/

กำนันเป๊าะ กับยุคสมัยแห่ง ‘เจ้าพ่อ’ ในภาคตะวันออกที่เกิดจากความบิดเบี้ยวของรัฐไทย

หากพูดถึงคำว่า ‘บ้านใหญ่’ ภาพจำของภาคตะวันออกภาพหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คงจะเป็น ความเป็น ‘เจ้าพ่อ’ และอิทธิพลในพื้นที่ท้องถิ่น ซึ่งตระกูลหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเรื่องนี้ คงหนีไม่พ้น ‘ตระกูลคุณปลื้ม’ นำโดย กำนันเป๊าะ อดีตหัวเรือใหญ่จังหวัดชลบุรี ที่ทุกวันนี้ แม้ตัวเขาจะจากไปแล้ว แต่ชื่อเสียงของเขายังถูกกล่าวขานถึงและยังไม่จางหายไปไหนในปัจจุบัน

ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ได้นิยามความหมายของคำว่า ‘เจ้าพ่อ’ ไว้ว่า

“เจ้าพ่อท้องถิ่นเป็นนายทุนท้องถิ่นที่มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย และเข้าไปมีบทบาททางการเมืองในระดับท้องถิ่น และ/หรือ ระดับชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยไม่จำเป็นต้องทำผิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรง” (1)

EPIGRAM อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ และที่มาที่ไปของการถูกนิยามความเป็น ‘เจ้าพ่อ’ ของกำนันเป๊าะ และทำให้คนทั้งประเทศรู้จัก ‘ผู้มากบารมี’ แดนตะวันออกผู้นี้ ที่ได้นำพาให้ตระกูล ‘คุณปลื้ม’ ลงหลักปักฐานทางอำนาจในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้อย่างเหนียวแน่นไปพร้อมกัน

ภาพจาก : news1live

จุดเริ่มต้นของกำนันเป๊าะ จากกระเป๋ารถเมล์สู่เจ้าพ่อภาคตะวันออก

‘กำนันเป๊าะ’ หรือ นายสมชาย คุณปลื้ม เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2480 เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายชาญชัย คุณปลื้ม ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ตำบลแสนสุขในสมัยนั้น และ นางท้วม คุณปลื้ม แม่ค้าเขียงหมูในตลาดหนองมน ที่มีโรงฆ่าสัตว์เล็กๆ เป็นของตัวเอง

โดยเขาเรียนจบชั้นประถม 4 จากโรงเรียนวัดกลางดอน ก่อนลาออกจากโรงเรียนมาเป็นกระเป๋ารถเมล์และคนขับรถสาย บางแสน – ศรีราชา – ชลบุรี ต่อมาจึงหันไปประกอบอาชีพเป็นไต๋เรือประมง และได้สัมปทานจับปลาในน่านน้ำประเทศกัมพูชา จากการรู้จักกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่มีธุรกิจค้าน้ำมันในประเทศกัมพูชา

ภายหลังกำนันเป๊าะได้เบนเข็มไปเปิดธุรกิจทำบ่อดินลูกรังจนประสบความสำเร็จ และนำไปสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะขยายอาณาจักรธุรกิจเป็น เอเยนต์ขายเบียร์-เหล้า ซื้อ-ขายพัฒนาที่ดิน ธุรกิจโรงแรม และครอบคลุมเกือบทุกกิจการ ในพื้นที่บางแสน ยาวไปจนถึงเมืองพัทยา

ซึ่งหากไล่เรียงไทม์ไลน์ทางการเมือง จะเป็นดังนี้

พ.ศ. 2511 ลงสมัครและได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.แสนสุข ต่อจากบิดาของตน

พ.ศ. 2526 ก้าวขึ้นมาเป็นกำนันของ ต.แสนสุข

พ.ศ. 2531 ลงสมัครและได้รับเลือกเป็น ‘พ่อเมืองบางแสน’ หรือนายกเทศมนตรีเป็นคนแรก จากการยกฐานะสุขาภิบาลตำบลแสนสุข เป็นเทศบาลตำบลแสนสุข (2)

จากจุดสูงสุด สู่จุดตกต่ำของกำนันเป๊าะ

ในภาพการเมืองระดับประเทศ กำนันเป๊าะ เริ่มเข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุน หรือเป็น ‘หัวคะแนน’ ให้แก่นักการเมืองจากหลายพรรคในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็น บุญชู โรจนเสถียร อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคกิจสังคม, นิคม แสนเจริญ อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย พรรคกิจสังคม ที่มีสถานะเป็นน้องชายของภรรยาตน, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคชาติประชาธิปไตย (3)

แต่ในช่วงท้าย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด ชีวิตของเขากลับต้องมาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหลังมีความผิดในคดีร่วมกันทุจริตการจัดซื้อที่ดิน ต.เขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี โดยสำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้สรุปไว้ว่า;

เมื่อปี 2536 เมืองพัทยา ประกาศหาที่ดินเพื่อใช้เป็นที่ฝังกลบขยะ ต่อมามีผู้เสนอขายที่ดินบริเวณเขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กว่า 150 ไร่ ในราคา 93 ล้านบาท เมืองพัทยาจึงตกลงซื้อที่ดินดังกล่าวไว้ แต่ภายหลังกลับพบว่า ที่ดินนั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเมื่อสอบสวนเพิ่มเติม จึงพบข้อมูลการทุจริต เนื่องจากที่ดินแปลงนี้ขายเกินราคาจริง 10 เท่า โดยพบหลักฐานว่า “กำนันเป๊าะ” มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเจอหลักฐานว่า ผู้ที่ประกาศขายที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงคนสวนในบ้านกำนันเท่านั้น ซึ่งศาลตัดสินให้จำคุก 5 ปี 4 เดือน (4)

และระหว่างการต่อสู้คดีทุจริตป่าเขาไม้แก้ว กลับเกิดเหตุนายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร ถูกยิงเสียชีวิตขณะร่วมงานแต่งงาน ในขณะนั้น สำนักข่าว ThaiPBS ได้สรุปคดีนี้ไว้ ความว่า;

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2546 ตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวนและออกหมายจับนาย สมชาย และนายภาสกร หอมหวล หรือ ส.ท.เหี่ยว อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแสนสุข ได้ ในข้อหาจ้างวานฆ่าผู้อื่น และคดีนำขึ้นสู่ศาลในปี พ.ศ. 2548

โดยปมเหตุของการจ้างวานฆ่านายประยูร เกี่ยวเนื่องจากกรณีที่ นายประยุทธ สิทธิโชติ หรือ ผู้ใหญ่ยุทธ น้องชายกำนันยูร ถูกอุ้มหายไปเมื่อปี พ.ศ. 2542 และนายประยูร ได้เข้าร้องทุกข์กับกองปราบปรามเพราะเชื่อว่า พ.ต.ท.ไชยันต์ วิชัยดิษฐ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสมชายหรือกำนันเป๊าะ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

ต่อมาในปี 2545 พ.ต.ท.ไชยันต์ก็ถูกยิงเสียชีวิต และคดีนี้นี่เอง มีนายประยูรตกเป็นผู้ต้องหา จากนั้นไม่นาน นายประยูร ก็ถูกยิงเสียชีวิตไปด้วย (5)

โดยสรุปเรื่องราวคดีครั้งใหญ่นั้นก็ได้สาวตัวมาถึงกำนันเป๊าะ ทำให้ศาลชั้นต้นตัดสินในปี พ.ศ. 2547 สั่งยึดทรัพย์และจำคุก 25 ปี ในคดีจ้างวานฆ่านายประยูร สิทธิโชติ เมื่อรวมโทษในคดีเขาไม้แก้วด้วยแล้ว จะเป็นเวลา 30 ปี 4 เดือน

แม้จะมีการออกหมายจับ แต่กำนันเป๊าะก็สามารถหลบหนีคดีอยู่หลายปี ก่อนจะถูกจับได้ที่ด่านเก็บเงินลาดกระบัง ขณะกลับจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2556 จากนั้นจึงถูกควบคุมตัวในเรือนจำ 4 ปี จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีอายุเกิน 70 ปี และป่วยด้วยโรคมะเร็งเมื่อเดือนธันวาคม 2560 หลังจากเข้ารับการรักษาตัวอยู่นาน 1 ปี ก็ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2562 ปิดตำนาน ‘นักเลงเมืองชล’ ด้วยวัย 82 ปี (6)

เป็นการปิดฉากเจ้าพ่อเมืองชล ต้นกำเนิดบ้านใหญ่แห่งชลบุรี

ภาพจาก : news1live

ภาคตะวันออกกับการถูกปกครองด้วยเจ้าพ่อ

จะเห็นได้ว่า ที่มาที่ไปของการก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้กว้างขวางแห่งภาคตะวันออก’ ของกำนันเป๊าะนั้น มีเส้นทางที่คล้ายคลึงกับที่ ดร.ผาสุก เสนอ นั่นคือ ต้องผ่านการสะสมทุนทางเศรษฐกิจและการเมือง ก่อนเข้าไปมีบทบาทในการเมืองท้องถิ่น/ระดับประเทศ

สอดคล้องกันกับที่ ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ได้เสนอผ่านสื่ออย่าง BBC ว่า ;

“เจ้าพ่อหรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นอย่างกำนันเป๊าะ เข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองไทยในยุค “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นยุคที่รัฐสภาเริ่มเปิด ก่อนหน้านี้พวกนักธุรกิจหรือคนที่มีอิทธิพล ต่อให้อยากเล่นการเมืองก็เข้ามาไม่ได้เพราะการเมืองไทยถูกทหารครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ

แต่ในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ คนอย่างกำนันเป๊าะและเจ้าพ่อท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า local godfather หลายคนเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น คนเหล่านี้มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นนักธุรกิจในต่างจังหวัดที่สะสมความมั่งคั่งจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้เข้าไปผูกขาดธุรกิจสัมปทานในท้องถิ่นจนร่ำรวยอย่างรวดเร็ว เช่น เอเย่นต์ค้าสุรา กิจการรถเมล์ กิจการขายล็อตเตอรี่ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ได้สัมปทานจากรัฐ และธุรกิจกึ่งผิดกฎหมายกึ่งถูกกฎหมาย หรือ “ธุรกิจสีเทา” ที่งานวิจัยของ อ.นวลน้อย ตรีรัตน์ เรียกว่า “หวย ซ่อง บ่อน ยาบ้า” ธุรกิจเหล่านี้ทำให้มีเศรษฐีใหม่-นายทุนท้องถิ่นที่ร่ำรวยขึ้นมา

นายทุนท้องถิ่นเหล่านี้มีแรงจูงใจสูงที่อยากจะเข้ามามีอำนาจทางการเมือง ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ ข้อแรก-เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองมีโอกาสชนะประมูล ได้สัมปทานหรือผูกขาดโครงการของรัฐ ซึ่งต้องมีอำนาจหรือเส้นสายทางการเมือง และข้อสอง-ถ้าตัวเองมีอำนาจถึงขั้นเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี “ธุรกิจสีเทา” ที่ตัวเองทำอยู่ก็จะได้รับการปกป้อง ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ไม่มีใครกล้ามาแตะต้องธุรกิจเหล่านี้” (7)

ทั้งนี้ นักวิชาการอย่าง รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว จากคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เสนอว่า นักวิชาการและสื่อมวลชนจากกรุงเทพฯ มีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนเกี่ยวกับความเป็น ‘เจ้าพ่อภาคตะวันออก’ ของกำนันเป๊าะ กล่าวคือ ภาคตะวันออกนั้น มีเจ้าพ่ออยู่ทุกจังหวัด และนายทุนท้องถิ่นเหล่านี้ ได้เข้าไปมีบทบาทในการเมืองท้องถิ่น หรือการเมืองระดับประเทศกันอยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ผ่านกระบวนการสะสมทุนมาอย่างยาวนาน ดังนั้น กำนันเป๊าะ หรือ นายสมชาย คุณปลื้ม ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อภาคตะวันออกแต่เพียงผู้เดียว (8) หากจะพูดให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงคือ กำนันเป๊าะ และตระกูลคุณปลื้ม ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อของภาคตะวันออก แต่มีอำนาจและบารมีสูงสุดในจังหวัดชลบุรี (9)

หากจะให้ยกตัวอย่าง ภาคตะวันออกยังมีอีกหลายตระกูลที่เติบโตจากการสะสมทุนทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ก่อนที่จะเข้าไปมีบทบาทในสนามการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ตระกูลตันเจริญ แห่งฉะเชิงเทรา ตระกูลปิตุเตชะ แห่งระยอง ตระกูลวิลาวัลย์ แห่งปราจีนบุรี ตระกูลเทียนทอง แห่งสระแก้ว ฯลฯ

ภาพจาก : ไทยรัฐ ออนไลน์

เมื่อกำเนิดเจ้าพ่อ มาจากความบิดเบี้ยวของรัฐไทย

รศ.ดร.โอฬาร ยังได้เสนออีกว่า การเกิดขึ้นของเจ้าพ่อเหล่านี้ เป็น ‘ผลผลิตความบิดเบี้ยวของรัฐไทย’ หมายความว่า ในขณะที่ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน แต่กลไกรัฐที่มีกลับไม่ตอบสนองหรือเข้าไม่ถึงพวกเขา บวกกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่การกระจายอำนาจและความเจริญยังมาไม่ถึง ทำให้เกิดความสอดคล้องกันระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่าง ‘นักเลงเมืองชล ใจถึงพึ่งได้’ ประชาชนในพื้นที่จึงพึ่งพากำนันเป๊าะ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้มากบารมีในพื้นที่ไปโดยปริยาย  (10)

จึงอาจจะบอกได้ว่า การก่อรูปขึ้นของความเป็น ‘เจ้าพ่อ’ นั้น หาใช่การสร้างบารมีและใช้อิทธิพลเพื่อบีบบังคับให้คนศิโรราบแต่เพียงอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่รัฐไม่สามารถเป็นที่พึ่งพิงและดูแลประชาชนในพื้นที่ ‘นอกเมืองหลวง’ ได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เกิดปัญหา ‘อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ’ หากจะแก้ไขเรื่องราวเหล่านี้ให้ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ-นิติธรรม

เห็นจะมีเพียงแต่การ ‘กระจายอำนาจ’ ให้ผู้คนในพื้นที่ท้องถิ่น ได้ออกแบบสิ่งที่ต้องการต่อจังหวัดของตัวเองได้อย่างอิสระ ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าอำนาจรัฐเหล่านั้นอยู่ในมือประชาชน และประชาชน ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งใครอีกต่อไป

อ้างอิง

(1) เจ้าสัว เจ้าพ่อ เจ้าที่ เอกสารประกอบการสัมมนทางวิชาการประจำปีครั้งที่ 4 เรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อ้างใน กำนันเป๊าะไม่ได้เป็นเจ้าพ่อภาคตะวันออก : Kamnan Poh and the Status of The Godfather of Eastern Region

(2) เพจบ้านใหญ่ เปิดประวัติ “กำนันเป๊าะ” สมชาย คุณปลื้ม  – ข่าวชลออนไลน์ (khaochononline.com)

(3) บ้านใหญ่(ใกล้สนธยา)แห่งชลบุรี เผชิญศึกเลือกตั้ง 2566

(4) ย้อน 2 คดี เช็กบิล “กำนันเป๊าะ” เข้าเกณฑ์พักโทษ พ้นเรือนจำรักษาอาการป่วย (thairath.co.th)

(5) ย้อนร้อยคดี “กำนันเป๊าะ” | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

(6) พลิกประวัติ “กำนันเป๊าะ” ผู้กว้างขวางภาคตะวันออก | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

(7) กำนันเป๊าะ : “ประจักษ์ ก้องกีรติ” มองบทบาทนักการเมืองเจ้าพ่อผ่าน “สมชาย คุณปลื้ม” ผู้ล่วงลับ – BBC News ไทย

(8) กำนันเป๊าะไม่ได้เป็นเจ้าพ่อภาคตะวันออก : Kamnan Poh and the Status of The Godfather of Eastern Region

(9) พัฒนาการของโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นในภาคตะวันออก :วิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง

(10) นอกBangkok: ตระกูลคุณปลื้ม ณ ชลบุรี ต้นตำรับของ ‘บ้านใหญ่’

written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR