอกจากสวนทุเรียนและสวนลำไยที่พบปัญหาทุนจีน ผลไม้ชนิดอื่นในภาคตะวันออกก็โดนเช่นกัน โดยเฉพาะมังคุด ล้งจีนที่เข้ามามีบทบาทในการรับซื้อมังคุดบางเจ้าใช้วิธีการการเปิดล้งรับซื้อมังคุดช้า ทำให้ราคามังคุดตกลงไป ข้อมูลจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ระบุว่า ใน จ.จันทบุรี จะพบว่าล้งมังคุดที่ได้รับการรับรอง 24 โรง โดยคาดว่าในอนาคตจะมีทุนจีนเข้ามาเปิดล้งมังคุดในจังหวัดจันทบุรีมากขึ้น เนื่องจากได้มีการเปิดตลาดมังคุดเยือกแข็งระหว่างไทยจีนไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ล้งทุเรียน
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยพืชสวน จ.จันทบุรี พบว่ามีล้งที่ได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐาน GMP ในจังหวัดจันทบุรี ทั้งสิ้น 122 โรง ในจำนวนนี้เป็นล้งของพ่อค้าชาวจีนเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากนั้นปัจจุบันยังมีข่าวการเกิดขึ้นของล้งใหม่อีกกว่า 100 แห่ง ซึ่งยังไม่ผ่านมาตรฐานการรับรองและมีเจ้าของส่วนใหญ่เป็นชาวจีนโดยอาศัยชื่อคนไทยบังหน้าในลักษณะนอมินีในการตั้งล้งเพื่อส่งออกทุเรียนไปตลาดจีน
ในรายงานของคณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์ ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดการณ์ไว้ว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้เกรงว่าภายใน 5 ปี ธุรกิจรับซื้อผลไม้ทั้งหมดในจังหวัดจันทบุรีจะเป็นของนักธุรกิจจีนทั้งหมด
และเนื่องจากทุนที่สูงกว่าส่งผลให้ล้งจีนสามารถเปิดรับซื้อทุเรียนในราคาที่สูงกว่า ล้งไทย จนล้งไทยอาจจะสู่ไม่ไหวและปิดตัวหรือขายกิจการให้ทุนจีนต่อไป มากไปกว่านั้นเมื่อทุนจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ในสัดส่วนที่มากกว่าคนไทย ก็จะเกิดความกังขาว่า ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการผูกขาดโดยทุนจีนหรือไม่ ซึ่งเมื่อเกิดการผูกขาดแล้วทุนจีนก็อาจจะสามารถกำหนดราคาของผลไม้ไทยได้ตั้งแต่ในสวนผลไม้เลยทีเดียว
อุปกรณ์อื่นๆ เกี่ยวกับเกษตร เช่น ปุ๋ย ยา
จีนถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยเคมีขนาดใหญ่ของโลก และมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของอุปทานปุ๋ยไนโตรเจนทั่วโลก โดยไทยเป็นประเทศที่จีนส่งออกปุ๋ยมากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ซึ่งการที่จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยเคมีขนาดใหญ่ของโลกทำให้ราคาของปุ๋ยเคมีที่นำเข้ามาในไทยขึ้นอยู่กับต้นทางอย่างประเทศจีน
สำหรับภาคตะวันออกที่เป็นแหล่งปลูกผลไม้ ราคาต้นทุนการผลิตซึ่งรวมถึงราคาปุ๋ยจากจีนจึงเป็นหนึ่งในตัวกำหนดต้นทุน และกำไรของเกษตรกรในภาคตะวันออก ในทางเดียวกันราคาขายของผลไม้ก็ถูกผูกขาดจากล้งจีน ไปพร้อมๆ กับต้นทุนการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงส่วนหนึ่งก็ยังขึ้นอยู่กับราคาปุ๋ยที่มาจากจีนด้วยเช่นกัน
รถขนส่งผลไม้
การกินรวบการส่งออกผลไม้ไทยไปกินโดยเฉพาะทุเรียน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะต้นน้ำอย่างการซื้อสวนทุเรียน หรือกลางน้ำอย่างการตั้งล้งทุเรียนเท่านั้น ในปัจจุบันยังเริ่มรุกลามไปยังธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ โดยเฉพาะในการขนส่ง อย่างในรถบรรทุกขนตู้คอนเทนเนอร์ผลไม้หรือแม้กระทั่งรถขนส่งแช่เย็นซึ่งเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น
โดย นายชลธี นุ่มหนู นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกและประธานแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลสะตอ เทพนิมิต แสนตุ้ง จังหวัดตราด โพสต์ข้อความว่า “ ทุนจีนรุกคืบกว้านซื้อที่ดินปลูกทุเรียนซื้อสวนทุเรียนไว้ในกำมือผ่านนอมินีคนไทย หวังกินรวบทั้งระบบตั้งแต่สวน ล้งคัดบรรจุ ตู้ขนส่งยันตลาดปลายทาง แล้วชาวสวนทุเรียนไทยรายย่อยจะสู้ได้อย่างไร เมื่อทุนจีนมีทุเรียนอยู่ในมือไม่ง้อสวนคนไทยไหนจะแย่งชิงแหล่งน้ำคนไทยอีกด้วย ”
อ้างอิง
เขตอุตสาหกรรมไทย-จีนอมตะนคร
CATL ยักษ์แบตเตอรี่จีน ลงทุนกว่า 3.6 พันล.ในชลบุรี
จีนแห่ลงทุนนิคมอุตสาหกรรมยกแปลง “WHA-อมตะ” วิ่งซื้อที่ดินเพิ่ม
เตรียมหนาว! ทัวร์ศูนย์เหรียญ-อั้งยี่-ไกด์เถื่อน ตำรวจท่องเที่ยวเร่งล้อมคอกเน้นพื้นที่เสี่ยง
ธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่อแววระส่ำ จับตา “ทัวร์อั้งยี่” ระเบิดลูกใหม่ รุนแรงยิ่งกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”
ทุนจีนกินรวบท่องเที่ยวไทย ยึดทัวร์ – ร้านอาหาร – ที่พักยกตึก
สารนิพนธ์ เรื่อง การลงทุนของอุตสาหกรรมจีนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ค่ายรถจีน GWM ส่ง ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ คันแรก ออกจากสายผลิตในไทย
บังคับใช้กฎหมายไม่ได้?? … ปล่อยโรงงานทุนจีนบ้านบึง ตั้งตัวเป็นรัฐอิสระ ทำผิดกฎหมายทุกตารางเมตร
จีนเข้ามาตั้งโรงงาน ไทยได้ประโยชน์จริงหรือ ?
บริษัทจีนพร้อมลงทุนผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในไทย คาดเฟสแรกกว่า 30,000 ล้านบาท
‘ต้าตี้’ กำหมื่นล้าน! ผุดโรงงานยางระยอง
ส่องสถานการณ์อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกของจีนปี 2021 และคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาในปี 2022
ทุนจีนยุคใหม่! บุกเศรษฐกิจไทย แบบลุยดะ ฉะทุกวงการ
ทัวร์จีนราคาถูกบุกไทย เหยื่อขบวนการหลอกฟันเงิน พาเที่ยวซื้อของแพง-พระเก๊
ทุนอินเดีย-จีน ยึด ‘พัทยา’ ไล่ซื้อผับ ร้านอาหาร โรงแรม พูลวิลล่า จับตาทัวร์ศูนย์เหรียญคืนชีพ
“ชาวสวนทุเรียน” เผยกลุ่มทุนจีนใช้สารพัดรูปแบบ ปลูกทุเรียนส่งออกเอง
ชาวสวนลำไยเมืองจันท์ร้องเลขา กมธ.เกษตรฯ ขายลำไยกว่า 10 ล้าน ให้ทุนใหญ่จากจีนแต่ไม่ได้เงิน
5 เดือนแรกส่งออกทุเรียนพุ่งทะลุ 8 หมื่นล้านบาท จับตา “ทุนต่างชาติ” ถือครองสวนผ่านนอมินีเพียบ
(รายงานพิเศษ) สวนทุเรียนแหล่งฟอกเงินใหญ่ทุนจีนสีเทา 4 ปีนอมินีไทยแห่กว้านซื้อทั้งที่เมืองจันท์-ตราด
ทุนจีนรุกคืบทำ ‘ล้งจีน’ บุกสวนผลไม้ไทย จี้รัฐ ‘ล้อมคอก-ขันน็อต-ใช้กฎหมาย’
ติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมปุ๋ย
รัฐบาลไทยฝันเป็นศูนย์กลางผลไม้โลก นักวิชาการแนะแก้ปัญหา “ล้งจีน” ให้ได้ก่อน
นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก”ชลธี นุ่มหนู” แฉ ทุนจีนรุกคืบกว้านซื้อที่ดินปลูกทุเรียน
ล้งจีน บุกเมืองจันทบุรี ชิงตลาดส่งออกผู้บริโภค “ทุเรียน”ไทย


