/

กระทงแบบใดห์ ไม่ eco-friendly : สำรวจเทศกาลลอยกระทง เทศกาลขอขมาหรือลงโทษแม่น้ำ?

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนน่าจะได้เห็น ภาพ ‘พะยูน’ และ ‘เต่าทะเล’ ที่พบบริเวณชายหาดทุ่งคา – หาดน้ำแดงและอ่าวมะขามป้อม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  ที่สำรวจโดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก หรือภาพ ‘วาฬบรูด้า’ เข้ามาหาอาหารกินใกล้ทะเลบางแสน ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล

 

ภาพเหล่านี้จะยังมีให้พบเห็นในทะเลตะวันออกอีกหรือไม่ ส่วนหนึ่งขึ้นกับงานลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ 

ในทุกๆ ปีของเทศกาลลอยกระทงที่เวียนมาถึง มักจบลงด้วยรายงานขยะจากกระทงที่หน่วยงานท้องถิ่นเก็บกันไม่หวาดไม่ไหว รวมไปถึงข่าวแหล่งน้ำเน่าเสีย ปลาและสัตว์น้ำตายเกลื่อนก็พบเห็นได้เป็นประจำ และถ้าโชคร้ายขึ้นไปอีก ไม่นานหลังจากนั้นก็จะมีรายงานข่าวการเกยตื้นของสัตว์ทะเลตัวแล้วตัวเล่า ปีแล้วปีเล่า 

คำถามคือ ประเพณีที่เคยมีไว้เคารพแหล่งน้ำยังคุ้มกันไหมกับการสร้างขยะลงสู่แหล่งน้ำที่อาจจะต้องใช้เวลาหลายวันในการเก็บ  หรือถ้าเก็บไม่หมดก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ในการรอให้กระทงเหล่านั้นย่อยสลาย 

คุ้มกันไหมที่จะแลกความสนุกสนานเพียงข้ามคืนของมนุษย์กับชีวิตสัตว์น้ำทั้งในแม่น้ำและในทะเล 

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจจะถึงเวลาที่เราต้องกลับมาทบทวนว่าการสืบสานประเพณีที่ดีงามของเรา ได้สร้างผลกระทบต่ออะไรบ้าง

เพราะเราต้องไม่ลืมว่า มุนษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่บนโลก 

ขอขมาหรือลงโทษ?

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเทศกาลลอยกระทง สาระสำคัญของวันลอยกระทง หรือประเพณีลอยกระทงมีจุดประสงค์เพื่อ แสดงความขอบคุณต่อพระแม่คงคาสำหรับการประทานสายน้ำสะอาดให้มนุษย์ได้ใช้ และขอขมาพระแม่คงคาที่กิจกรรมของมนุษย์ไปทำให้แหล่งน้ำสกปรก 

โดยในแรกเริ่มจะมีการทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ โดยมักใช้ต้นกล้วยและใบตอง แต่เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้า วัสดุธรรมชาติก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นวัสดุที่ไม่ได้ธรรมชาติอีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นกระทงที่ทำมาจากโฟมหรือพลาสติก แล้วนำธูปเทียน ดอกไม้ และเหรียญใส่ลงไปในกระทงที่ทำมาเพื่อนำไปลอยตามแหล่งน้ำ หรือแม้จะมีกระแสต่อต้านกระทงโฟม ก็มีการคิดค้นกระทงแบบใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น กระทงขนมปัง หรือกระทงน้ำแข็ง

ทั้งนี้ในทุกปี ประเพณีลอยกระทงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้กลายประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกัน ในเรื่องผลกระทบที่ตามมาโดยเฉพาะในเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และเมื่อพูดถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะจากกระทงเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่ถูกคำนึงถึง เช่น ในภาคตะวันออกของเรา

เมื่อปี พ.ศ.2564 เว็บไซต์ MGR ONLINE ศูนย์ข่าวศรีราชารายงานว่า “เมืองพัทยาต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจำนวนมาก เพื่อเก็บขยะริมชายหาดที่เกิดขึ้นจากเทศกาลลอยกระทงกว่า 15 ตัน!”

ในขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2564 Thai PBS ก็รายงานว่า “ควันหลังจากเทศกาลลอยกระทง ซึ่งแม้ว่าจะผ่านมาเกือบค่อนวันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี และทีมเรือคายัค ยังต้องเก็บขยะทะเลที่หลงเหลือจากลอยกระทงและไหลออกมาบริเวณชายหาด 

รวมไปถึงสำนักงานสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองแสนสุขก็มีความกังวลว่า ตะปูจากกระทงที่ตกค้างบนชายหาดจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว และสัตว์ทะเลหากสัตว์ทะเลกินเข้าไปก็จะเกิดอันตรายได้”

และไม่ใกล้ไม่ไกลอย่างเมื่อปีที่ผ่านมา(2566) สยามรัฐ ได้รายงานว่า “นายกเมืองพัทยา ได้สั่งการให้ทางสำนักสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา จัดชุดเจ้าหน้าที่ลงทำความสะอาดตลอดแนวชายหาดพัทยา และหาดจอมเทียน เพื่อออกจัดเก็บกระทงทั้งที่ลอยอยู่ในท้องทะเลและชายหาด ตั้งแต่เวลา 23.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ถุงดำขนาดใหญ่จำนวนมาก จัดเก็บกระทงตลอดแนวชายหาดเมืองพัทยาจนกระทั่งรุ่งเช้าวันรุ่งขึ้น”

นอกจากปัญหาขยะจากกระทงที่หน่วงงานท้องถิ่นในพื้นที่ตะวันออกต้องจัดการแล้ว เทศกาลลอยกระทงยังนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาน้ำเน่าเสีย หรือปัญหาสัตว์ทะเลตายจากกระทง แม้ว่าระยะหลังจะมีการปรับเปลี่ยนด้วยการลดใช้กระทงจากโฟม หันไปใช้กระทงจากขนมปังหรือวัสดุจากธรรมชาติแทน แต่วัสดุเหล่านั้นก็ยังนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ อยู่ดี

ภาพจากเพจ อะไรอยู่ในท้องเต่า บินโดรนสำรวจประชากรพะยูนและเต่าทะเล วันที่ 8 ตุลาคม 2567

 

กระทงรักษ์โลกอาจไม่มีจริง 

พูดถึงกระทงที่รักษ์โลก หลายคนคงนึงถึง กระทงจากวัสดุธรรมชาติ กระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลา หรือแม้กระทั่งกระทงน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้วต่อให้เป็นกระทงที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ หรือย่อยสลายได้ ก็ยังส่งผลกระทบตามมา เพราะรากของปัญหาคือปริมาณกระทงที่มากเกินไป นำมาสู่ปริมาณขยะเกินกว่าที่ธรรมชาติจะรับไหว 

แต่ถ้าใครยังสงสัยว่า แล้วกระทงที่รักษ์โลกสร้างปัญหาได้ยังไง เราชวนไล่ไปดูปัญหาของกระทงแต่ละชนิดกัน

กระทงวัสดุธรรมชาติ

กระทงวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น กระทงจากต้นกล้วย ใบตอง ใบโกสน ใบเตย ใบมะม่วง หรือกระทงดอกบัว กระทงกะลาแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุจากธรรมชาติ แต่ทว่ากระบวนการย่อยสลายไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันสองวัน เพราะอย่างน้อยก็ยังต้องใช้เวลาราวสองสัปดาห์ในการย่อยสลาย และกระบวนการย่อยสลายในน้ำก็ตามมาดูจุลินทรีย์ที่อาจส่งผลให้น้ำเน่าเสียได้ด้วย

แต่ที่น่ากังวลที่สุดคือ กระทงเหล่านั้นอาจไม่ได้ใช้วัสดุธรรมชาติ 100% เพราะอาจมีส่วนประกอบของโฟม พลาสติก และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือการใช้ตะปูเหล็ก หมุดแหลม หรือแม้กระทั่งลูกแม็คตัวเล็กๆ สิ่งเหล่านี้คือ ภัยเงียบที่ทำร้ายสัตว์ทะเลทั้งหลาย โดยเฉพาะเต่าทะเล

หลายครั้งหลังจากจากผ่านวันลอยกระทงไป ท่ามกลางชายหาดที่เกลื่อนไปด้วยซากกระทงที่พังจนเห็นตะปูและหมุดแหลมโผล่ขึ้นมาเรายังพบซากเต่าทะเลเกยตื้นที่ภายนอกไม่พบบาดแผลหรือสาเหตุการเสียชีวิตอื่นๆ แต่เมื่อผ่าชันสูตรกับพบตะปูกระทงอยู่เต็มท้องเต่า เช่นเคสเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 ข้อมูลจากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ มีรายงานว่า “พบซากเต่าทะเลอายุประมาณ 20 ปี เกยตื้นที่บริเวณหาดกินรี หรือหาดขลอด ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผลการชันสูตรพบว่ามีขยะทะเลในระบบทางเดินอาหารจำนวนมาก รวมถึงหมุดและตะปูจากกระทง”

นอกจากนี้ จากบทสัมภาษณ์ของ สพ.ญ.อรณี จงกลแพทย์ และ ภัทร กิตติอุดมสุข จากเพจอะไรอยู่ในท้องเต่า เคยให้ข้อมูลกับ EPIGRAM ไว้ว่า “ขยะแปลกๆ ที่เราพบในท้องเต่าทะเล คือ พวกตะปูจากกระทง หรือดอกไม้พลาสติกสีขาวๆ ที่เป็นเหมือนดอกมะลิที่เขาจะเอาไว้ที่ปลายของกระทง ดอกรักพลาสติกก็เคยเจอเหมือนกัน”

ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนว่า แม้แต่กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่มนุษย์มองว่ารักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมที่สุดก็ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ 

กระทงอาหารปลา กระทงขนมปัง

ขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจผิดที่ว่า กระทงอาหารปลาหรือกระทงขนมปังเป็นทางเลือกที่ดีเพราะปลาสามารถกินได้ กระทงอาหารปลาหรือกระทงขนมปังจึงไม่กลายเป็นขยะที่ต้องตามเก็บอย่างกระทงใบตอง และไม่หลงเหลือเป็นมลพิษต่อแหล่งน้ำ

แต่ที่จริงแล้ว ธนัสพงษ์ โภควนิช อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่ากระทงขนมปัง เป็นกระทงที่สร้างปัญหาต่อการจัดเก็บมากที่สุดเพราะเปื่อยยุ่ยง่ายและจะจมลงสู่ท้องน้ำ ก่อนที่ปลาจะกิน

ยิ่งไปกว่านั้น ปลาทุกชนิดไม่ได้ชอบกินกระทงขนมปังหรือกระทงอาหารปลาทั้งหมด และเมื่อขนมปังเหล่านั้นจมลงสู่แม่น้ำทำให้เกิดภาวะ Hypoxia หรือ ภาวะพร่องออกซิเจน ที่เกิดจากแบคทีเรียดึงออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการย่อยเศษอาหารเหล่านี้จนทำให้ ปริมาณออกซิเจนในแม่น้ำต่ำลง เมื่อระดับออกซิเจนต่ำลง สัตว์น้ำก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้กลายเป็นฆาตกรรมหมู่ที่สร้างความเสียหายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังมีการลอยกระทงแทบทุกครั้ง 

กระทงกระดาษ กระทงจากล็อตเตอรี่

กระทงกระดาษเป็นกระทงอีกประเภทที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมิตรต่อส่งแวดล้อมเพราะภาพเบื้องหน้า หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นกระทงที่ย่อยสลายได้ อาจจะจริงอยู่ที่กระดาษ ‘บางประเภท’ ย่อยสลายได้ง่าย แต่ต้องไม่ลืมว่ากระทงจากกระดาษนั้น ไม่ได้ใช้กระดาษธรรมชาติที่ไม่ผ่านกรรมวิธีทางเคมี

กระดาษที่นำมาทำกระทงมักเป็นกระดาษเหลือใช้ที่ผ่านการพิมพ์ เช่น กระดาษล็อตเตอร์รี่ กระดาษนิตยสารสีๆ ไปจนถึงอย่างแย่ที่สุดคือกระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งหมึกต่างๆ ที่ถูกพิมพ์บนกระดาษมีส่วนประกอบของสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งสามารถตกค้างอยู่ในระบบนิเวศและส่งต่อสารพิษไปในห่วงโซ่อาหารจนกลับมาสู่มนุษย์ในที่สุด 

ซึ่งภาพการย่อยสลายง่ายของกระทงกระดาษนี้ก็ตามมาด้วยปัญหาในการจัดเก็บและกำจัด ท้ายที่สุดก็กลายเป็นขยะจมลงสู่ใต้น้ำอยู่ดี

กระทงน้ำแข็ง 

ในบรรดากระทงที่กล่าวมากระทงน้ำแข็งอาจจะเป็นกระทงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเพราะสามารถละลายเป็นน้ำได้จริง อย่างไรก็ตามก็ยังมีเงื่อนไขทีน่ากังวลอยู่

อย่างแรกคือกระทงน้ำแข็งบางแห่ง ยังคงประดับด้วยดอกไม้จำนวนมาก บางแห่งก็เป็นดอกไม้พลาสติก มากไปกว่านั้นยังมีการปักธูปเทียน ทำให้เมื่อนำแข็งละลายไปแล้ว ก็ยังเหลือขยะธูปเทียน ซึ่งเทียนมักผลิตขึ้นมาจากพารราฟินที่เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตเลียม ส่วนสีย้อมก้านธูปก็มักมาจากสีย้อมผ้าที่เต็มไปด้วยโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว ปรอท สารหนู โครเมียม ซึ่งเป็นสารพิษที่จะตกค้างอยู่ในระบบนิเวศต่อไป 

 

หรือทางที่ดีที่สุดคือ ไม่ลอยอะไรเลย

แม้ประเพณีลอยกระทงจะเป็นสิ่งที่คนไทย รวมไปถึงคนตะวันออกที่มีชีวิตผูกโยงกับสายน้ำต่างยึดถือและปฏิบัติต่อกันมารุ่นต่อรุ่น จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมให้ปฏิบัติตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเพณีเหล่านี้อาจจะถึงเวลาปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับยุคสมัยและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กับการอยากสืบทอดประเพณี โดยไม่หลงลืมวัตถุประสงค์หลักของเทศกาลนี้ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อขอบคุณและขอขมาแม่น้ำ

แน่นอนว่าเทศกาลลอยกระทงของหลายๆ คน ยังคงมีความหมายในการเป็นเทศกาลเชื่อมสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวได้ทำอะไรร่วมกัน ได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน หรือเป็นวันที่เราจะได้อยู่กับคนที่รัก เราเลยมีวิธีการทางเลือกสำหรับใครที่ยังรักในการลอยกระทง

เริ่มอย่างง่ายที่สุดคือการลอยกระทงแบบ 1 ครอบครัว 1 กระทง เพื่อลดปริมาณกระทงในแหล่งน้ำ และจะได้ร่วมกันทำกระทงด้วยกัน ทั้งนี้ก็อาจจะย้อนกลับไปดูว่าแล้วกระทงแบบไหนที่จะเป็นการขอบคุณและขอขมาพระแม่คงคาจริงๆ

อีกวิธีการที่อยากนำเสนอคือการเลือกลอยกระทงในบ่อปิด หรือลอยในบ่อจำลองที่จัดการจัดเก็บได้ง่าย แม้ว่าฟีลลิ่งอาจจะไม่เห็นกระทงที่ลอยไปสุดลูกหูลูกตา แต่ว่าเราก็ยังได้ลอยกระทงไปพร้อมๆ กับรักษาแม่น้ำได้จริง

หรือวิธีการที่เริ่มมีหลายคนทำมากขึ้น คือการเลือกลอยกระทงออนไลน์ตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือจะลอยกระทงแบบดิจิทัล ที่เราสามารถเข้าเว็บไซต์ไปเลือกแบบกระทงที่ชอบ พร้อมพิมพ์ข้อความที่เราอยากอธิฐานได้ โดยไม่สร้างมลพิษให้แม่น้ำ

หรือท้ายที่สุดแล้ว ถ้าใครยังอยากได้ไวบ์เดินงานเทศกาล งานลอยกระทง ก็อาจจะเป็นการไปเดินเล่นในงานแบบไม่ต้องลอยกระทงเพราะถ้าว่ากันที่วัตถุประสงค์ของการลอยกระทงที่เพื่อขอบคุณและขอขมาต่อพระแม่คงคาแล้ว การยกมือไหว้ตั้งจิตอธิษฐานต่อแม่น้ำโดยไม่ลอยอะไรเลยก็นับว่าบรรลุความเป้าหมายของประเพณีลอยกระทงได้แล้ว 

 

อย่าให้เทศกาลลอยกระทงกลายเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ของสิ่งมีชีวิตร่วมโลกกับพวกเราอีกเลย


อ้างอิง

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือพบซากเต่าทะเล
กระทงรักษ์โลกไม่มีจริง Nature Toon การ์ตูนสื่อความหมายธรรมชาติ
ไร้เศษกระทง!! เมืองพัทยา ระดม จนท.จัดเก็บกระทงกว่า15 ตันออกจากชายหาดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
เก็บทั้งวัน! ตะปูกระทงเกลื่อนหาดบางแสน
เมื่อประเพณีที่มี ไม่ได้ดีต่อสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้  
‘กระทงขนมปัง’ ทำลายแแหล่งน้ำมากที่สุด กระทบปลาตาย-ระบบนิเวศเสียหาย
ชวนมอง ขยะกระทง ผ่านปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ในเทศกาลลอยกระทง
สำรวจสัตว์ทะเลหายากโดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก
ลอยกระทง 2567 ไอเดียลอยกระทงดิจิทัลมาแรง! 4 จุดจัดงานน่าเช็กอิน
ควันหลงลอยกระทงพัทยาจนท.เร่งเก็บขยะทิ้ง
written by
photo by

-

SHARE THIS ARTCLE

MOST POPULAR