/

ตรวจการบ้านผู้แทนเก่า ก่อนเลือกผู้แทนใหม่ : เปิดสถิติสส. แต่ละจังหวัดในตะวันออก เข้าสภาฯ กันยังไงบ้าง?

ตัวเลขการเข้าร่วมประชุมและพฤติกรรมการลงมติในสภา เป็นอีกด้านหนึ่งที่สะท้อนการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควบคู่ไปกับบทบาททางการเมืองและการทำงานในพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการเข้าประชุม และระดับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนิติบัญญัติของผู้แทนแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อพิจารณาในระดับรายจังหวัดและรายเขตเลือกตั้ง ความแตกต่างที่ปรากฏชี้ให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้แทนจากพื้นที่เดียวกัน หรือสังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน รูปแบบการทำหน้าที่ในสภาก็ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

 

ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานประวัติการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง Wevis เป็นผู้รวบรวมและประมวลผล ก่อนที่ Burapunch จะนำมาจัดเรียบเรียงใหม่ (สามารถดูข้อมูลได้ที่นี่) โดยนับเฉพาะ สส. ชุดที่ 26 ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก ครอบคลุมการพิจารณาญัตติและร่างกฎหมายรวม 107 ครั้ง สำหรับคำอธิบายเชิงสถิติ ‘งดออกเสียง’ หมายถึง การแสดงตัวตนในที่ประชุมและกดปุ่มงดออกเสียงอย่างชัดเจน ‘ไม่ลงคะแนนเสียง’ หมายถึง การแสดงตัวในที่ประชุมแต่ไม่ได้กดลงคะแนนใดๆ ส่วน ‘ลาหรือขาดประชุม’ หมายถึง การไม่มาแสดงตัวในที่ประชุมและไม่มีการลงคะแนนในวาระนั้น ซึ่งตัวเลขทั้งหมดสะท้อนทั้งการเข้าร่วมประชุมและระดับการมีส่วนร่วมของผู้แทนแต่ละคนในกระบวนการตัดสินใจของสภา

เมื่อพิจารณาข้อมูลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก พบว่ามี สส.เขตทั้งหมด 31 คน จาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคก้าวไกล/ประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยหากแยกดูสถิติการเข้าประชุมเพื่อลงมติในสภาของ สส.เขต ในแต่ละจังหวัด จะพบว่า

 

ฉะเชิงเทรา

ฉะเชิงเทรามีรูปแบบการทำหน้าที่ของ สส. ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละเขต อัตราการเข้าร่วมประชุมมีความต่างชัดเจน ตั้งแต่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ไปจนถึงใกล้ร้อยละ 80 และบางเขตมีจำนวนการลาหรือขาดประชุมสูงเมื่อเทียบกันภายในจังหวัด ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้จะเป็นผู้แทนจากจังหวัดเดียวกัน แต่ระดับความสม่ำเสมอในการเข้าประชุมและการปฏิบัติหน้าที่ในสภาแตกต่างกันค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาแยกเป็นรายเขต จะเห็นรายละเอียดดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ ฐิติมา ฉายแสง สังกัดพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม 84 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 78.5% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 77 มติ ไม่เห็นด้วย 7 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 21 มติ ถือเป็นผู้แทนที่มีอัตราการเข้าประชุมสูงที่สุดในจังหวัด

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ อรรถกร ศิริลัทธยากร ซึ่งเดิมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และปัจจุบันอยู่กับพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุม 64 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 59.8% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 56 มติ ไม่เห็นด้วย 8 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 43 มติ ซึ่งเป็นจำนวนการขาดประชุมที่สูงเมื่อเทียบกับเขตอื่น

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ ศักดิ์ชาย ตันเจริญ สังกัดพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม 76 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 71.0% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 67 มติ ไม่เห็นด้วย 8 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 31 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 4 คือ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ จากพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 60 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 56.1% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 51 มติ ไม่เห็นด้วย 6 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 47 มติ อย่างไรก็ตาม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

ชลบุรี

ชลบุรีสะท้อนความแตกต่างของการทำหน้าที่ในสภาของผู้แทนแต่ละเขตอย่างชัดเจน บางเขตมีอัตราการเข้าประชุมสูงเกินร้อยละ 90 และขาดประชุมน้อย ขณะที่บางเขตมีการเข้าประชุมต่ำกว่า 60% และลาหรือขาดประชุมในสัดส่วนสูง ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าการทำหน้าที่ของ สส. ในจังหวัดเดียวกันไม่ได้มีความสม่ำเสมอเท่ากัน และเป็นตัวชี้วัดผลการทำงานของสส. ภายในจังหวัดได้โดยตรง โดยหากแยกสถิติออกเป็นรายเขต พบว่า

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ วรท ศิริรักษ์ สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 105 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 98.1% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 93 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 2 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ วรรณิดา นพสิทธิ์ เดิมสังกัดพรรคก้าวไกล และปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 97 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 90.7% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 85 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 10 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ ชวาล พลเมืองดี สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 95 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 88.8% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 83 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 12 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 4 คือ จิรวุฒิ สิงห์โตทอง เดิมสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 66 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 61.7% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 62 มติ ไม่เห็นด้วย 2 มติ งดออกเสียง 1 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 41 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 5 คือ อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เดิมสังกัดพรรคเพื่อไทย และปัจจุบันสังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 79 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 73.8% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 71 มติ ไม่เห็นด้วย 8 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 28 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 6 คือ กฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ เดิมสังกัดพรรคก้าวไกล และปัจจุบันสังกัดพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุม 86 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 80.4% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 78 มติ ไม่เห็นด้วย 6 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 2 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 21 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 7 คือ สหัสวัต คุ้มคง สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 75 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 70.1% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 66 มติ ไม่เห็นด้วย 6 มติ งดออกเสียง 2 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 32 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 8 คือ จรัส คุ้มไข่น้ำ สังกัดพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 99 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 92.5% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 87 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 8 มติ อย่างไรก็ตาม จรัส คุ้มไข่น้ำ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

เขตเลือกตั้งที่ 9 คือ ยอดชาย พึ่งพร สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 99 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 92.5% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 87 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 8 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 10 คือ สะถิระ เผือกประพันธุ์ เดิมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และปัจจุบันสังกัดพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุม 48 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 44.9% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 43 มติ ไม่เห็นด้วย 5 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และ ลาหรือขาดประชุม 59 มติ

ระยอง

ระยองมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 5 คน โดยทั้งหมดมาจากพรรคประชาชน ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนภาพรวมที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้แทนจากระยองมีอัตราการเข้าประชุมสูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด โดยเกือบทุกเขตมีสัดส่วนการเข้าร่วมประชุมเกินร้อยละ 90 และมีจำนวนการลาหรือขาดประชุมต่ำ โดยหากแยกสถิติออกเป็นรายเขต พบว่า

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 103 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 96.3% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 91 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 3 มติ และลาหรือขาดประชุม 4 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ กฤช ศิลปชัย สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 100 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 93.5% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 87 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และลาหรือขาดประชุม 7 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 106 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 99.1% ซึ่งเป็นอัตราการเข้าประชุมสูงสุดในจังหวัด ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 93 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และลาหรือขาดประชุม 1 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 4 คือ ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 96 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 89.7% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 84 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 11 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 5 คือ สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ สังกัดพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 103 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 96.3% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 87 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 6 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และลาหรือขาดประชุม 4 มติ อย่างไรก็ตาม สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

จันทบุรี

จันทบุรีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 3 คน โดยทั้งหมดมาจากพรรคประชาชน ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนภาพรวมว่า ผู้แทนจากจันทบุรีมีอัตราการเข้าประชุมอยู่ในระดับสูงและค่อนข้างสม่ำเสมอทุกเขต การลาหรือขาดประชุมอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่รูปแบบการลงมติในหลายประเด็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการทำหน้าที่เชิงนิติบัญญัติของผู้แทนในพื้นที่

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ วรายุทธ ทองสุข สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 101 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 94.4% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 89 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 6 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สังกัดพรรคประชาชน เข้าร่วมประชุม 105 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 98.1% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 92 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และลาหรือขาดประชุม 2 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ ญาณธิชา บัวเผื่อน สังกัดพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 100 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 93.5% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 88 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 7 มติ อย่างไรก็ตาม ญาณธิชา บัวเผื่อน ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

ตราด

ตราดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 1 คน ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนภาพรวมว่า ผู้แทนจากตราดมีอัตราการเข้าประชุมอยู่ในระดับสูง การลาหรือขาดประชุมมีจำนวนไม่มาก และรูปแบบการลงมติเป็นไปในทิศทางเดียวกับ สส. จากหลายจังหวัดในภูมิภาคตะวันออก ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลสะท้อนการทำหน้าที่เชิงนิติบัญญัติได้อย่างชัดเจน

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ ศักดินัย นุ่มหนู สังกัดพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 100 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 93.5% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 88 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 3 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 7 มติ อย่างไรก็ตาม ศักดินัย นุ่มหนู ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

ปราจีนบุรี

ปราจีนบุรีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 3 คน จากต่างพรรคการเมือง ภาพรวมการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้แทนจากปราจีนบุรีส่วนใหญ่มีอัตราการเข้าประชุมอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในเขตที่สังกัดพรรคภูมิใจไทย ขณะที่บางเขตมีอัตราการเข้าประชุมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้จำนวนการลาหรือขาดประชุมแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างแต่ละเขต

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ อำนาจ วิลาวัลย์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 104 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 97.2% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 92 มติ ไม่เห็นด้วย 12 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 3 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ วุฒิพงศ์ ทองเหลา สังกัดพรรคก้าวไกล เข้าร่วมประชุม 86 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 80.4% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 77 มติ ไม่เห็นด้วย 9 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 20 มติ อย่างไรก็ตาม วุฒิพงศ์ ทองเหลา ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ สฤษดิ์ บุตรเนียร สังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 100 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 93.5% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 88 มติ ไม่เห็นด้วย 12 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 6 มติ

สระแก้ว

สระแก้วมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 3 คน จาก 2 พรรคการเมือง ภาพรวมการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้แทนจากสระแก้วมีอัตราการเข้าประชุมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหลายจังหวัดในภาคตะวันออก โดยทุกเขตมีสัดส่วนการลาหรือขาดประชุมสูงกว่า 50 ครั้งขึ้นไป ส่งผลให้การเข้าร่วมประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งในบางเขต ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากจังหวัดที่มีอัตราการเข้าประชุมสูงและสม่ำเสมอกว่า

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ ขวัญเรือน เทียนทอง สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมประชุม 47 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 43.9% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 37 มติ ไม่เห็นด้วย 5 มติ งดออกเสียง 5 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 60 มติ อย่างไรก็ตาม ขวัญเรือน เทียนทอง ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2569

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ ตรีนุช เทียนทอง สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมประชุม 28 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 26.2% ซึ่งเป็นอัตราการเข้าประชุมต่ำที่สุดในจังหวัด ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 20 มติ ไม่เห็นด้วย 3 มติ งดออกเสียง 4 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 1 มติ และลาหรือขาดประชุม 79 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 3 คือ สรวงศ์ เทียนทอง สังกัดพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม 52 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 48.6% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 46 มติ ไม่เห็นด้วย 6 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 55 มติ

นครนายก

นครนายกมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 2 คน จากพรรคเพื่อไทย ภาพรวมการเข้าร่วมประชุมและการลงมติในสภาจำนวน 107 ครั้งสะท้อนว่า ผู้แทนจากนครนายกมีอัตราการเข้าประชุมอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับหลายจังหวัดในภาคตะวันออก โดยทั้งสองเขตมีสัดส่วนการลาหรือขาดประชุมมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนครั้งทั้งหมด ขณะที่ทิศทางการลงมติส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะเดียวกัน สะท้อนรูปแบบการทำหน้าที่ที่ค่อนข้างสอดคล้องกันระหว่างผู้แทนทั้งสองเขต

เขตเลือกตั้งที่ 1 คือ สุรพล บุญมา สังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 70 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 65.4% ผลการลงมติพบว่า เห็นด้วย 63 มติ ไม่เห็นด้วย 7 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 37 มติ

เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ เกรียงไกร กิตติธเนศวร สังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม 67 จาก 107 ครั้ง คิดเป็น 62.6% ผลการลงมติประกอบด้วย เห็นด้วย 59 มติ ไม่เห็นด้วย 8 มติ งดออกเสียง 0 มติ ไม่ลงคะแนนเสียง 0 มติ และลาหรือขาดประชุม 40 มติ

เมื่อพิจารณาภาพรวมจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออก จะเห็นได้ชัดว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่อัตราการเข้าร่วมประชุม จำนวนการลาหรือขาดประชุม และรูปแบบการลงมติในสภา บางจังหวัดมีผู้แทนที่เข้าประชุมอย่างสม่ำเสมอเกือบครบทุกครั้ง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีอัตราการขาดประชุมสูงจนการเข้าร่วมไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งทั้งหมด ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนว่า ‘พื้นที่เดียวกัน’ หรือ ‘พรรคเดียวกัน’ ไม่ได้หมายความว่าการทำหน้าที่จะมีมาตรฐานเดียวกันเสมอไป

ตัวเลขเชิงสถิตินี้จึงไม่ใช่เพียงสถิติย้อนหลัง แต่เป็นเครื่องมือให้ประชาชนใช้ตรวจสอบการทำงานของผู้แทนที่ตนเลือกเข้าไปในสภา และใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ซึ่งคำถามเรื่องความสม่ำเสมอ ความรับผิดชอบ และบทบาทในสภา ควรเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินนักการเมือง ไม่แพ้การหาเสียงหรือคำประกาศเชิงนโยบาย

 

หมายเหตุ

  • การเข้าสภา หมายถึง การเข้าสภาเพื่อลงมติพิจารณาร่างกฎหมาย
  • การขาดลงมติ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ติดประชุมอื่น ติดภารกิจสำคัญ เจ็บป่วย จึงอาจไม่ได้สะท้อนความไม่รับผิดชอบเสมอไป
  • ฐานข้อมูลครอบคลุมจำนวนมติ ตั้งแต่สภาชุดที่ 25 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้การคำนวณสัดส่วนและค่ากลางของการขาดลงมติรวมข้อมูลย้อนหลังด้วย

เรื่องและภาพโดย วีรภัทร เหลาเกิ้มหุ่ง / Burapunch
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR